Welcome Guest: เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก วันเวลาปัจจุบัน เสาร์ ธ.ค. 07, 2019 6:05 pm

หน้าเว็บบอร์ด Wiser Summoner Novel Heaven's Tear New Blood

อ่านนิยาย Summoner Master Episode 8 Dividing of 4 Kingdoms ได้ที่นี่

Moderator: Jinger Ginger


Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ ศุกร์ ม.ค. 11, 2013 3:01 am

Peace be with you

เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่อุกาบาตยักษ์ตกลงมาสู่โลกเทร่า ใจกลางทวีปเมอริเซีย ส่งเหตุการณ์สั่นสะเทือนทั่วทั้งทวีป เสียงลือเสียงเล่าขานดังไปทั่วทุกประเทศ แต่ทว่ามี 2 สิ่งที่บ่งชี้ความจริงดุจประจักษ์พยานที่ยืนยันเรื่องนี้

สิ่งแรกคือ พื้นที่ราบแอ่งกะทะ ที่มีภูเขาเล็กใหญ่จากการแตกของก้อนหินมหึมา กระจัดกระจายทั่ว เมื่อลมฝนพัดมา ได้เกิดคูคลองและลำธารตามหลุมลึกและเส้นรอยแตกต่างๆ แต่ทว่า พื้นที่อันประกอบด้วย หินและดิน สีดำ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นมหาอาณาจักรซาโลม ก็ยังคงเป็นที่หวาดกลัวของผู้คน บางก็ว่ามีคำสาป บ้างก็ว่าวิญญาณคนตายมากมายยังวนเวียน มันจึงยังรกร้างและว่างเปล่า ประกาศปรากฎการณ์ภัยพิบัติที่ได้เกิดขึ้น ประจักษ์แก่ตาผู้ที่พบเห็น

สิ่งที่สอง ได้ปรากฎตั้งไว้ที่วิหารสร้างใหม่แห่งนครศักดิ์สิทธิ์ ซานตาน่า ซึ่งบัดนี้ผู้แสวงบุญทั่วโลกได้แห่แหนไปแสดงความเคารพต่อร่างของนักบุญน้อยที่ไม่อาจเปื่อยเน่าสลายดังร่างกายมนุษย์อื่นๆ เพราะหินอ่อนงดงามเหมือนจริงราวมีชีวิต เกินกว่าช่างฝีมือใดจะสลักได้ คือร่างของเธอผู้ซึ่งอธิษฐานขอเร่งเรียกทัณท์สวรรค์สู่ซาโลม แม้เหตุผลและที่มาที่ไปจะไม่แน่ชัด นอกจากสิ่งที่ท่านแม่ทัพเทมพลาร์ รอดริโก้ อ่านได้จากสารสวรรค์ว่า นี่คือสิ่งที่ ฟาติมา นักบุญผู้เคยเป็นสาวน้อยชาวบ้านที่ได้ยินและได้เห็นและได้รับสารจากสวรรค์ ได้อธิษฐานเพื่อแลกกับสันติภาพอันยาวนานและมั่นคงของภูมิภาค

รูปหินอ่อนที่ย้ายมาประดิษฐานในวิหารที่ตั้งตามชื่อของเธอ วิหารนักบุญฟาติมา เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ทุกคนล้วนต้องการให้นักบุญผู้คงสภาพอยู่นี้ได้ช่วยอธิษฐานวอนขอในสิ่งต่างๆที่ตนต้องการ และน่าอัศจรรย์ที่มีผู้ประสบผลได้รับสิ่งที่ตนวอนขอ แม้แต่สิ่งเหลือเชื่อเช่นผู้ที่พิการแต่กำเนิด หรือผู้ที่ป่วยด้วยโรคที่แพทย์ไม่อาจเยียวยา กลับหายดีเป็นปลิดทิ้ง และโดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ คาลดินัลแห่งซานตาน่า ประกาศความเป็นนักบุญของฟาติมา คือการกลับมามีชีวิต ของเด็กวัย5ขวบที่ตกบ่อน้ำ

ร่างของเด็กน้อยตัวเขียวซีดและปราศจากลมหายใจเพราะกว่าจะมีคนช่วยขึ้นจากบ่อน้ำลึกได้ จากที่ตกไปตอนเที่ยง ก็ล่วงเข้าไปถึงบ่ายสามแล้ว หากแต่มารดาของเด็กใจสลายและไม่อาจยอมรับได้ เธออุ้มร่างไร้วิญญาณของบุตรชายเพียงคนเดียว ฝ่าดันผู้คนบุกไปที่อารามแม่ชีซึ่งขณะนั้นประดิษฐานรูปหินอ่อนนี้ในวัดน้อยของอาราม เธอปีนขึ้นพระแท่นนำศพของเด็กวางบนเท้าของรูปหินอ่อน วิงวอนฟูมฟายน่าเวทนา แม้จะผิดระเบียบ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะห้ามเธอรุนแรง เพราะคนที่มาอธิษฐานในวัดเวลานั้นต่างก็เวทนาในชะตากรรมของเธอ แต่ไม่ทันที่เหล่านักบวชจะปลอบโยนให้เธอทำใจ และนำร่างของเด็กลงมา เด็กกลับขยับตัวและไอเสียงดัง ก่อนลุกขึ้นนั่งท่ามกลางสายตาของคนทั้งวัด หลังจากสอบสวนพยานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้ที่เห็นเด็กตกลงไป ผู้ที่ช่วยขึ้นมา แม้แต่คนเฝ้าประตูอารามที่เห็นแม่เด็กอุ้มศพลูกเข้ามา การสถาปนาเป็นนักบุญ และการก่อสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานร่างของนักบุญผู้มีคำอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ ก็เริ่มขึ้นทันที และเสร็จลงอย่างรวดเร็วจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย


Forever Brother

ยังคงมีตำนานที่มีชีวิตอีกสิ่งหนึ่งที่ยืนยันเรื่องนี้ คือแม่ทัพรอดริโก้แห่งซานตาน่า ผู้มีวาจาสิทธิ์ และเป็นวีรบุรุษแห่งสงครามจักรกล เรื่องเล่าขานถึงชื่อเสียงของท่านโด่งดังไปไกลแม้แต่นอกทวีปเมอริเซีย ท่านรอดริโก้ดำรงชีวิตยาวนานยืนยันเรื่องนี้ถึง40ปี ก่อนจะฝ้งร่างของตนเคียงข้างชิเมนอาภรรยาผู้ซื่อสัตย์ ในสุสานใต้วิหารนักบุญฟาติมา เพื่อเขาทั้งสองจะยังคงอยู่ใกล้น้องสาวสุดที่รักตลอดไป

บุตรธิดาทั้ง7ของท่านรอดริโก้ ก็ล้วนเป็นบุคคลสำคัญและเป็นคนใหญ่คนโตในซานตาน่า โดยเฉพาะลูกสาววคนสุดท้อง ฟอนตาเน่ ที่ชื่อเสียงของเธอ ไม่เหมือนใครในพี่น้องทั้ง7

The Chosen One

ฟอนตาเน่ เกิดมาท่ามกลางเรื่องเล่าขาน และตำนานอันยิ่งใหญ่ของนครซานตาน่า และเมื่อเธออายุได้12ปี เธอได้เห็นตัวหนังสือในสารแห่งสวรรค์ที่เก็บไว้ในวิหารนักบุญฟาติมา ตั้งแต่เหตุการณ์การเห็นตัวอักษรครั้งสุดท้าย ของรอดริโก้ผ่านมาเกือบ30ปี ทำให้เกิดเสียงร่ำลือฮือฮาขึ้นอีกครั้ง แต่เสียงฮือฮานั้นไปไม่ถึงที่สุด เพราะสิ่งแรกที่สารนั้นได้บอกคือ เรื่องราวการเปิดเผยนี้จะต้องเก็บเป็นความลับก่อนเวลาจะมาถึง มีเพียงคาลดินัลแห่งซานตาน่าเท่านั้นที่รู้เวลาที่จะเปิดเผยสาร และยิ่งไปกว่านั้น ฟอนตาเน่อุทิศชีวิตของตน บวชเป็นซิสเตอร์ในคณะอาวีลาเพื่อพัฒนาการเพ่งญาณจนเธอได้รับการเปิดเผยเหตุการณ์ต่างๆทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต และบันทึกไว้เป็นหลังสือ8เล่ม ตลอดช่วงชีวิตในอารามของเธอ เรื่องทุกอย่าง จึงถูกเก็บงำไว้ชั้นในสุดของห้องอันศักดิ์สิทธิ์ และถูกเรียกว่า ความลับแห่งฟาติมา
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ ศุกร์ ม.ค. 11, 2013 5:08 am

กาลเวลาล่วงเลยผันผ่าน 3ชั่วคนที่เหตุการณ์ภัยพิบัติใหญ่ได้เกิดขึ้น ได้กำเนิดประเทศขึ้น จนมีประเทศทั้งหมด 12 ประเทศในทวีปเมอริเซียเวลานั้น


แอนดิซอง

ดินแดนใต้สุดโพ้นทะเล ดินแดนที่เชียวชาญการค้าและศิลปะวิทยาการ แผ่อิทธิพลทางเศรษฐกิจไปทั่วภูมิภาค แต่ทว่า ในปีที่แต่งตั้งเจ้าชายรัชทายาท การกบฏของเหล่าพระญาติพระวงศ์ที่ทำให้เกิดการปลดปล่อย มังกรร้ายจอร์มอนการ์ด ถล่มท่าเรือและเศรษฐกิจชายฝั่งพังพินาศ ทำให้หลังเหตุการณ์คลี่คลาย แอนดิซองก็เข้าสู่สภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และนำไปสู่การมุ่งมาดคาดหมายที่จะเข้าครอบงำประเทศการค้าสำคัญอีกแห่งหนึ่งคือ วอลเนีย ดินแดนเกาะเล็กๆที่ทำตนเป็นคู่แข่งทางการค้าของแอนดิซองมาช้านาน


วอลเนีย

หลังการแบ่งแยกฟีเลเซียเป็น 5 ประเทศ วอลเนีย เคยถูกเรียกว่าเป็นแอนดิซองน้อยของฟีเลเซีย แต่ในเวลาไม่นาน วอลเนียก็ก้าวขึ้นเป็นแนวหน้าในอาณาจักรทั้ง 5 ด้านการค้าขาย และโดยเฉพาะการเน้นเศรษฐกิจการค้า และคบค้ากลุ่มเงือก ทำให้จารีตและหลักการเดิมของฟีเลเซียถูกทิ้งจนเลือนหายจากวอลเนีย และในช่วงเวลานี้ วอลเนียได้ถูกกล่าวขวัญล่ำลือไปทั่ว เพราะเจ้าหญิงรันรัน ธิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งสมรสกับนางเงือก ได้กลายเป็นลูกครึ่งคนและเงือกที่นอกจากจะโดดเด่นด้วยเรือนผมสีฟ้าเหมือนน้ำทะเล เธอยังมีพลังเวทย์มนต์ทีเก่งกาจอย่างไม่เคยปรากฎในวอลเนีย และเลื่องลือไปทั่วถึงแอนดิซอง และในเวลานี้ ราชทูตแห่งแอนดิซองที่ได้เดินทางยื่นข้อเสนอ สู่ขอเจ้าหญิงให้แก่องค์ชายรัชทายาท ก็คืออีกเรื่องที่ร่ำลือไปทั่วแว่นแคว้น


ไฮแลนด์

ดินแดนที่ผสนเวทย์และความศักดิ์สิทธิ์แห่งฟีเลเซีย วิถีแห่งดาบไม่ใช่สำหรับที่นี่ แต่วิถีแห่งเวทย์คือคำตอบ และการยกนางฟ้าแห่งคฑาขึ้นเป็นทูตสวรรค์ที่อารักขาประเทศแทนทูตสวรรค์แห่งดาบ ก็คือการบ่งชี้ชัดในเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ซาโลมอน อาคาเดมี่ สถาบันการศึกษาศาสตร์อันยิ่งใหญ่(สถานศึกษาซึ่งเกรโกรี่ ทิโมธี และคาลวิน เคยร่ำเรียนมาด้วยกัน) อยู่ในเขตประเทศ ไฮแลนด์ เมื่อเอกราชถูกประกาศ สถาบันนี้ก็เป็นของไฮแลนด์โดยปริยาย


ลิเซีย

ดินแดนของเหล่าผู้กล้าที่คงปรัชญาแห่งนักรบแบบชาวฟีเลเซียอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเจ้าหญิง แวนเดเรีย พระราชธิดาสุดที่รักของพระราชาแห่งลีเซีย เชี่ยวชาญทางดาบยิ่งนัก เธอไล่ปราบปรามศัตรูประเทศ และกลุ่มกองโจร ตลอดจนสัตว์ร้ายอย่างดุดัน นิสัยอันไม่ปราณีปราณอมของเธอถอดแบบมาจากพระบิดา และลีเซียในเวลานี้ ก็เป็นที่หวาดระแวงของทุกแว่นแคว้นใกล้เคียงอย่างยิ่ง เนื่องจากยุคนี้ ลีเซียใช้การเมืองนำศาสนา ในเมื่อศีลธรรมจรรยาอ่อนลงในมือผู้ถือดาบ ความอันตรายย่อมมากกว่าความปลอดภัย


มาโดเนีย

อาณาจักรอันลึกลับและถูกเรียกว่า สวรรค์ของเหล่าพ่อมดแม่มด ได้ชื่อตามพระราชามาด๊อก ผู้สถาปนาประเทศ ความศักดิ์สิทธิ์และกฎทุกอย่างถูกลืมเลือนหายไปนานแล้วจากดินแดนนี้ ความไร้ระเบียบและศาสตร์มืดที่ครอบคลุม ทำให้ดินแดนนี้เป็นที่หวาดระแวงของดินแดนใกล้เคียงด้วยเช่นกัน


