Welcome Guest: เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก วันเวลาปัจจุบัน จันทร์ ต.ค. 22, 2018 11:46 pm

หน้าเว็บบอร์ด Wiser Summoner Novel @@ นิยายSMN เนื้อเรื่องย่อ Epi 8 @@

อ่านนิยาย Summoner Master Episode 8 Dividing of 4 Kingdoms ได้ที่นี่

Moderator: Jinger Ginger


@@ นิยายSMN เนื้อเรื่องย่อ Epi 8 @@

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ จันทร์ ส.ค. 31, 2009 10:55 pm

ใต้ผืนฟ้าแห่งทวีป “เมอรีเซีย” บนผืนแผ่นดินแห่งอารยะธรรมอันยิ่งใหญ่ เป็นสถานที่ที่รวมความแตกต่างทางสภาพถิ่นฐาน อุดมการณ์ และวิถีแห่งการดำเนินชีวิต และเป็นสถานที่ที่รวมความเหมือนทางการดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดและการปกป้องรักษาเอกราชอันทรงเกรียติแห่งมาตุภูมิของตนเอง และแล้ว เมื่อความต้องการทางอำนาจเข้าครอบงำจิตใจคน

เมื่อความสงบสุขถูกบดบังด้วยไฟแห่งกิเลส จนต้องกลายเป็นที่มาของสงครามล้างเผ่าพันธุ์ และสันติภาพจึงต้องกลายเป็นเพียงแค่ จินตนาการ




ณ ตอนเหนือของทวีปเมอริเซีย ยังมีดินแดนแห่งความทะยานอยากในไฟสงคราม “ ซาโลม”เมืองแห่งชนเผ่าที่ล้อมรอบด้วยทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาล ภายใต้อารยะธรรมอันป่าเถื่อนโดยการปกครองของเจ้าเมือง “ ซาดิน อิบริด “ ที่มีหัวใจเต็มไปด้วยไฟราคะ และ “เนริมอร์ อิบริด “ ผู้เป็นภรรยาที่หัวใจถูกหล่อหลอมด้วยไฟแห่งริษยาอาฆาต และมีทายาทด้วยกันคนหนึ่ง

ทั้งสองอยู่ภายใต้ดินแดนแห่งความแร้นแค้น และโหดร้ายในเวิ้งทะเลทราย ในหัวใจจึงใฝ่ในอำนาจ และ การสงคราม และยึดอุดมการณ์ของความแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้

วันหนึ่ง จอมเวทย์อัคคี บริวารจอมเล่ห์เหลี่ยม ได้เข้าไปยุยงทั้งสองให้ขยายอำนาจและอาณาเขตโดยการกวาดล้างดินแดนต่างๆบนผืนทวีป เมอริเซีย เพื่อจะได้เป็นใหญ่ในใต้หล้าและเป็นมหาอำนาจแต่ผู้เดียว ดั่งน้ำมันที่สาดเข้ากองไฟ
ยิ่งทำให้ไฟกิเลสในใจของเจ้าเมืองลุกสว่างไสวขึ้นมา และแล้ว “ ซาดิน อิบริด” จึงประกาศกร้าวจะนำพาตัวเองและราษฎรไปสู่อำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ แห่ง อาณาจักร “ ซาโลม”

หลังจากจัดกองทัพทมิฬที่แข็งแกร่งที่แอบแฝงด้วยความอำมหิต และกรีฑาทัพบุกโจมตี ชนเผ่าน้อยใหญ่ทางตอนเหนือ และรวบรวมชนเผ่าต่างๆเข้าด้วยกัน วันเวลาผ่านไป ในที่สุด กองทัพทมิฬแห่งซาโลม จึงกลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ และมีกำลังพลถึง 5 หมื่นและจุดหมาย ต่อไปคือการขยายอำนาจลงสู่ภาคกลางและบุกยึดเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ “ ฟูดินัน” ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และเป็นที่มั่นสำคัญทางยุทธศาสตร์




“ฟูดินัน” เป็นเพียงชนเผ่าเล็กๆ ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มโดยมีป่าไม้หนาทึบที่ลึกลับ และภูเขา คีรีบันดา โอบล้อมดินแดน ตั้งแต่ภาคเหนือ จรดแนวตะวันออก จนสุดเขตทางภาคใต้ และเป็นชนเผ่าที่มีผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ หล่อเลี้ยงกายและใจ ของผู้คนในเผ่ามานานปี ผู้คนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย รักสันติ สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เช่นเดียวกับ เจ้าชายแห่งธรณี “ฮารีซัน” ผู้สง่างาม ที่มีจิตใจเที่ยงธรรม สุขุม และโอบอ้อมอารี และเจ้าหญิง “ วานาอัน” ผู้งดงาม ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา และความอ่อนโยน

ทั้งสองเป็นพี่น้องที่รักใคร่ปองดองกันยิ่งนัก ดั่งมีหัวใจดวงเดียวกันที่ยึดมั่นในหลัก สันติธรรม ที่เป็นอุดมการณ์ค้ำชู จิตใจผองชน เหมือนดั่งผืนธรณีอันศักดิ์สิทธ์ที่ค้ำจุน ฟูดินันเสมอมา ทั้งสองไม่เคยใฝ่หาในอำนาจ และลาภยศใดๆเพียงแค่ มี วิถีชีวิตที่เรียบง่ายก็เป็นพอ




แต่แล้วความสงบสุขเริ่มถูกไฟแห่งอำนาจที่ย่างกรายเข้ามาเยือน กองกำลังไฟทมิฬอันเข้มแข็งแห่ง “ ซาโลม” บุกประชิดเทือกเขา คีรีบันดา หมายจะช่วงชิงเมือง ฟูดินันให้จงได้ แต่ด้วยบนยอดเขานั้น มีมังกร 2หัว “ ไพทอน ” มังกรเจ้าพิภพที่เลื่องชื่อในตำนาน เฝ้าพิทักษ์รักษาอยู่ ทำให้การจะยกทัพโจมตี ฟูดินัน นั้นเป็นเรื่องยากลำบากขึ้น

ดังนั้น “เนริมอร์” เจ้าหญิงเพลิงมารแห่งโซโลม จึงลอบขึ้นไปบนเขา และใช้เวทย์มนต์เปลวเพลิงพิฆาต เผาผลาญป่าของชนเผ่าฟูดินัน เปลวไฟนั้นลุกกระจายไปอย่างรวดเร็ว จนใกล้จะถึงเผ่าฟูดินัน ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นไปทั้งเมือง และเจ้าชายและองค์หญิงแห่ง ฟูดินัน ตกใจและเศร้าสลดยิ่งนัก เจ้าชาย ฮารีซัน และองค์หญิง วานาอัน จึงอพยพชาวบ้านหนีลงมาทางใต้ เปลวเพลิงยิ่งลุกกระหน่ำเผาผลาญเช้ามาใกล้ แสงเพลิงนั้นลุกจ้าสว่างไสวไปทั่วฟ้า
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: @@ นิยายSMN เนื้อเรื่องย่อ Epi 8 @@

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ จันทร์ ส.ค. 31, 2009 10:57 pm

องค์หญิง วานาอัน จึงวิ่งกลับไปยังใจกลางป่า เพื่อสวดอ้อนวอนต่อทวยเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องป่า องค์หญิงได้ยินเสียงร้องโหยหวนของชาวบ้าน ที่ถูกไฟครอกทุรนทุรายและวิ่งเหยียบกันตาย ดั่งหัวใจของเธอแทบแตกสลาย และความเศร้าสลดใจยิ่งนักที่เมืองอันเป็นที่รัก ที่บรรพชนอุตสาห์สืบทอดต่อกันมานับร้อยปี จะต้องมาพังพินาศลงในบัดนี้

เธอคุกเข่าลงและสวดอ้อนวอนด้วยน้ำตาที่เอ่อนองเต็มพื้น และไฟบรรลัยกัณฑ์ได้คืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอ

ด้วยความที่เชื่อมั่นและศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เธอจึงไม่หนีไปไหนและขอจบชีวิตท่ามกลางเปลวไฟนั้น แต่แล้วด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้า ด้วยหัวใจที่รักบ้านเมืองและผู้คนของเธอ จึงได้เกิดอิทธิ ปาฏิหาริย์ขึ้น เทพี แห่งสายชล “ อันดีน “ สถิตที่บึงอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีแหล่งกำเนิดจากมหาพฤกษา อิกดาซิล ได้บันดาลให้น้ำเอ่อท่วม และไหลย้อนกลับขึ้นเหนือ และต้นไม้ใหญ่ อิกดาซิลได้สร้างน้ำจากใบเป็นละอองน้ำขึ้นไปสู่ฟ้าอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นฝนห่าใหญ่ตกลงมาดับไฟได้จนหมดสิ้น ชาวเมืองฟูดินันต่างโห่ร้องดีใจกันยกใหญ่

สิ่งนี้สร้างความปิติยินดีให้แก่องค์หญิงวานาอันและเจ้าชาย ฮารีซันยิ่งนัก และสิ่งนี้ก็สร้างความฉงนใจให้กับเจ้าหญิงเพลิงมาร “ เนริมอร์” เธอจึงถอยทัพกลับไปตั้งหลัก และคิดว่าเมืองนี้มีทวยเทพคุ้มครองคงเข้าตีจากทางเหนือลำบาก จึงหันเป้าหมายไปยังเมือง “ ฟีเลเซีย”ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยหวังจะใช้เมืองนี้เป็นทางผ่านเพื่อไปตีเผ่า ฟูดินันอีกครั้ง



อาณาจักร “ ฟีเลเซีย” ตั้งอยู่บนหุบเขา โดยฝั่งตะวันตกติดชายฝั่งทะเลและฝั่งตะวันออกติดกับป่าของเผ่า ฟูดินัน

เป็นเมืองแห่งความมั่งคั่งและมีระเบียบการปกครองตามระบบชนชั้น ผู้คนในเมืองมีวิถีทางแห่งชาตินักรบ เกรียติยศ และศักดิ์ศรี คืออุดมการณ์ของชีวิตเป็นเมืองที่น่าเกรงขามทางด้านยุทธศาสตร์การรบ แม้ครั้งหนึ่ง ทางชายฝั่งทะเลตะวันตกจะถูกสัตว์ประหลาดจาก เกาะวาร็อค และวังน้ำวนอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง แต่ด้วยสายเลือดแห่งอัศวินจึงปราบพวกสัตว์ประหลาเหล่านี้ลงได้ทุกครั้ง

ชาวเมืองนี้คืออาริยะชนผู้ ทะนงในเผ่าพันธุ์ตนเองยิ่งนัก และเมืองนี้ปกครองโดยเจ้าชายแห่งสายลม “ ซิกมันต์ที่ 3” ผู้หยิ่งทะนงในชาติตระกูลตัวเอง และภูมิใจกับเกรียติแห่งอัศวินและมักดูแคลนชนเผ่าอื่นว่าต้อยต่ำกว่า และยังมี เจ้าหญิงแห่งสายลม “ เรจิน่า” พี่สาวที่รักในศักดิ์ศรี แต่ไม่ดูแคลนคนอื่น เพราะเธอมีหัวใจที่เปิดกว้างและรักอิสรภาพและแล้วเมื่อกองทัพทมิฬนับหมื่นแห่ง ซาโลม บุกมาประชิดพรหมแดน ฟีเลเซีย และประกาศสงครามครั้งใหญ่กับฟีเลเซีย จึงเป็นสงครามระหว่างกองทัพชาติทมิฬกับอัศวินเลือดนักสู้เจ้าชาย ซิกมันต์ที่3 นำทัพออกรบโดยมี นักบุญคู่ใจอย่าง “ บิชอป เกรกอรี่” นักบวชศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่มีอาคมแก่กล้า สามารถสวดภาวนาอันเชิญ “ อัศวินเทพสวรรค์”ให้ลงมาช่วยสู้รบได้ เพียงตวัดหอกแสงศักดิ์สิทธิ์เพียงครั้งเดียวแสงแห่งสวรรค์ที่พุ่งออกมาทำลายกองทัพทมิฬพินาศย่อยยับ จนกองทัพทมิฬแห่ง ซาโลมแตกทัพอย่างยับเยิน และถอยกลับไปตั้งทัพใหม่