ฟรานเซสเซีย

การเปลี่ยนชื่อประเทศเดิมจากฟีเลเซีย โดยกษัตริย์เฟอร์ดินัลที่3 นอกจากการยอมรับความจริงว่าขณะนี้ อาณาจักรได้เล็กลงกว่าเดิมมาก ไม่ควรใช้ชื่อเดิมอันครอบคลุมพื้นที่ทั้ง5ประเทศอีก ก็เพื่อเชิดชูเกียรติทูตสวรรค์แห่งดาบผู้อารักขาประเทศ เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยย้ำเตือนและคงความศรัทธาในพระเจ้าของประชาชนมาเนิ่นนาน นอกจากปรัชญาทางการต่อสู้ การฟื้นฟูเรื่องเวทย์และศาสนาก็ยังคงยึดมั่นต่อเนื่อง ประวัติศาสตร์อันยาวนานล้วนบ่งชี้ว่าดินแดนนี้อยู่รอดได้ด้วยศรัทธา และการยึดมั่นในคุณธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต แม้เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงตอนนี้ ทั่วเมอร์ริเซียศรัทธาของฟรานเซสเซีย จะเป็นรองก็เพียงซานตาน่าและไฮแลนด์เท่านั้น


มิราบิริส

อาณาจักรอันหลากหลายเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ แต่งต่างทั้งศาสนาและวัฒนธรรม อยู่รวมกันในส่วนผสมอันลงตัว ด้วยสถาบันการศึกษาที่เปิดกว้างทุกสาขาวิชา อย่าง เซนต์ อาไควนัส อาคาเดมี่ ที่ก่อตั้งโดย จอมปราชญ์ เซคาริยาห์ มาวิน ซึ่งเปิดกว้างสำหรับนักเรียนทุกเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ ทำให้มีผู้คนมากมายจากหลายประเทศหลั่งไหลมาเรียนรู้วิชาต่างๆที่มิราบิริส

ความหลากหลายของผู้คนทั้งพื้นถิ่นและต่างชาตินี้ อาจดูคล้ายซานตาน่า แต่ทว่า การดำรงชีวิตไปทางโลกมากกว่าทางธรรมอย่างซานตาน่า ศรัทธาในพระเจ้า และ ศรัทธาในสัมมาอาชีพอยู่ด้วยกันอย่างก่ำกึ่ง บางครั้งอาจเรียกว่ากลมกลืน แต่อีกครั้งก็อาจเรียกว่าผสมปนเปจนสับสน แต่กระนั้นประชาชนที่มีความสงบสุขตามอัตภาพ ได้เริ่มระแวงลีเซีย ที่เพิ่มแสนยานุภาพทางทหารเพิ่มขึ้นทุกวัน


ราชอาณาจักรฟูดินัน

ประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร ประเทศที่ภาคภูมิใจในวัฒนธรรมอัน"ดีงาม"ที่สืบทอดกันมา แต่เวลาที่ผ่านไป จิตใจคนไม่เหมือนเดิม แม้ชาวฟูดินันจะชอบกล่าวถึงอุปนิสัย ใจดี มีเมตตา ยิ้มแย้มแจ่มใส ของคนใน"อดีต" แต่ปัจจุบัน ความเจริญที่มากขึ้นก็ทำให้ฟูดินันไม่ได้ต่างจากเมืองที่พัฒนาทางเศรษฐกิจและการเมืองอื่นๆ มายาคติที่คิดว่าตั้วเองเป็น"คนดี"กว่าชนชาติอื่น ได้เริ่มทำให้ชนชาตินี้เริ่มดูถูกเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเผ่าน้อยใหญ่ที่ยังกระจัดกระจายอยู่ในป่า การนับถือศาสนาต่างๆในฟูดินันช่วงเวลานี้โน้มเอียงไปทางไสยศาสตร์มากกว่าพระธรรมคำสอน แม้ลัทธิสุริยันจันทรา ก็เสื่อมโทรมลงไปมาก แต่ชาวฟูดินันมักทะนงว่า ประเทศตนเป็นศูยน์กลางและต้นกำเนิดของลัทธินี้ และลัทธินี้ในประเทศตนถูกต้องที่สุด ทั้งที่จริงหากจะเทียบทั่วโลก อาจจะเสื่อมโทรมที่สุดเลยก็ว่าได้ พระราชา พิบารุน ได้เคยเข้าใจว่าความเสื่อมทรามลงของลัทธิสุริยันจันทรามาจากศาสนาอื่น จึงทำการเบียดเบียนและเข่นฆ่ากวาดล้างศาสนาอื่นๆในฟูดินัน จนเกิดกลียุคแห่งการเบียดเบียนศาสนาครั้งใหญ่ในฟูดินัน และเกิดคลื่นผู้อพยพครั้งใหญ่เข้าสู่มิราบิลิส แต่จะเรียกว่าสวรรค์มีตา หรือฟ้าทนไม่ได้ พระราชาพิบารุน ถูกปฎิวัติโดยเสนาบดีทหาร นอมโจออน ซึ่งครองอำนาจนาน9ปี แต่ความสงบสุขก็ไม่ได้ถาวร เพราะนอมโจออน มัวเมาทรัพสมบัติและลาภยศมากกว่าจะทนุบำรุงประเทศชาติและศาสนาที่เสื่อมโทรมลงอย่างแท้จริง จนในที่สุด เจ้าชายรามอส ซึ่งหลบหนีซ่องสุมกำลังพลในมิราบิริสได้กลับมารัฐประหารทวงบัลลังค์คืน แต่ทว่า พระองค์นั้นทรงสืบทอดความโหดร้ายจากพระบิดามาไม่น้อย ฟูดินันในเวลานี้ จึงเป็นท้องฟ้าที่สลัวมัวแสงด้วยเมฆหมอก อย่างไม่อาจคาดเดาได้ว่า จะมืดลงหรือสว่างขึ้น


ซานตาน่า

นครศักดิ์สิทธิ์หัวใจของศาสนจักรที่ผู้จาริกแสวงบุญทั่วโลกหลั่งไหลมา ประวัติศาสตร์ที่ยังคงเล่าขาน ไม่กลายเป็นตำนานง่ายๆ เพราะประจักษ์พยานทั้งบุคคลและสถานที่ ในเวลานี้ ได้เฝ้าดูเมอร์ริเซีย ที่กำลังเปลี่ยนไปทุกวัน และเวลาที่ความลับจะได้รับการเปิดเผยเริ่มใกล้เข้ามา


ลาซาล

อาณาจักรเก่าแก่อีกแห่งที่ตั้งตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นขึ้นหลังจากซาโลมล่มสลาย ศูยน์กลางการค้าทางเหนือของเมอริเซียที่พื้นฟูขึ้นจากบางส่วนที่รอดจากการถล่มของทัพจักรกล ได้พัฒนาบ้านเมืองและวิทยาการจากการเรียนรู้ซากจักรกลและวิทยาการบางส่วนที่ตกทอดมาจากซาโลมเมื่อประกอบกับความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมในอดีตก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่ามิชชันนารีจากซานตาน่ามีส่วนช่วยฟื้นฟูลาซาลอย่างมาก ปัจจุบัน ลาซาลมีผู้ศรัทธาในพระเจ้าถึงครึ่งหนึ่ง ของประชากร โดย1ใน3เป็นความเชื่อแบบลัทธิตะวันออกที่เผยแผ่มาตั้งแต่สมัยซาโลมยังไม่โดนทำลาย และ2ใน3มาจากการเผยแผ่ของมิชันนารีจากซานตาน่า ส่วนอีกครึ่งที่เหลือ ปะปนระหว่างนับถือศาสนาโบราณ ผู้ไม่เชื่อศาสนา และผู้บูชาเวทย์มนต์


ซานซารา

อยู่ทางฟากตะวันตกของซาโลม เดิมเป็นเมืองเล็กๆที่ประชากรไม่มาก แต่ขยายเมืองใหญ่ขึ้นจากกลุ่มผู้นับถือลัทธิตะวันออกที่ยึดมั่นในคำสอนของประกาศกอิสฮาน ที่อพยพระลอกใหญ่ในช่วงการเบียดเบียนศาสนาในซาโลมของโอมาร์นัน ผสานกับชาวพื้นเมืองจนเกิดรูปแบบความเชื่อเฉพาะ จนก่อตั้งเป็นลัทธิใหม่คือ ลัทธิซานซารา มีคำสอนของประกาศกอิสฮานเป็นศูยน์กลาง ได้ทำการชำระคัมภีร์ใหม่ เพราะต้องการลบคำสอนที่มั่วเข้ามาของประกาศกเทียมโอมาร์นัน จนคัดคัมภีร์เหลือจำนวนเล่มและตัวบทน้อยว่านิกายอื่นๆทั้งหมด ที่ก่อกำเนิดจากสายเดียวกัน และเพิ่มความเคร่งครัดและระมัดระวังมาก จนได้ชื่อว่าเป็นลัทธินิกายหนึ่งที่เคร่งศาสนามาก และผสานศาสนาเข้าเป็นหลักกฎหมายในทางการเมือง ปกครองโดยผู้นำทางศาสนาซึ่งเป็นนักบวช หลังการล่มสลายของซาโลมประชากรของที่นี่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจัดระเบียบการปกครองจนเป็นประเทศได้ เมื่อเวลาผ่านไปความเคร่งในธรรมวินัยลดถอยลง แต่ยังนับว่าเหนียวแน่นกว่าประเทศอื่นๆในตอนเหนือ


นัสตาเกีย

เดิมเป็นเพียงชุมชนของผู้อพยพหนีตายจากสงครามในซาโลม ส่วนมากเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์ในศาสนาโบราณต่างๆ รองลงมาเป็นชนเผ่าเชื้อชาติต่างๆ และเป็นนักเดินทาง กองคาราวานหรือพ่อค้าเร่ ซึ่งส่วนมากล้วนหนีภัยสงครามมา อยู่รวมกันในเมืองร้างที่จักรกลทำลายล้างไป แรกเริ่มอยู่กันกระจัดกระจายไร้ระเบียบ ต่อมาจึงเริ่มมีผู้นำ สร้างชุมชน จนเป็นเมืองเล็กๆ หลังเหตุการณ์ล่มสลายของซาโลม50ปี มีกลุ่มมิชันนารีจากไฮแลนด์ เข้ามานำความเจริญและเปิดเส้นทางการค้าทำให้เมืองโพ้นทะเลทางเหนือของเมอร์ริเซียแห่งนี้ ได้รับวัฒนธรรมแบบฟีเลเซียเดิมและผสานเข้ากับวัฒนธรรมที่ประดิษฐ์สร้างขึ้นใหม่ แม้ชาวเมืองจะมีเชื้อชาติจากประชาชนในประเทศแถบซาโลมเดิมเป็นส่วนใหญ่ แต่มีความเชี่ยวชาญเวทย์มนต์ จากอิทธิพลของไฮแลนด์ แต่ขณะเดียวกัน มีความชิงชังวิทยาการและเครื่องจักร เพราะฝังใจกับความน่ากลัวของเหตุการณ์ในอดีต จึงมีความอนุรักษ์นิยม ยิ่งเสียกว่า ประเทศอื่นๆ ความศรัทธาในศาสนานั้นไม่เคร่งครัดมากเพราะคนส่วนมาสนใจเรื่องเวทย์มนต์มากกว่า หลักศาสนาจึงมีไว้เพื่อผดุงความเป็นระเบียบเรียบร้อยในกรอบศีลธรรมของการอยู่ร่วมกันเท่านั้น การปกครองเป็นระบบสภา และใช้วิธีโหวตเสียงข้างมากในเรื่องต่างๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ ศุกร์ ม.ค. 18, 2013 7:00 am

Sign on the Sky

ทั่วเมอริเซียเกิดร่ำลือไปทั่วถึงเหตุการณ์ ที่ปรากฎเมฆประหลาดส่องประกายทางใต้ของ นครซานตาน่า ทันทีที่เหล่าอัศวินเทมพลาร์ถูกส่งไปตรวจสอบและกลับมารายงานแก่คาลดินัล แห่งซานตาน่า ก็ได้เกิดการประกาศถึงความลับแห่งฟาติมาข้อแรกในเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งข่าวเรื่องนี้ ได้ลือล่วงหน้าไปทั่วเมอริเซียต่างๆนาๆ ถูกบ้างผิดบ้างมั่วบ้าง จนกระทั่งสารอันเป็นทางการ เดินทางไปยังสมณทูตของประเทศต่างๆในเมอริเซีย ความลับอันเป็นทางการจึงเปิดเผยขึ้น

1st Secret of Fatima : Divine Dialogue

สารฉบับนี้ ได้บรรยายถึงเหตุการณ์การสนทนากับชาวสวรรค์ครั้งแรกของฟอนตาเน่ โดยมีการบรรยายอธิบายกำกับเหตุการณ์โดยคาลดินัลแห่งซานตาน่าในสมัยนั้น สารนี้จึงมีความยาวหลายหน้ากระดาษ

จะขอเล่าอย่างย่อดังนี้

เมื่อฟอนตาเน่ได้เห็นสารสวรรค์ครั้งแรก เธอได้รับรู้ว่าหนทางชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไป เธอเข้าอาราม และใช้วิถีชีวิตแห่งการเพ่งญาณ วันหนึ่งหน้าที่สำคัญของเธอก็มาถึง วันนั้น เหล่าซิสเตอร์จากคณะ น.อาวีลา เข้าร่วมอธิษฐานกับร่างที่เป็นหิน ของ น.ฟาติมา เมื่อเธออธิษฐานอยู่นั้นเธอก็เข้าสู่ภวังค์ เธอเห็นว่ารูปหินนั้นไม่ใช่รูปหิน แต่เป็นคนจริงๆ ผ้านั้นพริ้วไหวอ่อนๆตามการขยับเล็กน้อย เด็กสาวหน้าตาสดใส สว่างไสว ค่อยๆเปลี่ยนจากท่าอธิษฐาน เป็นท่าทางที่ดูสบายๆและกระฉับกระเฉง เด็กสาวคนนั้นหันมายิ้มให้ฟอนตาเน่ ก่อนจะเดินลงจากพระแท่นมาหาเธอ โดยซิสเตอร์คนอื่นๆตั้งหน้าตั้งตาอธิษฐานราวกับไม่รับรู้รับเห็นใดๆ ฟอนตาเน่สัมผัสได้ถึงความใจดีมีเมตตาของเด็กสาวคนนี้ จนเธออบอุ่นมาก และไม่รู้สึกกลัวเลย แม้เธอจะเห็นว่า เท้าของเด็กสาวคนนี้ลอยเหนือพื้นหน่อยหนึ่งตลอดเวลา