จอมเวทย์อัคคี ดำรงตำแหน่งอุปราชแห่งซาโลม ได้ว่าจ้างให้ นักปราชญ์มนต์ดำซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับ บิชอป เกรกอรี่ มาแต่ครั้งอดีต ให้มาช่วย หากจะล้ม ฟีเลเซียให้ได้ ก็ต้องล้มบิชอปให้ได้เสียก่อน ดังนั้น นักปราชญ์มนต์ดำจึงเรียก ปีศาจสาว “ ซาคิวบัส”ให้ลอบไปยั่วยวน บิชอปเพื่อทำลายฌานอันแก่กล้า แม้ บิชอปจะได้สติและขับไล่นางปีศาจสาวไปได้แต่ก็สูญเสียพลังอันศักดิ์สิทธิ์ไปบางส่วนและไม่สามารถอันเชิญ อัศวินเทพสวรรค์มาช่วยได้อีก

ดังนั้นกองทัพแห่งไฟทมิฬจึงฮึกเหิม และบุกประจัญบานกับทัพอัศวินที่กำลังเสียขวัญอย่างดุเดือด จนทัพอัศวินต้องถอยร่นไปตั้งหลักหน้าเมืองฟีเลเซีย บิชอปจึงแนะนำ เจ้าชาย ซิกมันต์ที่ 3 ว่า ทางหุบเขาทางตะวันตก มีนกเทพสายฟ้า “ธันเดอริค” ซึ่งเป็นนกของเทพเจ้า “ ธอร์” ที่มีแสนยานุภาพที่ร้ายกาจและสามารถช่วยรบได้

ดังนั้นเจ้าชายแห่งสายลม จึงออกเดินทางไป และในที่สุดก็เดินทางมาถึงหุบเขา และพบกับเทพเจ้า “ธอร์” แต่ด้วยความหยิ่งทะนง และไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ของ เจ้าชาย หนำซ้ำยังดูหมิ่นเทพเจ้า ธอร์ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม จนเกิดการสู้รบขึ้น แต่เหมือนดั่งนกกระจอกเข้าปะทะกับพญาอินทรีย์ เพียงไม่ถึงอึดใจ เจ้าชายซิกมันต์ที่ 3 จึงแพ้อย่างหมดรูป และถูกกักขังเอาไว้
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: @@ นิยายSMN เนื้อเรื่องย่อ Epi 8 @@

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ จันทร์ ส.ค. 31, 2009 10:58 pm

เมื่อเจ้าหญิง เรจิน่า แห่ง ฟีเลเซีย รู้ข่าวที่น้องชาย ถูกกักขังจึงวิตกกังวลยิ่งนัก และไปขอร้องเจ้าชาย ฮารีซัน แห่งฟูดินัน ให้ช่วยเหลือ และแล้วทั้งสองจึงมุ่งหน้าไปยังหุบเขาตะวันตกเพื่อช่วยเหลือเจ้าชายซิกมันต์ ด้วยความเอื้ออาทรของเจ้าชาย ฮารีซัน ที่มีจิตใจดีงาม และด้วยความอ่อนหวานของเจ้าหญิงเรจิน่า ทั้งสองจึงเกิด ความรัก ขึ้นในห้วงหัวใจ และกลายเป็นสายใยแห่งเสน่หาที่มัดดวงใจทั้งสองเข้าด้วยกัน

เมื่อทั้งสองมาพบ เทพเจ้า ธอร์ เจ้าชายแห่งธรณี ฮารีซันจึงคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องให้ปล่อยตัวเจ้าชาย ซิกมันต์ เทพเจ้า ธอร์ เห็นความนอบน้อมของเจ้าชายฮารีซันที่เห็นชีวิตคนอื่นสำคัญกว่าเกรียติของตนเอง ดังนั้นเทพเจ้า ธอร์จึงยอมปล่อยตัว เจ้าชายซิกมันต์ และทั้งหมดจึงเล่าเรื่องราวของสถานการณ์บ้านเมืองตัวเองให้พระองค์ฟัง เทพเจ้า ธอร์ จึงมอบนกธันเดอริค ให้ความรักระหว่าง ฮารีซัน กับ เรจิน่า ก็เริ่มเพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ

แต่เจ้าชายซิกมันต์ นั้น หยิ่งทะนงในชาติตระกูลตนเอง จึงไม่ใคร่จะยอมรับเจ้าชาย ฮารีซันที่เป็นเพียงแค่หัวหน้าเผ่าเล็กๆเท่านั้นและแล้วทั้งสอง เมืองจึงจับมือกันเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมกันทำศึกกับ ซาโลมโดยเจ้าหญิงเรจีน่าและเจ้าชายซิกมันต์สถาปนาเมืองฟีเลเซียเป็น ราชอาณาจักร ฟีเลเซีย และประกาศสงครามกับกองทัพไฟทมิฬ ซาโลม

แม้ทั้งสองเมืองจะร่วมมือกัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถปราบ กองทัพซาโลมอันแข็งแกร่งได้ ดังนั้น เจ้าชายฮารีซันจึงไปขอความร่วมมือจากอีกเมืองหนึ่ง ทางตอนใต้ นั่นคือประเทศ “แอนดิซอง”

ประเทศ “ แอนดิซอง” ที่ครึ่งหนึ่งเป็นน้ำแข็งและมีพื้นที่กินดินแดนทางภาคใต้ของทวีป และมีมังกรทะเล “ จอร์มันการ์ด” ว่ายวนเวียนอยู่รอบๆเกาะ แอนดิซองเป็นอาณาจักร แห่งการค้าที่รุ่งเรืองที่สุด เป็นเมืองที่หรูหราฟุ่มเฟือยของผู้คน โดยมี เจ้าหญิงสายชล “ อาลาน่า” ผู้เลอโฉม อ่อนโยนและรักวิถีชีวิตที่สงบ และมียอดอัศวินองค์รักษ์ “ อองเดร” ผู้จงรักษ์ภักดีต่อราชสำนัก และคอยพิทักษ์องค์หญิง และ เมืองแอนดิซองไว้โดยมี อำนาจควบคุมกำลังพล 3 เหล่าทัพ ภายใต้หน้ากากเหล็กที่ซ่อนอารมณ์อันเย็นชาดุจน้ำแข็งใต้ทะเลที่ไม่อาจหยั่งรู้ความรู้สึกนึกคิดของชายผู้นี้ได้เลย

เมื่อเจ้าชาย ฮารีซันเดินทางมาถึงเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ อองเดรได้ขัดขวางไว้ก่อน เพราะอองเดร เป็นคนที่คิดถึงแต่ประโยชน์ของประเทศตัวเอง และเกรงว่าจะไม่ได้ผลประโยชน์จากการร่วมกันทำสงคราม จึงคัดค้านและถือโอกาสที่เจ้ามังกรทะเลจอร์มันการ์ดว่ายผ่านมา ร่วมกับมังกรสู้กับ ฮาริซัน แต่เจ้าชายแห่งธรณี ได้ชัยชนะ และขับไล่มังกรทะเลไป แต่อองเดรก็ยังไม่ลดละเตรียมจะห่ำหั่นกับ ฮารีซัน อย่างดุเดือด

ขณะที่ทั้งสองกำลังจะลงมือสู้กันนั้น เจ้าหญิง อาลาน่า จึงเข้ามาห้ามไว้เพราะได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากวงน้ำศักดิ์สิทธิ์ในปราสาท เจ้าหญิงนั้นพร้อมที่จะช่วยฮารีซันทางด้านการส่งเสบียง และยุทธปกรณ์ เท่านั้น แต่จะไม่ ร่วมรบด้วย เพราะเจ้าหญิงเป็นผู้รักสันติและเกลียดการเข่นฆ่า เจ้าหญิงจึงแนะนำให้ ฮารีซันสถาปนาเผ่าฟูดินันให้เป็นอาณาจักร เพื่อให้มีศักดิ์ทัดเทียมกับอาณาจักรอื่นๆ

เมื่อเจ้าชาย ฮารีซัน กลับมาถึงเมือง จึงสถาปนามาเป็น อาณาจักรฟูดินัน จากชนเผ่าที่รักสันติ แต่ด้วยภัยร้ายที่มาคุกคาม จึงต้องหันมาทำสงครามเพื่อเอกราชของเผ่าพันธุ์

และแล้ว ทวีป เมอริเซีย จึงก่อกำเนิดเป็น 4 อาณาจักร ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา “ ซาโลม”อาณาจักรเพลิงมาร “ ฟูดินัน”ธรณีพิทักษ์ธรรม “ ฟีเลเซีย” เกียรติยศแห่งสายลมศักดิ์สิทธิ์ และ “ แอนดิซอง” กว้างไกลดั่งสายชล นิ่งสงบดุจน้ำแข็ง และนี่คือการเริ่มต้นของอภิมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ และจะเป็นมหากาพย์แห่งการต่อสู้ ที่จะถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: @@ นิยายSMN เนื้อเรื่องย่อ Epi 8 @@

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร ก.ย. 01, 2009 12:18 am

Felasia Kingdom
ฟีเลเซีย “ศักดิ์ศรีแห่งสายลมศักดิ์สิทธิ์”
พระเจ้า ความดี
ศักดิ์ศรี เกียรติยศ

Sigmund III
สายลมพัดเหนือผืนดิน เหนือผืนน้ำ เหนือเปลวไฟ ลมยิ่งอยู่สูงยิ่งพัดกล้า ศักดิ์ศรีแห่งฟีเลเซียคือศักดิ์ศรีแห่งสายลม

Regina Aretha
สายลมไร้รูปร่าง อิสระ มิอาจกักขัง หากเราไร้อิสระ เราก็ไม่ใช่ลมหากแต่เป็นเพียงนกในกรงเท่านั้น

Gregory,the Bishop of Felasia
สิ่งที่คั้นระหว่างสวรรค์และแผ่นดินคือ ลม หากฟีเลเซียคือลม ฟีเลเซียก็เปรียบดังที่รองบาทแห่งพระเจ้า

Charles Clarence, the General of Felasia
หากฟีเลเซียต้องการป้องกัน ข้าจะเป็นโล่ที่คอยปกปักษ์รักษา
หากฟีเลเซียต้องการสู้ ข้าจะเป็นดาบที่ประหัตศัตรู




Zalom Empire
ซาโลม “กองทัพเพลิงทมิฬ”
เมื่อผืนธงแห่งวิหกเพลิงโบกสะบัดความวิบัติจะบังเกิด

Zadin Ybrid
ชีวิตของข้าเองก็เหมือนไฟ วันนี้สว่างไสว แต่ไม่รู้วันใดจะดับมอด…..หากข้าจะหาความสุขให้มากที่สุดตราบที่มีชีวิตมันก็เป็นเรื่องสมควรแล้วมิใช่หรือ

Nerimor Ybrid
ในใจข้าไม่เคยสงบเหมือนมีเชื้อไฟที่รอคอยการคุกกรุ่น เมื่อใดมีสิ่งสะกิดเร้าให้มันไหม้ลุกแรงขึ้น มันจะเผาผลาญทุกสิ่งเป็นเปลวเพลิง ที่แม้แต่ตัวข้าเองก็มิอาจดับห้ามได้

Blaze Sage,the Viceroy of Zalom
เมื่อไฟให้พลังให้ประโยชน์ใดใดแก่ท่านมันย่อมต้องเผาผลาญบางสิ่งเพื่อเป็น
เชื้อเพลิง ดังนั้นการที่แผ่นดินประเทศผู้คนถูกเผาผลาญเพื่อสร้างยุคใหม่อัน
ยิ่งใหญ่และความเจริญรุ่งเรืองแห่งซาโลม.....มันเป็นเรื่องธรรมดา

Nazae,the Oracle of Zalom
หากซาดินเป็นได้ถึงจักรพรรดิ์บุตรของเขาจะใหญ่ยิ่งกว่า ซาดินคือมหาเพลิงที่น่ากลัวแต่บุตรของเขา........คือ ดวงอาทิตย์




Annedisonge Portland
แอนดีซอง “มหาสมุทรกว้างไกล สายน้ำสงบนิ่ง”
ความมั่งคั่งไม่อาจซื้อสรวงสวรรค์ แต่อาจใช้สร้างสรวงสวรรค์