"ซิสเตอร์ ฟอนตาเน่ ยินดีที่ได้พบเธอ" เสียงใสดังกังวานราวกับระฆังแก้ว ฟอนตาเน่ รีบตอบทันใด "เช่นกันคะ ท่านฟาติมา"

"อย่าเรียกท่านเลยจ๊ะ ฉันเป็นน้องพี่รอดรีโก้ ก็เหมือนเป็นอาของเธอ และในฐานะซิสเตอร์ ฉันก็เป็นแค่ซิสเตอร์รุ่นพี่ ไม่ใช่แม่อธิการ" ฟอนตาเน่คิดในใจว่าแม้จะถูกต้องตามนั้น แต่ฟาติมายังดูเด็กว่าเธอซะอีกการจะเรียกอาหรือพี่ ก็รู้สึกแปลกๆทั้งนั้น ฟาติมายิ้มราวกับรู้ว่าเธอคิดอะไร "เรียกซิสเตอร์ ฟาติมาดีไหมจ๊ะ" ฟอนตาเน่ยิ้มออกมา และบทสนทนาก็เริ่มขึ้น เป็นบทสนทนาที่เมื่ออ่านแล้วยาวราวกับสนทนานานนับชั่วโมง ทั้งที่ช่วงเข้าภวังค์นั้นกลับยาวไม่กี่นาที

สิ่งแรกที่ฟอนตาเน่ถามคือทุกสิ่งที่เกิดกับฟาติมาเช่นนี้ บางคนไม่เข้าใจ บางคนเห็นว่าไม่ยุติธรรมเลยที่ต้องเสียสละ ฟาติมาอธิบายว่า ทุกสิ่งถูกกำหนดไว้แล้ว และอยู่ในแผนการของพระเจ้า ซึ่งล้วนแต่นำไปสู่สิ่งดีที่บั้นปลายทั้งนั้น แต่คำว่ากำหนดไว้แล้วนั้น ไม่ใช่การบังคับให้เป็นไป แม้จะมีกำหนดเช่นนี้ แต่กระนั้น พระเจ้าก็ไม่บังคับใครเลย เพราะเธอจะไม่ตอบรับสิ่งนี้ก็ได้ แต่การกำหนดของพระเจ้านั้นล่วงหน้าถึงขั้นที่รู้ว่าใจของเธอจะเลือกตอบรับอย่างแน่นอน นั่นเพราะว่า เธอถูกส่งมาเกิดบนโลก ด้วยจิตวิญญาณที่จดจำอยู่ภายในว่า สักวันจะทำเช่นนี้ และเธอตอบรับเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนเข้ามาเกิดในโลกเสียอีก ที่สำคัญ การที่ชีวิตเดียวแลกเพื่อความรอดของคนทั้งชาติ มันคุ้มค่ากว่าสิ่งใด และบำเน็จของการเสียสละนี้ก็ยิ่งใหญ่เกินใครจะคาดคิดได้

ทุกวันนี้ ในฐานะที่เป็นอยู่เธอไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่หิว ไม่เมื่อย ไม่ง่วงนอน แต่รับรู้ถึงความรู้สึกและแรงอธิษฐานของทุกคนตลอดเวลา การได้ช่วยผู้คนด้วยการอธิษฐานทั้งวันทั้งคืน โดยไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยปาก ง่วงนอน หรือหักโหมล้มป่วย มันทำให้เธอมีความสุขมากกว่าการเก็บตัวจากผู้คนบนหอคอยทองคำหลายร้อยเท่า ดังนั้นเธอยินดีกับสิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้มากและที่สำคัญ มันยังมีการเปลี่ยนแปลงในภายหน้า แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกในตอนนี้

สิ่งที่ฟาติมาต้องการบอกทุกคนไม่ใช่เรื่องนี้ เธอเพียงตอบคำถามของฟอนตาเน่เท่านั้น

เพราะเมื่อเธอได้อธิษฐานตลอดเวลาเช่นนั้น สัมผัสหยั่งรู้ และการรู้แจ้งของเธอ ก้าวหน้ายิ่งกว่าตอนยังมีเนื้อหนังร่างกายหลายเท่านัก เธอเข้าใจถึงนิมิตที่ทูตสวรรค์ทั้งสี่ได้ปรากฎแก่ท่านซีอันนา ทูตสวรรค์ทั้ง4 ทูตสวรรค์แห่งดาบ แห่งถ้วย แห่งคฑา และแห่งสัญลักษณ์ดาว ได้ปรากฎพร้อมกัน และได้เผยการทำนายถึงการล่มสลายของมหานครใหญ่

นครนั้นคือซาโลมนั่นเอง แท้จริง ซาโลมมิได้มีชะตากรรมขึ้นเป็นนครใหญ่ถึงเพียงนั้น ซาโลมล้างผลาญประเทศชาติต่างๆ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้นเป็นใหญ่ โดยการสอดแทรกของปีศาจผ่านบลาสเซจ และ แบล๊คไวเซอร์ สิ่งที่ควรจะเป็นไปมันจึงไม่เป้นไปตามวิถีของมัน วิญญาณของคนสิ้นชาติทั้งหลายร้องทุกข์ถึงสวรรค์ ดังนั้นกำหนดที่จะฟื้นฟูชนชาติที่แท้จริงต้องถูกสถาปนาขึ้น ทูตสวรรค์ทั้งสี่ จึงนำภัยพิบัติต่างๆลงมาสู่ซาโลม

ทูตสวรรค์แห่งดาบนำภัยสงครามมาเพื่อขจัดประเทศนี้ไปจากแผนที่ ประเทศนี้จะถูกสงครามลดทอนความยิ่งใหญ่ลงเรื่อยๆจนต้องสูญหายไป

ทูตสวรรค์แห่งสัญลักษณ์ดาว นำภัยโรคระบาดลงมายังดินแดนนี้ เพื่อให้ร้างผู้คน

ทูตสวรรค์แห่งถ้วย นำความแร้นแค้น ความขัดสน ความอดยากลงมา ซาโลมจึงมีแต่ค่อยๆลดจำนวนผู้คนลงและไม่อาจพื้นตัวขึ้นได้

และทูตสวรรค์แห่งคฑานำภัยธรรมชาติลงมา เพื่อลบทุกสิ่ง และเตรียมที่สำหรับ ชนชาติที่แท้จริงแล้วพวกเขาควรสืบลูกหลานชนชาติที่นี่ตั้งแต่ก่อนจักรวรรดิซาโลมจะกำเนิด

ท่านอิสฮานและท่านอลาน่า รู้เรื่องเล่านี้ดี เมื่อท่านอลาน่าขึ้นสู่สวรรค์ท่านขอให้ภัยพิบัติแห่งทูตสวรรค์ทั้งสี่ ค่อยเป็นค่อยไปราวกับต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาลงมากกว่าจะตัดโค่นอย่างรุนแรง แต่กระนั้น คำขอของท่านถูกฝ่ายตรงข้ามท้าทายโดยการเกือบจะเบี่ยงเอาสิ่งที่ต้องเกิดกับซาโลมมาลงที่ซานตาน่าแทนได้สำเร็จ ในสมัยของอิสมาคาอิน แต่ด้วยความศรัทธาของผู้คนในครั้งนั้น แผนการของมารก็ไม่สำเร็จ

ท่านอิสฮานและวานาอันที่ได้จากโลกนี้เมื่อวอนขอสิ่งนี้ ก็ช่วยลดความรุนแรง หากแต่กระจายของการมาถึงของภัยพิบัติต่างๆลงไปอีก ดุจดังแทนที่จะเทน้ำทั้งถังราดลงดับกองไฟก็ค่อยๆประพรมจนจนกองไฟอ่อนกำลังและมอดดับอย่างช้าๆ

แต่เมื่อฝ่ายหนึ่งพยายามช่วย อีกฝ่ายก็พยายามทำลายอย่างไม่ยอมหยุดเช่นกัน สุดท้ายความชั่วช้าของผู้คนที่ฟังเสียงของปีศาจมากกว่ายึดคุณธรรม ความดี ก็กลับเร่งโทษภัยของตัวเอง เหมือนกระพือโชยกลิ่นคาวเลือดเพื่อเรียกฝูงสัตว์กินเนื้อให้รีบแห่กันมาเพิ่ม เพื่อรุมเข้าขย้ำให้ย่อยยับดับชีวิตตนเร็วขึ้น ซาโลมได้เร่งเอาความพินาศเข้าหาตนเร็วขึ้นอีก

ยิ่งไปกว่านั้น แผนของปีศาจ ยังหวังทำลายล้าง แผนการของพระเจ้า ทั้งการกำจัดชนชาติที่ยังเหลือรอบๆให้สิ้น ไม่ให้ฟื้นขึ้นได้ และรวมทั้งทำลายล้างซานตาน่าด้วย

แต่การวางแผนการของสวรรค์ เหนือกว่ามนุษย์จะคาดคิด และเหนือกว่าความฉลาดของมาร และมันเป็นเช่นนี้เสมอ เช่นนั้นแล้วแผนงานของมารจะสู้แผนงานของพระเจ้าได้อย่างไร แต่แผนของมารจะชนะแผนจากสวรรค์ก็เมื่อมนุษย์เข้าร่วมมือมากกว่าเท่านั้น และมักเป็นเช่นนี้เสมอเสียด้วย

รูปภาพ

สิ่งสำคัญที่จะต้องรู้ก็คือ ปีศาจยังคงดำเนินแผนของมันอยู่ แม้ซาโลมจะดับลับหายไป แต่แผนการทำลายล้างมนุษย์ในเมอริเซีย และทำลายศรัทธาของมนุษย์เพื่อตัดทางช่วยเหลือจากสวรรค์ ก็ยังดำเนินไม่จบสิ้น ที่สำคัญ แผนบางอย่างที่พวกมันดำเนินมานั้น ยังไม่เสร็จสิ้นเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ชนชาติที่ได้รับสัญญา สถาปนาขึ้นได้ เมื่อใดเมอริเซียมีประเทศถึง 12 ประเทศ เหล่าปีศาจจะเตรียมทำลายล้างทุกชนชาติด้วยการยุยงให้ก่อสงครามไปทั่วทวีปทันที และจะขยายความรุนแรงไปทั่วโลกเทร่าเลยทีเดียว
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ เสาร์ ม.ค. 19, 2013 5:14 am

เมื่อเนื้อหาความลับแรกแพร่สะพัดออกไป ก่อเกิดการพูดคุยถกเถียงในหมู่ประชาชนมากมาย และรวมถึงชนชั้นปกครองในหลายประเทศที่เรียกประชุมเพื่อพิจารณาหาจุดยืนต่อสารนี้ ซึ่งมีทั้งผู้ที่เชื่อ ผู้ที่เห็นเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ

แต่กระนั้น การล่อลวงของปีศาจในยุคสมัยที่ผู้คนชอบรับข่าวสารแบบฉาบฉวยและมักตื่นตระหนกง่ายเช่นนี้ เป็นงานง่ายดายที่จะแปรโอกาสให้กลับกลายเป็นวิกฤต มีคนจำนวนไม่น้อย บิดเบือนข่าวสารนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าการประโคมข่าวลือที่รุนแรงเกินจริง เพื่อขายสินค้าให้คนกักตุน รวมถึงเจ้าลัทธิและหมอดูร่างทรงต่างๆ ที่ฉวยโอกาสทำนายทายทักขยายความหลอกเพิ่มสาวกและหลอกลวงทรัพย์สินของผู้คน ตลอดจนการถูกนำไปใช้เชิงการเมืองเพื่อสร้างสถานการณ์การประท้วงและการก่อม๊อบ ของประชาชน

จึงมีหลายประเทศกลับเห็นว่าสารนี้เป็น "ปัญหา" มากกว่าจะเห็นว่าเป็นการเตือนที่ต้องร่วมมือกันแก้ไขให้พ้นวิกฤต

ดังนั้นสำหรับความลับที่สอง ซานตาน่าไม่ใช้การส่งข่าวสารอีก แต่ร้องขอการส่งตัวแทนจาก 12 ประเทศเข้าร่วมประชุม บางประเทศตอบรับอย่างดี และกระตือรือร้น บางประเทศก็ส่งคนมาแบบขอไปที บางประเทศก็ส่งคนมาเพื่อสังเกตการณ์มากกว่าจะร่วมออกความคิดเห็นใดๆ

ในการประชุมครั้งแรกนี้ มีการเปิดเผยความลับข้อที่สอง อันทำให้ทุกประเทศเริ่มคิดพิจารณาเรื่องนี้มากขึ้น เพราะบางสิ่งที่ทำนายล่วงหน้าไว้ปรากฎชัดเจนต่อสายตาอยู่.....

2nd Secret of Fatima : The river of Heaven Tear

เมื่อออกจากภวังค์ ฟอนตาเน่พบว่าไม่มีใครเห็นหรือได้ยินสิ่งใดแบบที่เธอบอกเลย เธอแจ้งเรื่องนี้แก่แม่อธิการ และได้รับการสอบสวน เมื่อแน่ใจว่าทุกสิ่งนั้นคือการได้รับมาจริงมิใช่การฝันกลางวันหรือเสียสติของเธอ ทุกอย่างก็ถูกบันทึกและเก็บรักษาไว้

ฟอนตาเน่ แจ้งแก่คาลดินัลว่า ฟาติมาจะพบเธออีกในวันและเวลาเดียวกันนี้ในเดือนหน้า จึงขออนุญาตพาะคาลดินัลและแม่อธิการ ในการนัดหมายดังกล่าว เมื่อได้รับการอนุญาต มีประชาชนมาแห่เฝ้าดูมากมาย แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าวิหาร

ความลับที่2นั้นกล่าวถึงอนาคต

คือ จะมีหมายสำคัญปรากฎบนท้องฟ้า อันหมายถึงเวลาของการประกาศความลับ2ข้อนี้ แก่ผู้คนทั่วเมอริเซีย เวลาที่มีเมฆจากสวรรค์ อันไม่ใช่เมฆสามัญธรรมดา เมฆนี้ จะปรากฎเมื่อเวลาแห่งสงครามใกล้เข้ามา เวลาที่ความตกต่ำของศรัทธา ความรักในเพื่อนมนุษย์ และศีลธรรมอันดี ของชนชาติทั้ง12ในเมอริเซียมากพอที่จะอุบัติสงครามขึ้นอีกครั้ง ในครั้งน้ี้ จอมมารตนหนึ่งจะกลับคืนชีพขึ้น เพื่อทำลายล้างมนุษยชาติ

ขอให้ทุกประเทศจงธำรงในสันติสุขและสันติภาพ หาไม่แล้ว เมฆสวรรค์ซึ่งเป็นของประทานจากสวรรค์นี้ จะหยุดยั้งมนุษย์จากสงคราม มันจะไหลหลั่งสายน้ำแห่งสวรรค์ ล้อมรอบประเทศทั้ง12ไว้ และเมื่อนั้น จะไม่มีใครผ่านไปมาระหว่างประเทศต่างๆได้อีก หากแต่ว่า มันหยุดยั้งได้เพียง1เดือน จากวันที่จันทร์ทอแสงสว่างที่สุด จนครบวาระนั้นอีกครั้ง แม่น้ำนี้จะไม่อาจกั้นมนุษย์จากกันได้อีกต่อไป ดังนั้นจำเป็นที่ต้องมีผู้ที่มีรัก และปรารถนาสันติ เข้าหยุดยั้งสงครามก่อนที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้จะเหือดแห้งอีกครั้ง

รูปภาพ

เพราะแม่น้ำนี้ คือน้ำตาจากสวรรค์ที่เรียกร้องความรักและสันติ จากมนุษย์ ดังนั้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่า ทุกคนต้องรักเพื่อนมนุษย์ รักเพื่อนบ้าน และแม้แต่รักศัตรู แม่น้ำนี้ จะอนุญาตให้คนที่อยู่ในห้วงแห่งความรักเท่านั้น ที่จะผ่านได้ ชาย-หญิง ผู้ที่มีความรักต่อบุคคลผู้ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่ประเทศศัตรู จะสามารถผ่านสายน้ำนี้ได้อย่างอิสระ และพวกเขาก็สามารถเลือกได้เช่นกันว่าจะช่วยกันหยุดยั้งสงคราม หรือจะปล่อยให้สงครามดำเนินไป ภายใน1เดือนแห่งการประวิงเวลานั้นเหล่าผู้คนที่รักสันติในเมอริเซีย จงหวังในผู้มีความรักเหล่านั้นเถิด
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ เสาร์ ม.ค. 19, 2013 5:41 am

Om Gar, the Star Caller
โอม การ์ แห่ง ลาซาล

รูปภาพ

ชนชั้นสูงผู้ทรงอิทธิพล และมีอำนาจมากในลาซาล เนื่องจากกษัตริย์องค์ปัจจุบันไม่มีทายาท เขาคือผู้ถูกคาดหมายให้สืบทอดตำแหน่งต่อไป แม้จะมีอำนาจทางทหารและการค้าในมือ หนุ่มใหญ่วัย40ปีผู้นี้ก็ยังขาดความสมบูรณ์ของครอบครัว หลังจากภรรยาที่รักยิ่งเสียชีวิตเขาครองตนเป็นม่ายต่อมาอีก 20 ปี จนวันหนึ่งความรักที่ไม่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นได้อีกก็มาเยือนอย่างไม่คาดหมาย การเดินทางเพื่อเจรจาการค้าทั่วภูมิภาค ทำให้เขาพบเด็กสาวผู้อ่อนโยนและสุภาพเรียบร้อย ธิดาผู้นำนักบวชแห่ง ซานซารา การสู่ขอหมั้นหมายจึงเกิดขึ้น ซึ่ง นอกจากจะมีผลสำคัญยิ่งทางการเมืองแล้ว จะเป็นหลักประกันให้แก่ ซานซารา ประเทศเกิดใหม่นี้อย่างดี หากวันหนึ่งเด็กสาวจากซานซารา อาจขึ้นเป็นถึงราชินีแห่งลาซาล

ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงของ โอม การ์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ การเดินเรือ และวิทยาการอื่นๆ อันเป็นเหตุสำคัญอันหนึ่งแห่งความเจริญฟื้นตัวของลาซาลก็โดดเด่นมาก ประวัติการผจญภัยเมื่อวัยเยาว์ก็มีให้กล่าวขานไม่น้อย การได้เป็นภรรยาของชายผู้นี้จะนับว่าโชคดียิ่งนัก ทุกคนสรุปเช่นนี้ได้ทันที โดยไม่ต้องสงสัย

Lu Mentras, to Love Heaven’s Tear
ลู แมนทรัส แห่ง ซานซารา

รูปภาพ

เด็กสาวที่เติบโตมาในแบบแผนจารีตอันเคร่งครัด ชีวิตของเธอถูกวางไว้2ทางเลือก คือแต่งงานกับชายที่ยอดเยี่ยม หรือ ออกบวชเป็นภิกษุณี ถือพรหมจรรย์ ถวายแด่พระเจ้า แต่แท้จริง ชีวิตเธอก็ไม่ได้มีสิทธิเลือก หากแต่การถูกอบรมเลี้ยงดูให้เชื่อฟังบิดาผู้เป็นผู้นำนักบวชแห่ง ซานซารา อย่างไม่มีเงื่อนไข ทำให้หนทางนั้นถูกเลือกให้แม้เธอไม่เคยปรารถนา เมื่อชายผู้ยิ่งใหญ่จากลาซาล ทำการสู่ขอเธอ เงื่อนไขสำคัญ ที่นักบวชผู้เคร่งครัดแห่งซานซารายื่นขอต่อชายสูงศักดิ์แห่งลาซาล คือการเข้ารับศาสนาของซานซารา เพราะมีการห้ามหญิงซานซาราแต่งงานกับคนนอกศาสนา ซึ่งหนุ่มใหญ่จากลาซาลผู้นี้ก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่สำหรับ ลู ส่วนลึกของใจของเธอนั้น เพียงครั้งเดียวที่เคยได้อิสระเมื่อวัยเยาว์ จนได้พบพานเด็กหนุ่มผู้กล้าหาญและร่าเริง เด็กหนุ่มที่อยู่ในใจของเธอมาตั้งแต่วันนั้น เขาคือภาพฝันที่เธอเก็บไว้ในใจลึกๆเสมอ โดยไม่คาดคิดว่า เมื่อความลับแห่งน้ำตาสวรรค์เปิดเผย เธอได้พบชายคนนี้ที่เธอจดจำเขาได้ในทันที เทมพลาร์หนุ่มผู้หล่อเหลาและสง่างามจากซานตาน่า เข้าพบและส่งสารแด่บิดาของเธอ เขาหันมามองเธอ ในแววตานั้นบ่งบอกว่าเขาจำเธอได้ แม้จะไม่ได้พูดคุยอันใด แต่หัวใจหญิงสาวได้วิ่งไปตามหาความฝันของเธอเสียแล้ว จนเมื่อเธอมีโอกาสได้ติดตามบิดาในการประชุมเผยความลับที่สอง เธอก็ได้พบกับเขาอีกครั้ง และในครั้งนี้ เธอแน่ใจว่าหัวใจของเธอมอบให้รักแรกในชีวิตเธอไปแล้ว

การคาดหวังให้แทมพลาร์จากซานตาน่าเปลี่ยนมาเข้าศาสนาเธอ คงเป็นไปไม่ได้ แต่กรอบประเพณีจารีตที่เคร่งครัดของซานซาราไม่ใช่ว่าไม่มีข้อยกเว้น หากแต่บิดาที่มีฐานะหัวหน้านักบวชนั้นคงไม่ยอมยกเว้นที่ธิดาของตนเองแน่ แม้กระนั้น เธอประวิงเวลาโดยการขอขัดใจบิดาเป็นครั้งแรก ซึ่งเรื่องเดียวที่เขาจะยอมอ่อนข้อคือเรื่องศรัทธาที่บิดาเคร่งครัดยิ่ง เธอจึงขอพิจารณาทางเลือกการบวชเป็นภิกษุณี ด้วยหวังว่า หากเรื่องราวที่ซานตาน่าบอกไว้เป็นจริงทั้งหมด บิดาของเธอจะอ่อนข้อยอมรับความเชื่อศาสนาอื่นว่าเป็นความจริงด้วย เธอเฝ้ารอวันที่ธารน้ำสีรุ้งจะไหลหลั่งลงจากเมฆสวรรค์ เมื่อนั้นอนาคตของเธอคงจะไม่บีบคั้นคับแคบแบบที่เป็น


Esmond ,Charismatic Templar Star Force
แอสมอนด์ แห่ง ซานตาน่า

รูปภาพ

แทมพลาร์หนุ่ม ผู้มีชื่อเสียง ทั้งฝีมือ และบุคคลิคหน้าตา รวมทั้งชาติตระกูล ที่สืบทอดจากแทมพลาร์ผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์ อันเป็นความภาคภูมิของชาวซานตาน่าและพระศาสนจักร รอดริโก้ ผู้ทรงสัตย์ คือปู่ของเขา ฟอนตาเน่ก็คือน้าสาวผู้ศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำความลับสวรรค์ออกสู่ความรู้ของผู้คน จึงไม่มีใครเหมาะสมกับหน้าที่ผู้นำสารเท่ากับเขาอีกแล้ว เขาเดินทางนำสารสู่3ประเทศในเมอริเซียตอนบน จนพบเด็กสาวคนหนึ่งใน ซานซารา

จากเด็กหญิงตัวเล็กๆที่ติดตามนักบวชผู้บิดา เข้าแสวงบุญที่ซานตาน่า คนมากมายพลุกพล่านจนเธอพลัดหลงจากพ่อแม่ แต่ยากจะบอกว่าเธอจงใจพลัดหลงหรือไม่ เพราะนอกจากไม่ตระหนกตกใจ เมื่อเขาพบเด็กหญิงดวงตากลมโต ผู้นี้ที่หน้าวิหาร เธอยังดูเหมือนตื่นเต้นดีใจในอิสรภาพในแดนศักดิ์สิทธิ์ ราวกับนกน้อยที่โผบินออกจากกรงเป็นครั้งแรก แม้จะดูหวาดหวั่นลึกๆ แต่ตื่นเต้นมีความสุขมากกว่า เด็กหนุ่มที่เพิ่งกลับจากการฝึกดาบพาเด็กหญิงเที่ยวเล่นทั่วซานตาน่าอย่างสนุกสนาน จนพลบค่ำจึงได้พบกองคาราวานที่เธอเดินทางมา ต่างตามหาเธอกัน ช่วงเวลาแค่หนึ่งวันกับเด็กหญิงแปลกหน้านั้นยังคงจารึกในใจเป็นเหมือนวีรกรรมครั้งสำคัญในวัยเยาว์ของเขา

และเมื่อพบเธออีกครั้งในซานซารา แม้เธอจะคลุมหน้าด้วยผ้าบางเขาก็ยังจนจำดวงตาโตที่มองหาอิสระเสรีของเธอได้ดี และดวงตานั้นสว่างไสวเมื่อมองมาที่เขา แม้จะไม่ได้สนทนาพูดคุย แต่เขาก็แน่ใจว่าสหายหนึ่งวันในวัยเด็กได้ถูกลิขิตให้พบกันอีกครั้ง

จนวันที่ซานซารา เข้าร่วมประชุมที่ซานตาน่าเขาพบเธออีกครั้ง ในครานี้ ทั้งสองมีโอกาสสนทนาพูดคุยรื้อฟื้นความความทรงจำอันงดงาม และในเวลาไม่กี่วันของการประชุม นักรบหนุ่มก็ได้รู้สึกได้ถึงความรู้สึกพิเศษต่อหญิงสาวผู้นี้ ที่เคลื่อนไหวในใจของเขา
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ จันทร์ ม.ค. 21, 2013 4:39 am

Artimes, Magician Born to be

อาร์ตี้เมส แห่ง แอนดิซอง

รูปภาพ

ในยุคที่ดำมืดที่สุดยุคหนึ่งของแอนดิซอง เมื่อการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองเกิดขึ้น องค์ชายรัชทายาทผู้สำเร็จราชการแห่งเมืองท่าตามราชประเพณีขึ้นครองตำแหน่งท่ามกลางความขัดแย้งภายใน สภาทั้งสามไม่อาจไว้วางใจกันและกัน และพยายามเข้าครอบงำสภาอื่นๆ ในการเลือกตั้งคาลดินัลแห่งแอนดิซอง มีการจ้างนักฆ่าจากแดนไกลเพื่อให้จับมือใครดมไม่ได้ ลอบฆ่าพระสงฆ์นักบวชหลายองค์ เพื่อกำจัดคู่แข่ง ฝ่ายสภาพ่อค้าลงขันกันจ้างนักฆ่า ส่วนสภาฝ่ายราชวงค์ ก็ใช้อำนาจทางการเมืองกลั่นแกล้ง บีบคั้น แม้แต่จับขัง นักบวชที่ไม่อ่อนน้อมต่อฝ่ายตน จึงกลับกลายเป็นพระที่ปลิ้นปล้อนตอแหล พระชื่อดังที่จอมปลอม ล้วนได้สมณศักดิ์สูง แต่พระนักบวชที่ดีจำนวนไม่น้อยกลับต้องพลีชีวิตเพื่อธำรงความชอบธรรมเป็นมรณสักขี ยิ่งไปกว่านั้นในยุคที่มืดมนเช่นนี้ การนำเข้าเหล่าผู้ใช้ศาสตร์มืด เพื่อทำคุณไสยให้การค้าเจริญหรือสาปแช่งคู่แข่งก็เฟื่องฟูยิ่ง ภายใต้ความเจริญและหรูหราจึงมืดดำไปด้วยซากศพและกองเลือด ราวกับว่าที่นี่ไม่เคยเป็นแหล่งกำเนิดของนักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์

แต่ในท่ามกลางความมืดนั้น สายน้ำแห่งแปรปรวนก็ได้สาดประกาย ใต้น้ำลึกยังมีเงาที่พร่าพรายอย่างลึกลับ เด็กชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในหมู่บ้านชาวประมง และในทันทีที่ทารกร้องไห้เสียงดัง ข้าวของในบ้านก็ตกหล่นลงพื้น และเมื่อเขาเริ่มพูดได้ เขาก็พูดได้ชัดและพูดประโยคยาวๆได้อย่างรวดเร็ว หลายครั้งที่เขาเจ็บป่วยหนัก และเหมือนหยุดหายใจไปแล้ว แต่ก็กลับหายใจได้ใหม่ในไม่กี่ชั่วโมง อาการนี้เป็นตั้งแต่เกิดหลายครั้งจนหายไปเมื่ออายุได้ 6 ปี เมื่ออาการนี้หายไปแล้วอาการประหลาดใหม่ก็ตามมา นั่นคือเขามักเดินละเมอในเวลากลางคืน และข้าวของรอบตัวมักลอยไปมาเวลาที่เขาเดินไปที่ใด พอตื่นข้าวของก็ตกลงบนพื้น ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัวเด็กคนนี้ และแม้แต่พ่อแม่ของเขาก็ทุกข์ใจและกลัว ด้วยว่าข่าวลือเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวัน พ่อแม่เด็กจึงยกเขาให้คณะซิสเตอร์ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่โบสถ์ในเมืองถัดไป ซิสเตอร์ตั้งชื่อให้เขาใหม่ว่า อาร์ตี้เมส ไม่มีใครสนใจในชื่อเดิมของเขารวมทั้งตัวเขาเองก็จงใจลืมมัน เขาเป็นเด็กเข้มแข็งกว่าที่ใครๆคิดเพราะสามารถรับมือกับการถูกทิ้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ อาจเพราะเขายังเด็ก หรือเพราะเขาถูกปฏิบัติอย่างหวาดกลัวมาตลอด หรือจะเพราะความใจดีของซิสเตอร์ที่เมตตาเขากว่าพ่อแม่และเพื่อนบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์ประหลาดทั้งหลายรอบตัวเขาก็ดูจะหายไปหมด

จนวันที่อาร์ตี้เมสอายุได้ 9ปี สังฆานุกรผู้มีพระพรพิเศษ แต่ปิดบังคุณสมบัติคาริสมาติกของตนไว้ ได้กลับจากแสวงบุญที่ซานตาน่า และแวะมาเยี่ยมแม่อธิการผู้เป็นน้าสาว และได้สัมผัสอาร์ตี้เมส เมื่อเขาเล่าเรื่องราวให้แม่อธิการ ท่านก็ได้เรียกประชุมซิสเตอร์ทั้ง5คนในอารามเวลานั้น เพื่อจะต้องแจ้งให้ทราบและเก็บเป็นความลับ เกี่ยวกับเด็กคนหนึ่งที่สถานเลี้ยงเด็กนี้ และตัดสินใจว่าต้องส่งเด็กคนนี้เข้าเมืองหลวงและให้อยู่ในความดูแลของพระคาลดินัลแห่งแอนดิซอง

สารที่มาพร้อมเด็กชายที่ถูกนำส่งโดยคณะเดินทางของซิสเตอร์ ถูกมอบแด่พระคาลดินัล ทำให้ท่านรู้ว่า เด็กคนนี้ คือเด็กที่เกิดมาพร้อมเวทย์มนต์ เมื่อตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว มารดาคิดว่าเกิดเจ็บป่วย ไปทำการรักษากับหมอผีต่างด้าวที่เข้ามาตั้งสำนักหากินแถบท่าเรือ เวทย์ลึกลับจากโลกบาดาลที่ใช้วิญญาณภูติในการรักษาโรค ได้ทำให้เด็กคนนี้ เกิดมาพร้อมเวทย์มนต์ในตัว และวิญญาณภูตินั้น ได้พยายามตามมาเอาพลังของมันคืน อันหมายถึงการพยายามทำลายชีวิตเด็กคนนี้หลายครั้ง แต่เด็กคนนี้มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งพิทักษ์ตั้งแต่เกิด อาจด้วยชะตาที่สวรรค์ลิขิต เขาจึงรอดชีวิตมาได้ และเมื่อเขาได้ใช้ชีวิตในเขตศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงปลอดภัยและไม่มีเหตุการณ์ประหลาดใดๆ แต่กระนั้นแม้จะขจัดขับไล่วิญญาณภูติ แต่พลังจากโลกมืดจะยังคงวนเวียนอยู่กับเขา เหมือนสายใยที่ยากจะตัดออก ดังนั้นเขาจะต้องถูกเลี้ยงดูและอบรมอย่างดี เพราะว่าในอนาคตชะตาชีวิตของเขาจะขึ้นกับการเลือกทางเดินชีวิตของเขา และมันจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของประแทศแอนดิซองเลยทีเดียว

ตั้งแต่นั้นเมื่ออาร์ตี้เมสได้รับการเลี้ยงดูอบรมจากบรรดานักบวช และถูกส่งไปยังโรงเรียนเวทย์มนต์ ก็พบว่าเขาก้าวหน้าและมีพลังเวทย์มากกว่าเด็กทั่วไปในรุ่นเดียวกัน และรวมถึงองค์ชายรัชทายาท ผู้เป็นนักเรียนรุ่นพี่ที่รักและเอ็นดูอาร์ตี้เมสเป็นพิเศษ และเข้ารับอุปถัมภ์เขาเป็นเด็กในพระราชนูปถัมภ์ ซึ่งเท่ากับถูกวางตัวให้รับใช้ในราชการในวัง และอาจเป็นขุนนางใหญ่ในอนาคต

องค์ชายรัชทายาทคอยคลุกคลีกับเด็กชายจนเกิดข่าวลือแปลกๆจากพวกชอบซุบซิบนินทาที่ชอบคิดอกุศล จนวันที่อาร์ตี้เมสเรียนจบ และองค์ชายรัชทายาทมีคำสั่งให้เขาเข้ารับใช้ในฐานะคนสนิทติดตามไปรับราชการในเมืองท่า แต่ก็มีสารขอตัวเขาจากพระราชาให้อาร์ตี้เมส ศึกษาเวทย์มนต์ระดับสูงที่วอลเนียทันที

เมื่อวันที่ส่งอาร์ตี้เมสขึ้นเรือ เป็นที่ร่ำลือว่า องค์รัชทายาทวัย22 คงเอ็นดูเมตตาอาร์ตี้เมสดุจน้องชายแท้ๆ เพราะร่ำไห้ฟูมฟายราวกับพ่อแม่ที่ส่งลูกไปแดนไกล ส่วนเด็กชายวัย15ปีนั้น ก็ตื่นเต้นที่จะได้ออกไปดูโลกกว้างไกล และได้พบสิ่งใหม่ๆ และสถานศึกษาแห่งวอลเนีย ก็โด่งดังในเรื่องความหลากหลายทางวิทยาการทั้งตะวันออกและตะวันตก เพราะเป็นเกาะการค้าสำคัญทางตะวันตกของเมอริเซีย และที่นี่เองที่เขาได้เห็นมนุษย์ที่มีผมสีฟ้าที่ร่ำลือว่าเป็นผลมาจากการมีเชื้อสายของเงือก



Runrun, the Harmony of Earth and Ocean

รันรัน แห่ง วอลเนีย

รูปภาพ

เจ้าหญิงรันรัน ผู้มีผมยาวสลวยสีฟ้า กำเนิดจากมารดาผู้เป็นนางเงือก ซึ่งจะว่าไปนิสัยที่ไร้กรอบและชอบทำอะไรแปลกๆของพระบิดาก็เป็นที่ร่ำลือมาตั้งแต่สมัยเป็นเจ้าชาย และเจ้าหญิงน้อย ผู้เติบโตมาอย่างไม่ธรรมดาก็ติดนิสัยนี้มาด้วยอย่างชัดเจน ตั้งแต่เด็กพระองค์ถูกผู้คนจับตาเพราะการคาดหวังว่า เหล่านักเวทย์ที่มีสายเลือดเงือกจะต้องเก่งกาจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบุคคลในประวัติศาสตร์อย่างนิโคลัส โอดิลอน ซึ่งเป็นจอมปราชญ์และรัฐบุรุษของแอนดิซอง ที่ตอกย้ำเสียงร่ำลืออันนี้

แต่ยิ่งโดนคาดหวังเจ้าหญิงกลับยิ่งต่อต้าน เจ้าหญิงนั้นไม่ตั้งใจเรียนที่ครูสอน แต่ชอบไปหาหนังสืออ่านเอง และเมื่อร่ำเรียนอะไร พอเข้าใจระดับหนึ่ง ก็จะหันไปสนใจวิชาอื่นๆ เหมือนคนที่ค้นหาความชอบของตัวเองไปเรื่อยๆ และเมื่อพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ และด้วยว่าเบื่อความคาดหวังของใครๆ เจ้าหญิงเริ่มผสมผสานเวทย์มนต์ขึ้นเอง และพลิกแพลงวิชาจากทุกแห่งหน เช่นเมื่อทรงรู่้ว่าพวกนินจามีรองเท้าและวิชาที่ใช้เดินบนน้ำได้ เจ้าหญิงก็ศึกษาจนจับจุดได้ และปรับใช้กับวิชาเวทย์แบบอื่นๆ ความเชียวชาญเรื่องเวทย์แนวนี้ อาจมาจากการมีสายเลือดเงือกด้วยเหมือนกัน แต่กระนั้นเมื่อทรงอายุย่างเข้า14ปีก็ต้องทรงเข้าศึกษาในสถานศึกษาแห่งวอลเนีย ซึ่งคราวนี้จะทำตัวเหลวไหลเหมือนสมัยเรียนกับอาจารย์ในวังไม่ได้ และสิ่งผลักดันสำคัญ เห็นจะเป็นเด็กหนุ่มจากแอนดิซอง ที่ร่ำลือกันว่าเป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมเวทย์มนต์ ในเมื่อพระองค์ก็คือเด็กที่เกิดมาพร้อมสายเลือดเงือกด้วยเหมือนกันความรู้สึกว่าเป็นคู่แข่งก็บังเกิดขึ้น

ดังนั้นพระองค์จ้องจะแข่งกับ อาร์ตี้เมสในทุกเรื่อง เมื่อเห็นอาร์ตี้เมสเรียนอะไรก็จะเรียนบ้าง เมื่อเห็นเขาทำอะไรก็จะทำบ้าง เห็นเขาอ่านอะไรก็จะอ่านบ้าง กว่าจะฉุกคิดได้ว่า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พระองค์ทรงอยู่กับเด็กชายต่างแดนนี้เกือบตลอดเวลา ก็เป็นเวลาที่พระองค์เริ่มรู้สึกไม่ชินถ้าต้องทำอะไรโดยไม่มีเขา

1ปีที่คนทั้งสองร่ำเรียนอยู่ด้วยกัน เมื่ออาร์ตี้เมสกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ช่วงสิ้นปีการศึกษา เป็นเวลาที่ทั้งสองเริ่มรู้สึกถึงคำว่า คิดถึงกัน ขึ้นมา เจ้าหญิงเริ่มรู้สึกว่าเธอรอคอยเขาชนิดนับวัน และไม่รู้สึกสุขกับอะไรรอบตัว 1เดือนเหมือน1ปี และเมื่อครบ1เดือน อาร์ตี้เมสกลับมา เจ้าหญิงรู้สึกดีใจที่ได้พบเขา จนรู้สึกอายมากเมื่อเริ่มเข้าใจจิตใจตัวเอง อาร์ตี้เมสเองนั้นดีใจมากที่กลับมาพบเจ้าหญิง แต่ไม่กี่วันเจ้าหญิงก็เปลี่ยนไป กลับห่างเหิน และพูดน้อยลง คอยหลบหน้า และคอยก้มหลบตา อาร์ตี้เมสคิดว่าเจ้าหญิงคงโกรธและงอนที่เขากลับไปนาน จึงพยายามง้อและเอาใจเจ้าหญิง แต่ยิ่งทำแบบนั้น เจ้าหญิงก็ยิ่งดูท่าทางพิลึกขึ้นไปกว่าเดิม อาร์ตี้เมสทำอะไรไม่ถูก และไม่เข้าใจท่าทีของเจ้าหญิงที่เปลี่ยนไป

จนวันหนึ่งมีข่าวการส่งสารสู่ขอเจ้าหญิงรันรัน ให้กับองค์ชายรัชทายาทแห่งแอนดิซอง แพร่เข้ามาในสถานศึกษาเวทย์มนต์แห่งวอลเนีย อาร์ตี้เมสกลับ ไม่รู้สึกมีความยินดีเหมือนคนอื่น เขารู้สึกเหมือนถูกฟ้่าผ่าใส่จนตัวชาไปหมด

เจ้าหญิงถูกเรียกกลับวัง จากนั้นสองวันก็มีข่าวแพร่สะพัดว่าเจ้าหญิงทรงหนีออกจากวัง อาร์ตี้เมสเป็นห่วงมาก ออกช่วยตามหาจนมืดค่ำ จนตกดึกเขาก็พบว่าบนเตียงในห้องนอนของหอพักนักเรียนต่างชาติของเขา มีเจ้าหญิงองค์น้อยที่คราบน้ำตาเปื้อนแก้ม ผมสีฟ้าสวยงามสยายบนหมอนของเขา เขาก้มลง จ้องมองใบหน้ายามหลับนั้นอยู่นาน แสงจันทร์ที่สาดเข้ามาในห้องเหมือนจุดความสว่างทำให้เขาได้รู้ใจตัวเองว่า ตลอดเวลาที่เขามีองค์หญิงอยู่เคียงข้างนั้นมีความสุขใจเพียงไร เขาเอานิ้วมือเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มของหญิงสาวผมสีฟ้าอย่างแผ่วเบา และเมื่อสัมผัสแก้มเนียนนุ่มนั้น เขาก็ตระหนกถึงชะตากรรมของตัวเองว่ากำลังจะทรยศประเทศชาติ และทรยศองค์รัชทายาทที่เมตตาต่อเขาอย่างพี่ชาย ด้วยการแย่งคู่รักของพระองค์ อาร์ตี้เมสรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาจะถูกฉีกออก ซีกหนึ่งแด่ประเทศชาติ และอีกซีกหนึ่งแด่เธอที่นอนหลับอยู่ตรงหน้าเขานี้เอง
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร ม.ค. 22, 2013 4:46 am

Yohannes, the Proof of Spirit

โยฮันเนส แห่ง ไฮแลนด์

รูปภาพ

เจ้าชายหนุ่มรูปงาม แห่งไฮแลนด์ ผู้มีพระพรพิเศษในการจำแนกจิต สามารถสัมผัสความดีร้ายในใจคน แม้ไม่ถึงขั้นอ่านใจหรืออ่านความคิดได้แต่มันทำให้เขารู้ได้ว่าสิ่งที่คนอื่นพูดหรือแสดงออกโกหกหรือจริงใจ และกำลังรู้สึกเช่นไร ซึ่งนั่นมากพอที่จะทำให้เป็นพระพรพิเศษที่สำคัญมากในการปกครองประเทศ และเป็นความปลาบปลื้มปิติของไฮแลนด์เป็นอย่างมาก เพราะการมีชนชั้นปกครองที่เป็นคาริสมาติก ชี้ว่าสวรรค์โปรดปรานและประทานพรแก่ประเทศอย่างแท้จริง แม้จะทรงเป็นพระโอรสคนสุดท้องและไม่ใช่รัชทายาท แต่คาดกันว่าจะถูกวางตัวให้อยู่ในตำแหน่งมหาอุปราชที่ปรึกษากษัตริย์อย่างแน่นอนเมื่อพระเชษฐาของพระองค์จะขึ้นครองราชย์

ที่จริงเจ้าชายโยฮานเนสเคยมีความสนใจในชีวิตแบบนักบวช ซึ่งอาจเป็นอิทธิพลมาจากการศึกษาร่ำเรียนวิชาต่างๆในโบสถ์นานหลายปี เพื่อพัฒนาความสามารถพิเศษของความเป็นคาริสมาติกที่มี แต่เมื่อเห็นความจำเป็นและประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ในการปกครองบ้านเมือง ก็ทรงเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายคล้ายนักบวชเพียงแต่ไม่ต้องบวชจริง และก็ทรงพบว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน หากมีศรัทธา และอุทิศชีวิตแด่พระเจ้าก็พบความสงบสุขได้ทั้งนั้น

ถึงอย่างนั้น พระองค์ก็ชอบที่จะติดตามเหล่านักบวชออกทำกิจกุศลต่างๆ เมื่อมีโอกาส และเมื่อทรงพระชนมายุ17พรรษา ได้ขอพระราชานุญาตจากพระบิดา ในการติดตามคณะมิชชันารีไปเผยแผ่พระธรรมคำสอนที่ประเทศโพ้นทะเลทรายอย่างนอสตาเกีย ซึ่งจะต้องทรงทำพันธกิจนานถึง2ปี พระราชาเห็นถึงความสุขของลูกชาย และบุญกุศลที่ไม่อาจซื้อหาได้ด้วยเงิน จึงยินยอมให้ทรงกระทำตามพระทัย

หลังจากเดินทางกลับมา พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงไปเจริญวัยขึ้นทั้งในความคิดและการกระทำ ด้วยทรงสัมผัสชีวิตผู้คนจริงๆนอกรั้ววังหรือรั้ววัด ที่ต้องเผชิญชะตาชีวิตที่ดิ้นรนต่อสู้ และที่สำคัญยังมีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงในจิตใจของพระองค์ที่ซ่อนเร้นไว้ไม่มีใครรู้

พระราชาทรงตรัสว่า ขณะที่เจ้าชายเดินทางไปแดนไกลมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นทั้งที่ไฮแลนด์และดินแดนเพื่อนบ้าน พระองค์ทรงทำข้อตกลงกับกษัตริย์แห่งลีเซีย เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงทางการเมือง โดยการเป็นพันธมิตร และผูกมัดกับลีเซีย โดยการตกลงหมั้นหมาย เจ้าชายโยฮันเนสกับเจ้าหญิงแวนเดอเรียแห่งลีเซีย

แม้จะทรงถูกเลี้ยงดูมาอย่างคนที่รู้ว่าหน้าที่ของราชนิกูลคือมีชีวิตและตัดสินใจทุกอย่าง เพื่อการปกครองประชาชน แต่ดูเหมือนว่าภายใต้ท่าทีที่สงบนิ่ง และใบหน้าที่เรียบเฉยของเจ้าชายโยฮันเนส มีเปลวไฟที่ลุกร้อนอยู่ภายใน



Aluyah, the Mystery of Fire and Wind

อาลูญ่า แห่ง นอสตาเกีย

รูปภาพ

หญิงสาวผู้เงียบขรึมของประเทศเกิดใหม่ บิดาเป็นพ่อค้าเร่จากนอร์ทนิวแลนท์ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานหลังทั้งเมืองโดนทำลายราบคาบจากกองทัพจักรกล ส่วนมารดาเป็นชาวพื้นเมืองของชุมชนเผ่าทะเลทราย บิดาตั้งตัวได้จนเป็นพ่อค้าใหญ่ในประเทศใหม่นี้ และ สร้างครอบครัวกับภรรยา มี ลูกชาย1คน และลูกสาวอีกสองคน ลูกสาวคนกลางผู้เงียบขรึม และพูดน้อย ชอบเก็บตัวอ่านหนังสือ แสวงหาความรู้โดยเฉพาะในเรื่องลึกลับต่างๆ การค้นพบและเข้าใจสิ่งต่างๆ คือความสุขของเด็กหญิง ในขณะที่บิดานั้นสนใจแต่เรื่องค้าขายและผ่านความเป็นความตายมา จึงมองเห็นศาสนาเป็นเพียงเรื่องปลอบใจคนมากกว่าจะศรัทธาแท้จริง ส่วนมารดากลับมีความเชื่อในลัทธิซึ่งเป็นศาสนาประจำเผ่าเดิมของตน อาลูญ่าจึงมีความมุ่งมั่นในใจที่อยากหาคำตอบกับความลึกลับของสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยเฉพาะคำถามว่าคนเราเกิดมาทำไม และมีจุดประสงค์ใด วิญญาณของเรานั้นมาจากไหน ใครกันให้กำเนิดวิญญาณของเรา หากเธอได้รู้จักสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาตินี้ เธอคงได้คำตอบอีกมากมายและในความหมายของการมีชีวิต อาลูญ่าจึงสนใจศึกษาทุกศาสนา ทุกลัทธิ ทุกศาสตร์ ที่อยู่ในนอสตาเกียเพื่อค้นหาคำตอบ และทำให้เธอเรียนรู้เวทย์มนต์หลากหลากรูปแบบ

จนวันหนึ่ง มิชชันนารีจากไฮแลนด์กลุ่มใหม่ที่เดินทางมาเปิดโรงเรียนและโบสถ์เพิ่ม เธอสนใจในวิถีชีวิตของพวกนักบวชที่สละความสุขทางโลกแบบที่พ่อของเธอแสวงหา ออกมาทำงานกิจเมตตาต่อคนอื่น และแม้แต่กับคนต่างชาติต่างภาษาเช่นนี้ อะไรดลบันดาลให้คนพวกนี้ทำแบบนี้ได้ ยิ่งกว่านั้น พวกเขามีกรอบศีลธรรมและข้อกำหนด ซึ่งเธอเห็นว่าหลายๆข้อล้วนลดทอนความสุนกสนาน และความสุขสบายในการทำตามใจลง ไปเพื่ออะไร เธอเองก็ไม่ได้คำตอบจากลัทธิของมารดา ที่เน้นการบนบานศาลกล่าวเพื่อวอนขอสิ่งที่เป็นประโยชน์ทางโลก การอุทศชีวิตและความสุขสบายในชีวิตเพื่อคนอื่นของคนกลุ่มนี้สะดุดใจเธออย่างมาก เด็กสาววัย15ปี ตัดสินใจว่าจะเรียนรู้สิ่งที่คนเหล่านี้ศรัทธาเพื่อค้นหาคำตอบ และเธอก็พบชายหนุ่มรูปงามในท่ามกลางเหล่านักบวช ที่ยินดีสอนเรื่องราวต่างๆและอดทนตอบคำถามทุกอย่างที่เธออยากรู้ เพราะนิสัยพูดไม่เก่งของเธอทำให้หลายคนมักเข้าใจเธอผิดว่าชอบพูดจาห้วนและกวนโมโห แต่กับชายคนนี้เขาดูจะเข้าใจความตั้งใจจริงของเธออย่างดี

เมื่อเธอได้ยินเรื่องราวของพระเจ้าผู้ให้กำเนิดโลกเทร่า และให้กำเนิดวิญญาณของทุกคน สิ่งนี้เร้าจิตใจเธอมาก เธอขอเรียนหลักศรัทธาและศาสนาของเขา และยิ่งเรียนเรื่องราวในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเธอยิ่งทึ่งและได้คำตอบในสิ่งที่เธอสงสัยเสมอมา เธอจึงเห็นอาจารย์โยฮันเนสผู้สอนศาสนาให้เธอนี้ เป็นดัง ทูตสวรรค์ผู้เปิดเผยความรู้จากสวรรค์ให้เธอ เธอชื่นชมและปลื้มในตัวเขามากและแม้เธอไม่ได้พูดออกไปตามประสาคนพูดไม่เก่ง แต่ก็ดูเหมือนเขารับรู้ความรู้สึกของเธอได้

ตลอดเวลา2ปี ที่เธอรู้สึกเป็นสุขเสมอที่ได้สนทนากับอาจารย์หนุ่ม นอกจากเรื่องศาสนา เธอยังสามารถพูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องชีวิตและปัญหาส่วนตัวสารพัด ดูเหมือนเขาจะเข้าอกเข้าใจเธอทุกอย่าง และให้ความรู้สึกที่ดีกับเธอเสมอ จนวันที่เขาต้องกลับประเทศบ้านเกิด ดูเหมือนความอาลัยอาวรณ์ขอองเธอจะหนักหนาสาหัส หญิงสาวผู้เงียบขรึมไม่เคยร้องไห้หนักติดต่อกันหลายวันแบบนี้มาก่อน และไม่ว่าเธอจะปั้นหน้าปกติเพียงไรเมื่อพบเขา ก็ดูเขาจะล่วงรู้ถึงความเศร้าที่ซุกซ่อนของเธอเสมอ และเขาก็ดูเศร้ามากเหมือนกัน สัญญาอันเดียวที่เขาให้ไว้ว่าวันหนึ่งจะกลับมาหาเธออีก เป็นเหมือนสิ่งยึดเหนี่ยวให้ใจเธอไม่สลายไปเมื่อกองคาราวานแห่งไฮแลนด์ นำเขากลับบ้านเกิดไป



MAGNHILD, Wind of Icicle Witch

แมคน์ฮิลน์ แห่ง มาโดเนีย

รูปภาพ

เมื่อเหล่าชนชั้นปกครองของ มาโดเนีย หารือกันว่า จะต้องหาทางยึดไฮแลนด์มาให้ได้ เพราะโซโลมอนอาคาเดมี่ คือศูยน์รวมตำราเวทย์มนต์ รวมทั้งศาสตร์ต้องห้ามที่ผนึกไว้ในหอสมุดนั้นคือสิ่งล้ำค่าที่เหล่าพ่อมดแม่มดทุกคนล้วนต้องการมาก แม่มดสาวเจ้าเสน่ห์อย่าง แมคน์ฮิลน์ หรือที่ใครเรียกว่า แมคกี้ พายุน้ำแข็ง เพราะนิสัยบ้าบอบู่มบ่าม และ ชอบแช่แข็งคู่ต่อสู้ของเธอ ก็รีบอาสาว่าจะเป็นหนึ่งในอาสาสมัครของกระบวนการยึดประเทศเพื่อนบ้านนี้ และด้วยความสวย ซ่า บ้าบิ่น เธอจึงอยู่หน่วยสวาท คือหน่วยหว่านเสน่ห์ ซึ่งมุ่งมั่นวางแผนกันว่า ถ้าใช้เวทย์มนต์ยั่วยวนพวกพระราชาหรือเจ้าชายของไฮแลนด์มาเป็นคนรักได้ก็จะยึดประเทศมาได้ไม่ยาก หากแต่เวทย์ทำเสน่ห์ตรงๆมักใช้ไม่ค่อยได้กับชนชั้นสูงของไฮแลนด์ที่มักเชียวชาญด้านพลังศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองจากศาสตร์มืด การหาทางบุกเข้าหาในวังก็ยากยิ่ง

รูปภาพ

แต่เธอรู้ข่าวมาว่า เจ้าชายโยฮันเนสแห่งไฮแลนด์ กำลังเดินทางกลับประเทศจากการทำภารกิจที่ดินแดนโพ้นทะเลทราย เธอจึงกะจะดักฉุดระหว่างทาง แต่แล้วขณะที่ซุ่มซ่อนอยู่ในป่า เธอดันไปเหยียบไข่ตั๊กแตนยักษ์ จึงโดนแม่ตั๊กแตนยักษ์ไล่ฆ่า ขณะเสียท่าตกจากไม้กวาด และหมวกก็กระเด็นหายไป ก่อนที่ตั๊กแตนยักษ์จะบุกเข้าโจมตีหญิงสาวที่นอนมึนอยู่ที่พื้น ก็มีชายหนุ่มรูปงามเข้าช่วยเธอไว้ ด้วยเวทย์ไฟอย่างสุดเท่ห์(ในสายตาเธอ) เธอจึงตกหลุมรักเขาทันที และเมื่อรู้ว่าเขาคือเจ้าชายโยฮันเนสที่ผ่านมาพบเธอต่อสู้กับตั๊กแตนยักษ์โดยบังเอิญ(?) เธอก็หมายมั่นว่าต้องทำให้เขาเป็นสามีเธอให้ได้ เธอรีบแสร้งบาดเจ็บสาหัสจะเป็นลม เพื่อขอให้เขาอุ้มขึ้นรถม้า แม้เจ้าชายจะรู้ว่าเธอเล่นละคร แต่การทิ้งหญิงสาวไว้ในป่าลำพังก็เป็นเรื่องไม่ควรทำ กองคาราวานจึงกลับวังพร้อมหญิงสาวลึกลับที่เจ้าชายช่วยไว้กลางป่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อาทิตย์ ม.ค. 27, 2013 12:52 am

Rapaz, the Spirit of honesty
ราเปศ แห่ง ฟรานเซสเซีย

รูปภาพ

เด็กหนุ่มชาวฟรานเซสเซียซึ่งติดตามบิดาผู้เป็นราชทูตมายังมิราบิลิส ซึ่งเป็นประเทศที่มีคนหลายเชื้อชาติมารวมกัน เด็กหนุ่มผู้ร่าเริง เข้าศึกษาที่ เซนต์ อไควนัส อาคาเดมี่ และเปิดใจรับวิชาความรู้จากหลากหลายชนชาติ แม้จะไม่ยึดมั่นในความถือศักดิ์รักศรี เพราะบิดาที่เป็นทูตนั้น ทำให้เขาได้มีโอกาสพบปะคนหลากหลายเชื้อชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่ยึดมั่นจากคุณธรรมของชาวฟีเลเซียดั่งเดิม คือ จิตวิญญาณแห่งความซื่อสัตย์

ในงานฉลองวันชาติของมิราบิลิส เขาได้พบสาวสวยผู้หนึ่ง เธอไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่เขาเคยพบ เธอเป็นหญิงสาว ที่มีลักษณะของแมวสีขาวราวหิมะ ดวงตาสีอำพันของเธอนั้น งดงามอย่างยิ่ง ราเปศตกตะลึงในสิ่งที่เขาเห็น แม้เขาจะเคยได้ยินมานาน เกี่ยวกับชาวDiaspora แต่เธอที่เขาเห็นนี้สวยน่ารักมากจริงๆ และเขาได้รู้ในภายหลังว่าเธอเป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีกลาโหม ผู้มีภรรยาเป็นDiaspora

เขาเฝ้าติดตามอยากรู้จักหญิงสาวประหลาดผู้ไม่ได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่ของบิดา แต่กลับชื่นชอบการอยู่ที่บ้านพักกลางป่าหลังเก่าของมารดาผู้ล่วงลับ กับยายของเธอมากกว่า ราเปศเทียวเยี่ยมเยียนและพยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับหญิงสาว และยิ่งรู้จักเขายิ่งรักเธอ เพราะเธอเป็นผู้ที่จิตใจดีและห่วงใยคนรอบข้างเสมอ มีเมตตาแม้แต่ต่อสัตว์ และสิ่งมีชีวิตเล็กๆรอบตัวเธอ และที่สำคัญที่ราเปศมีความหวังเพราะเธอเองก็ดูเหมือนจะตอบรับความสัมพันธ์ที่เขามอบให้ ดูเหมือนเธอจะรู้สึกดีในความร่าเริง และจริงใจของเขา แต่ในดวงตาคู่งามนั้นเหมือนจะแฝงความเศร้า และการหวาดเกรงอะไรบางอย่างที่สกัดกั้นความสัมพันธ์ไม่ให้คืบหน้า ราเปศอยากจะค้นหาว่าสาเหตุที่สาวสวยผู้นี้กลัวการเปิดใจต่อความรัก คืออะไร



Sabrena,the Certain Seizure
ซาบริน่า แห่ง มิราบิริส

รูปภาพ

สาวสวยผู้มีลักษณะของแมวสีขาว เชื้อสายDiaspora เธอคือธิดาสาวสุดที่รักของเสนาบดีกลาโหมแห่งมิราบิริส หากแต่เธอรักบ้านเล็กๆของแม่ที่มีคุณยาย และสัตว์ป่ามากมายที่เป็นเพื่อนเธอ ตอนนี้เธอมีเพื่อนใหม่คนหนึ่งชาวฟรานเชสเซียที่มาเยี่ยมเยียนเธอแทบทุกวัน จนเธอก็ยอมรับว่ารู้สึกดีกับเด็กหนุ่มผู้ร่าเริงผู้นี้ แต่อดีตที่ยังคงหลอกหลอนเธอ มันผ่านมาไม่นานเท่าไหร่ และยังทิ้งแผลในใจอยู่

เมื่อครั้งเจ้าชายหนุ่มจากฟูดินัน รามอส ลี้ภัยมาหลบซ่อนในมิราบิริส มิราบิริสไม่อาจช่วยเหลืออย่างเปิดเผยได้ เมื่อตัดสินใจให้การช่วยเหลืออย่างลับๆ สถานที่ที่ปลอดภัยและไว้วางใจ คือบ้านน้อยกลางป่าที่มีธิดาและแม่ยายของท่านเสนาบดีดูแล ในเวลานั้น ความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวได้พัฒนาขึ้น แต่แล้ววันหนึ่งเจ้าชายผู้ชาญฉลาดต้องเดินทางไปลีเซีย เพื่อหยั่งท่าที และขอความช่วยเหลือ หลังจากเขากลับมา เขาก็ดูมีความหวังในการกอบกู้ประเทศมากขึ้น แต่บางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือท่าทีที่เขามีต่อเธอ จนวันที่เขาขอให้เธอช่วยเจรจากับกลุ่มนักธนูDiasporaในมิราบิริส ให้ช่วยเป็นกำลัง เสริมในการกู้ชาติของเขา เธอขอคำมั่นเมื่อสำเร็จ ความรักของเขาและเธอจะสมหวัง แต่เขากลับไม่ได้ตอบสิ่งใด และในวันที่เขาจะออกเดินทางนั้นเอง เขาขอให้เธอเลิกคิดถึงเขาซะ และเป็นเพียงเพื่อนและมิตรภาพในความทรงจำ เพราะเขาอาจจะไม่ได้กลับมาจึงไม่อยากให้ความหวังใดๆแก่เธอ แม้จะใจสลายแต่ยังมีความหวังลึกๆว่า หากทุกอย่างสำเร็จด้วยดีเขาอาจกลับมาหาเธอ

รูปภาพ

แต่เมื่อการต่อสู้กู้บัลลังค์จบลง รามอสปกครองฟูดินัน และเพื่อนพ้องDiasporaของเธอกลับมาสิ่งที่พวกเขาบอกแก่เธอคือให้เธอตัดใจและลืมอดีตทุกอย่างซะ เพราะรามอสนั้นดูจะมีท่าทีที่พิเศษต่อเจ้าหญิงแวนเดอเรียแห่งลีเซีย ที่แอบเข้าช่วยในการรบจนทุกคนสังเกตได้ที่สำคัญเจ้าหญิงเองก็ดูจะปลาบปลื้มชื่นชอบในตัวเขาไม่น้อย

หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง และเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่าง เธอก็รู้ว่าการถูกหลอกใช้คืออะไร ซึ่งคงไม่แปลกนักเพราะรามอสนั้นเฉลียวฉลาด และศึกษาศาสตร์กลยุทธ์สารพัด การที่ทุกคนจะต้องมีประโยชน์ต่อตัวเขา และการเลือกสิ่งที่จะนำมาสู่ความสำเร็จก่อนความต้องการส่วนตัว ก็ชี้ว่า ระหว่างเจ้าหญิงชาตินักรบผู้เก่งกาจการศึกอย่างยิ่ง กับธิดาขุนนางคนหนึ่งที่ชอบชีวิตสมถะเรียบง่ายอย่างเธอ คนฉลาดย่อมเลือกสิ่งใด แต่กว่าเธอจะทำความเข้าใจกับทุกสิ่งทุกอย่าง และค่อยๆทำใจได้ เธอก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นนานแรมปี และแม้เธอจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างเดิมในสายตาคนทั่วไป แต่ภายในนั้นก็ถูกภาพและคำหวานในอดีตมาหลอกหลอนเป็นระยะ เธออาจหมดรักเขาแล้ว เพราะเธอแน่ใจว่าถ้าวันนี้เขากลับมาคงไม่มีวันคบหาดังเดิมได้อีก แต่แผลร้ายที่บาดลึกนี้ ทำให้เธอยังไม่พร้อมที่จะมีรักใหม่อีกครั้ง แต่แม้จะไม่พร้อมก็ดูเหมือนรักใหม่ก็เข้ามาก่อตัวในใจของเธอไม่รีรอถามไถ่ว่าใจเธอพร้อมหรือไม่



Ramos, the Wisdom of Cliff
รามอส แห่ง ฟูดินัน

รูปภาพ

เจ้าชายหนุ่ม ผู้สง่างาม ผู้ผ่านสงครามแย่งชิงอำนาจในประเทศมาอย่างโชกโชน ชีวิตอันโหดร้ายทำให้เขาไม่กล้าไว้ใจใครนอกจากตัวเอง สำหรับเขาแล้วคุณธรรม ความดี กฎศีลธรรม ก็ล้วนเป็นเครื่องมือในการเมืองการปกครอง และวิชาพิชัยสงคราม ตลอดจนรัฐศาสตร์ที่เขาร่ำเรียนมากมายระหว่างผจญภัยในต่างแดน เหมือนคนโดนเนรเทศ ก็ทำให้เขามองทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเป็นโอกาศ และเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยสมองก่อนใช้อารมณ์ ชั่วเวลาเดียวที่เขารู้สึกสงบสุขก็คือช่วงเวลาที่หลบภัยสั้นๆในบ้านน้อยกลางป่าในมิราบิริส กับหญิงสาวที่อยู่ในความทรงจำของเขา

เมื่อเขาขึ้นปกครองฟูดินัน เขาได้ใช้กลยุทธ์สำคัญ คือการเมืองนำทุกอย่าง เขาได้ใช้ความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนา เข้ามามอบความชอบธรรมในการปกครองของเขา กษัตริย์ผู้ทรงธรรมและสวรรค์กำหนด คือสิ่งที่คณะนักบวชแห่งลัทธิสุริยันจันทราที่มีสาวกจำนวนมากที่สุดในประเทศ ต้องสอนแก่สาวกของตน เขายังให้ผู้นำศาสนาทุกศาสนา จัดพิธีอำนวยพรกษัตริย์ในวันครองราชย์ของเขา เพื่อปรองดองฝ่ายศาสนากับการเมืองเข้าด้วยกัน

ในส่วนการเมือง เขาได้ให้ขุนนางฝ่ายต่างๆ ส่งบุตร-ธิดา เข้าร่ำเรียนในวัง และ คัดคนที่มีความสามารถหรือคนที่พ่อแม่มีตำแหน่งสำคัญ เข้ารับใช้ในวังในตำแหน่งต่างๆ เพื่อเป็นเหมือนตัวประกันอย่างไม่รู้ตัว และยังลดทอนกำลังคนในสังกัดกรมกองของเหล่าขุนนางโดยเฉพาะเสนาบดีทางทหารให้บางส่วนมาขึ้นกับพระราชวังโดยตรง อีกทั้งกระจายอำนาจลงไปยังขุนนางที่เคยมีอำนาจน้อยให้มีอำนาจหน้าที่มากขึ้นเพื่อคานอำนาจกันเองและไม่ปล่อยให้มีขุนนางคนใดมีอำนาจโดดเด่นล้ำหน้าคนอื่นมากเกินไป

ผู้ทำการใหญ่ต้องเหี้ ยมโหด คือปรัชญาข้อหนึ่งสิ่งที่เขายึดมั่น จึงมีผู้ที่ถูกจับขังหรือถูกประหารในข้อหา ต้องสงสัยเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติจำนวนมาก

บ้านเมืองจึงสงบเรียบร้อยภายใต้ความหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว เมื่อภายในเริ่มลงตัว รามอสก็ดูเหมือนจะคิดคำนึงถึงความมั่นคงในภูมิภาค มีการทูลเชิญเจ้าหญิง แวนเดอเรียแห่งลีเซีย เข้าเยี่ยมเยียนฟูดินันในฐานะราชอาคันตุกะ และ การสนทนาส่วนพระองค์ของทั้งสองก็กำลังจะสั่นคลอนความมั่นคงของภูมิภาค



Wanderia, the Lonely Slayer
แวนเดอเรีย แห่ง ลีเซีย

รูปภาพ

เจ้าหญิงผู้เหี้ ยมหาญแห่งลีเซีย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเก่งกาจในชั้นเชิงการต่อสู้อย่างมาก และเธอเองก็ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตมาในฐานะเจ้าหญิงนักรบอย่างแท้จริง จนวันที่เจ้าชายหนุ่ม ผู้คมเข้มปรากฎกายขึ้นและขอความช่วยเหลือจากเธอ วาจาเฉลียวฉลาด และแววตาที่ร้ายลึกของเขา เร้าใจเธออย่างมาก

เมื่อได้คบหามากขึ้น จนดูเหมือนว่าเขาจะรับรู้ความรู้สึกของเธอ เขาก็เปลี่ยนท่าทีจากมิตรทางการเมือง กลายมาเป็นเพื่อนคนพิเศษ การเอาอกเอาใจ และการพูดคำหวานของเขา ทำให้เจ้าหญิงที่ถูกเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด และถูกปฎิบัติดุจชาย ก็รู้สึกเหมือนอารมณ์และความรู้สึกแบบผู้หญิงที่ถูกเก็บกดไว้ได้ถูกปลุกขึ้น เธอตั้งใจช่วยเหลือในภาระกิจอันสำคัญยิ่งของเขา แม้จะไม่อาจเปิดเผยตัวได้ด้วยเหตุผลทางการเมือง การใช้ชื่อปลอมตลอดจนอยู่ปะปนกับนักรบสามัญคนอื่น ก็เป็นสิ่งที่เธอยินยอมทำ และเมื่อทุกอย่างสำเร็จ เวลาที่ผ่านไปทำให้เธอแน่ใจว่ารักเจ้าชายผู้นี้เข้าแล้ว

จนเมื่อพระบิดา ยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการสานสัมพันธ์กับไฮแลนด์ และการหมั้นหมายกับเจ้าชาย โยฮานเนส ผู้เลื่องลือเรื่องคุณธรรมความดี จิตใจของเจ้าหญิงก็เลือกได้ทันทีว่า เธอไม่ได้ชอบผู้ชายแสนดี แต่ชอบผู้ชายร้ายกาจอย่างราชาคนปัจจุบันแห่งฟูดินันมากกว่า และเมื่อราชทูตนำสารเชื้อเชิญให้เยือนฟูดินันอย่างเป็นทางการ เจ้าหญิงก็ตอบตกลงและเดินทางทันที
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ จันทร์ ม.ค. 28, 2013 2:43 am

Warfare

หลังสารที่ 2 ถูกแจ้งแก่ที่ประชุม ตัวแทนนานาชาติ เมื่อผู้แทนทั้งหลายเดินทางกลับประเทศ ก็มีผลต่างๆกัน บางประเทศ มุ่งมั่นที่จะสร้างสันติภาพ บางประเทศก็เห็นเป็นเรื่องงมงายไร้สาระที่จะใช้เมฆประหลาดก้อนเดียวมาขัดขวางนโยบายของประเทศ

แอนดิซอง - วอลเนีย

เมื่อวอลเนีย ขอเลื่อนข้อเสนอจากแอนดิซองเพราะเจ้าหญิงรันรันหายตัวไป แอนดิซองแสดงท่าทีไม่พอใจ และฉวยใช้เรื่องนี้ในการยื่นขอส่งกำลังทหารช่วยตามหา หาไม่จะถือเป็นการดูถูกองค์ชายรัชทายาท วอลเนียอ่านเกมส์ออกว่า แอนดิซองต้องการเข้ามารุกล้ำอธิปไตยของตน จึงส่งกองทัพเรือปิดน่านน้ำการค้า และปฏิเสธการขอหมั้นทันที

ระหว่างนั้นมีจดหมายลับจากแอนดิซองส่งถึงอาร์ติเมส ให้ช่วยสืบข่าวและตามหาตัวเจ้าหญิงรันรัน แรกเริ่มเขาแกล้งนิ่งเฉย แต่พอจดหมายฉบับที่สองตามมา ก็จำต้องตอบกลับว่าไม่สามารถทำภารกิจนี้ได้ จนหน่วยสืบราชการลับกลับไปแจ้งข่าวแก่องค์รัชทายาทเรื่องความสัมพันธ์สนิทสนมของอาร์ติเมสกับเจ้าหญิงรันรัน และการหายตัวไปของเจ้าหญิืง อาร์ติเมสอาจรู้เห็นเป็นใจ องค์ชายรัชทายาทโกรธมาก แม้จะมีประเด็นเรื่องการรักษาสันติภาพจากปรากฎการณ์เมฆาสวรรค์เมื่อก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนจะทรงโกรธจนลืมหมดสิ้น ประกาศนำกองทัพเรือประชิดวอลเนียทันที ประชาชนร่ำลือถึงท่าทีของเจ้าชายต่างๆนาๆบางคนก็ร่ำลือว่าทรงโกรธอาร์ตี้เมส บางคนก็ร่ำลือว่าโกรธเจ้าหญิงรันรัน



ฟูดินัน - ลีเซีย - มิราบิริส

ในการสนทนาลับของราชารามอสและเจ้าหญิงแวนเดอเรีย ทรงเสนอการควบรวมมิราบิริส และแบ่งการปกครองออกเป็นตะวันออกและตะวันตกโดยตะวันตกเป็นของฟูดินัน ตะวันออกภายใต้ปกครองของลีเซีย แต่จะต้องเริ่มจากการสร้างแสนยานุภาพเหนือมิราบิริสเสียก่อน ถ้าทั้งฟูดินันและลีเซียร่วมกันบีบทั้งซ้ายขวา มิราบิริสจะไม่มีทางเลือกนอกจากยอมจำนน และทั้งสองประเทศจะเข้มแข็งขึ้นจนไม่ต้องกลัวชาติรอบๆในภูมิภาค รามอสเสนอจะหาเหตุให้มิราบิริสเข้าสู่ภาวะจำยอม โดยการขอเชิญซาบริน่า ธิดาของท่านเสนาบดีกลาโหม มาเป็นราชทูตพิเศษประจำฟูดินัน แต่แท้จริงเหมือนมาเป็นตัวประกันในฟูดินัน

เจ้าหญิงแวนเดอเรียสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นลูกสาวของเสนาบดี ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์สักองค์ รามอสให้เหตุผลว่า การขอตัวเจ้าชายเจ้าหญิง จะแสดงการคุกคามมากไป แต่การขอตัวลูกสาวเสนาบดีกลาโหม ผู้กุมอำนาจทางทหารทั้งหมดมาแทนนอกจากจะดูไม่คุกคามต่อกษัตริย์โดยตรง ซึ่งจะทำให้ทรงยินยอมง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้การใช้กำลังทหารต่อต้านทำได้ยากและลำบากใจกว่าเพราะผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะไม่บุ่มบ่ามทำอะไรให้ลูกสาวคนเดียวอยู่ในอันตราย ซึ่งแทบจะปิดประตูการเป็นฝ่ายรุกก่อนของมิราบิริสลงได้

แม้จะทรงเห็นด้วยในท้ายที่สุด แต่อาจด้วยสัญชาติญาณของนักรบที่หวาดระแวงข้าศึก หรือสัญชาติญาณของผู้หญิงที่จับพิรุธผู้ชาย เมื่อกลับลีเซีย เจ้าหญิงได้ให้หน่วยสอดแนมที่เก่งที่สุดสืบเรื่องราวและประวัติของซาบริน่าอย่างลับๆทันที



ไฮแลนด์ - ลีเซีย

เมื่อกลับมา เจ้าหญิงแวนเดอเรีย ขอปฏิเสธการหมั้นกับเจ้าชายโยฮันเนสทันที และประชุมลับกับพระราชาแห่งลีเซียถึงข้อเสนอของราชารามอสแห่งฟูดินัน พระราชาทรงไม่ไว้วางพระทัยราชาแห่งฟูดินันนัก เพราะได้ยินกิตติศัพท์ชื่อเสียในด้านต่างๆมาไม่น้อย แต่แวนเดอเรียรับประกันอย่างแข็งขัน จนพระราชายินยอม แต่การปฎิเสธกะทันหันนี้ สร้างความหวาดระแวงแก่ไฮแลนด์อย่างมาก เพราะลีเซียคือเพื่อนบ้านที่อันตรายที่สุดในเวลานี้ จึงระดมกำลังพล และเตรียมความพร้อมด้านสงครามทันที



มาโดเนีย - ไฮแลนด์

ทางหน่วยสวาทของมาโดเนียรู้ว่า แม๊กกี้ ได้แทรกซึมเข้าไปในประเทศไฮแลนด์ แถมทำความรู้จักกับเจ้าชายได้แล้ว ก็ยินดีปรีดากันยกใหญ่ จึงรีบส่งสารเตือนแม๊กกี้ว่า ระวังอย่าไปหลงรักเจ้าชายเข้าจริงๆเด็ดขาด เพราะแม่มดคือผู้ใช้เสน่ห์เล่ห์กลหลอกลวงผู้ชาย แต่เมื่อไรแม่มดมีความรักเสียเอง มักมีจุดจบที่ไม่สวยงาม แต่สำหรับแม่มดสาว ดูเหมือนภารกิจรักจะนำหน้าภารกิจหลักไปเสียแล้ว ทางมาโดเนียจึงเตรียมกองทัพนักเวทย์ เพื่อในกรณีแผนการหว่านเสน่ห์ใช้ไม่ได้ ก็ใช้แผนบ่อนทำลายภายในแทน



ฟรานเซสเซีย - มาโดเนีย -ไฮแลนด์

ฟรานเซสเซีย รู้ว่ามีการเคลื่อนไหวทางทหารทั้งจากไฮแลนด์และมาโดเนีย จึงรีบแจ้งสารเตือนเรื่องกรณีเมฆาสวรรค์ ที่ทุกคนควรรักษาสันติภาพแต่กลับเสริมกำลังทหารเช่นนี้ ทางไฮแลนด์ปฏิเสธเรื่องการสงคราม เพียงแต่เตรียมรับการคุกคามเท่านั้น ส่วนมาโดเนียไม่ใส่ใจและ เย้ยหยัน ฟรานเซสเซียไม่มีทางเลือกนอกจากจะระดมความพร้อมและเสริมกำลังทัพเตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยเช่นกัน



ซันซารา - นอสตาเกีย

การเป็นประเทศเกิดใหม่ของทั้งสองประเทศ ทำให้หลักปักปันอาณาเขตนั้นไม่สมบูรณ์ และอาศัยเพียงสภาพภูมิประเทศคร่าวๆ ในการแบ่งดินแดน เมื่อมีการร่ำลือว่าพบแร่ทองในแถบภูเขาบริเวณชายแดน ซึ่งอาจมีทองในบริเวณนั้นอีกจำนวนมาก ก็มีการแย่งชิงพื้นที่บริเวณนั้นกันขึ้น เกิดความตึงเครียดขึ้นในทันทีและแม้ทั้งสองประเทศจะระลึกได้ถึงคำเตือนจากสวรรค์จึงพยายามระแวดระวังไม่ให้เกิดกการกระทบกระทั่ง แต่ประชาชนที่อยากได้ผลประโยชน์ก็เริ่มมีการเข้าไปลอบขุดหาทอง และเริ่มเกิดการวิวาทฆ่าฟันกันบ้างแล้ว ทั้งสองประเทศจึงเจรจาให้ทหารทั้งสองฝ่ายเข้าคุมพื้นที่ทับซ้อนไม่ให้ประชาชนเข้าหาประโยชน์และอาจเกิดกระทบกระทั่งกันได้อีก



ลาซาล - ซันซารา

ลาซาลกับซันซาราเกิดตึงเครียดทางการทูตและการค้าขึ้นจากการปฏิเสธขอยกเลิกการหมั้นหมายกะทันหัน แต่กระนั้นเมื่อมีข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนของนอสตาเกียและซันซารา โอม การ์ ก็รีบเข้าเจรจา เพื่อสนับสนุนหนุนหลังซันซารา เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขต่อรองให้ทางซันซารา กลับมาตอบรับข้อเสนอของตนอีกครั้ง และรวมถึงโอกาสที่จะขอสัมปทานในการทำเหมือง ซึ่งเป็นผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งข่าวการเข้าร่วมมือของลาซาลนี้ สร้างความหวาดระแวงให้นอสตาเกียอย่างยิ่ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ จันทร์ ม.ค. 28, 2013 3:49 am

และในคืนพระจันทร์เต็มดวงนั้นเอง บังเกิดแม่น้ำสีรุ้งไหลออกมาจากเมฆสวรรค์ ธาราสีรุ้งเปล่งประกายแสงระยับพุ่งผ่านชายแดนของทุกประเทศในทวีปเมอร์ริเซีย ด้วยความเร็วดั่งสาดแสงนั้นทำให้เพียงครึ่งคืน แม่น้ำสีรุ่งล้อมรอบอาณาเขตทุกประเทศทั้งหมด

จากนั้นปรากฎทูตสวรรค์ผู้มีกายเป็นทิพย์ พิทักษ์รักษาอาณาเขตของประเทศทั้ง12ไว้ ไม่ให้ใครผ่านแม่น้ำสีรุ้งนี้ได้


The Angel of the Heaven's Tear River

JEHIEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ ไฮแลนด์
ชื่อมีความหมายว่า พระเจ้าทรงชีวิต
รูปภาพ


ZURIEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ ฟูดินัน
ชื่อมีความหมายว่า พระเจ้าทรงเป็นหลักศิลาของข้าพเจ้า
รูปภาพ


ZIGORLAEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ นอสตาเกีย
ชื่อมีความหมายว่า การลงทัณฑ์ของพระเจ้า
รูปภาพ



JAHLEEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ วอลเนีย
ชื่อมีความหมายว่า พระเจ้าทรงรอคอย
รูปภาพ



PHILOMENAEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ ฟรานเซสเซีย
ชื่อมีความหมายว่า พระเจ้าทรงความรัก
รูปภาพ


ATHALEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ แอนดิซอง
ชื่อมีความหมายว่า ความโทมนัสของพระเจ้า
รูปภาพ


EZECHIEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ ลีเซีย
ชื่อมีความหมายว่า พละกำลังของพระเจ้า
รูปภาพ


MEHETABEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ ซานซารา
ชื่อมีความหมายว่า พระเจ้าทรงประทานความสุข
รูปภาพ



ITHIEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ ซานตาน่า
ชื่อมีความหมายว่า พระเจ้าทรงสถิตย์อยู่ด้วย
รูปภาพ



RAFFAEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ มิราบิริส
ชื่อมีความหมายว่า พระเจ้าทรงรักษา
รูปภาพ


SALATHIHEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ ลาซาล
ชื่อมีความหมายว่า ข้าพเจ้าร้องหาพระเจ้า
รูปภาพ


ASTROPHEL พิทักษ์อาณาเขตประเทศ มาโดเนีย
ชื่อมีความหมายว่า ผู้รักดวงดาว
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ จันทร์ ก.พ. 11, 2013 5:45 am

Girl's side


ลู แมนทรัส เสน่หาน้ำตาสวรรค์