Andre Honore'
น้ำเป็นน้ำแข็งด้วยความเยือกเย็น เมื่อความเยือกเย็นทำให้น้ำที่อ่อนเหลวแกร่งแข็งขึ้น มันก็ทำให้คนแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน

Alana Marie Charite'
ธรรมชาติของน้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำแผ่ขยายกว้างใหญ่และให้ชีวิตแอนดีซองก็ควรเป็นเช่นนั้น

Marsilio,Cardinal of Annedisonge
หากมือของท่านเป็นเหตุให้ท่านทำบาปก็จงตัดมันทิ้งเสียเพราะท่านขึ้นสวรรค์โดยปราศจากมือยังดีกว่าต้องตกนรกพร้อมมือทั้งสองข้าง

Vioria, the Frigid Witch
ภายใต้หน้ากากอันเยือกเย็นของท่านมีเพียงแววตาที่เย็นชาของท่านเท่านั้นที่ข้ามองเห็นแต่ความเย็นชานี้มันช่างสร้างความร้อนรุ่มให้ใจข้าอย่างประหลาด....อองเดร ออเนอร์เร่ ให้ความเร่าร้อนของข้าช่วยละลายความหนาวเย็นของท่านเถิด


( ฉบับในหนังสือ )
"ภายใต้หน้ากากอันเยือกเย็นของท่านข้าไม่อาจรู้ได้เลย ว่าขณะที่ท่านเพ่งมองข้าอยู่ ท่านได้มีสีหน้าเช่นชายอื่นที่พิศมัยในความงามของข้าหรือไม่ มีเพียงแววตาที่เย็นชาของท่านนี่เท่านั้นที่ข้ามองเห็น แต่ความเย็นชานี้มันช่างสร้างความร้อนรุ่มให้ใจข้าอย่างประหลาด......อองเดร ออเนอร์เน่ ให้ความเร่าร้อนของข้า ช่วยละลายความหนาวเย็นของท่านเถิด"




Fudenun Tribe
ฟูดีนัน “จิตวิญญาณแห่งผืนดิน”
ผืนแผ่นดินมิใช่สมบัติของผู้ใดหากแต่เป็นมารดาผู้มีแต่ให้กับทุกสรรพสิ่ง

Harison Bandara
ที่เรานิ่งเฉยใช่ว่าเพราะเราโง่งม ที่เราอดกลั้นไม่ใช่เพราะเราขลาดกลัว แต่การที่เราอดทนและปกป้องนั่นต่างหากคือการเข้มแข็งที่ประเสริฐสุด

Wanaan Bandara
เมื่อสัมผัสผืนดิน ท่านจะรู้สึกถึงความอบอุ่นที่โอบอุ้มท่าน เมื่อกลิ่นหอมของดอกไม้โชยมาท่านจะรู้สึกได้ถึงความปรารถนาดีที่ธรรมชาติมอบแด่ท่าน

Woojin,the Elder
แม้จะมีทรัพย์สมบัติทั้งโลกมาอยู่ในมือเจ้าแต่เมื่อวันตาย เจ้าหยิบอะไรไปได้บ้างแม้แต่ร่างเจ้ายังต้องกลับกลายเป็นธุลีดินจะมีประโยชน์อะไรหากทั้งโลกอยู่ในมือเจ้าแต่เจ้ากลับต้องเสียวิญญาณไป

Yggdrasill
…..ลูกเอ้ย จงหลับอย่างสบายในอ้อมแขนแม่ อ้อมแขนแม่คือคีรีบันดาที่โอบกอดเจ้า
ลูกแม่ จงหลับอย่างอบอุ่นในอ้อมอกแม่ อ้อมอกแม่คือพุ่มไม้สีเงินอ่อนนุ่มของอิกดราซิล
ลูกรักจงวางใจหลับสบายอย่างกลัวอะไรเพราะแม่อยู่เคียงเจ้าปกป้องเจ้าดั่งดวงใจ…..
(ตอนหนึ่งจากเพลงกล่อมเด็กของชาวฟูดีนัน)
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)


ย้อนกลับไปยัง Summoner Novel

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน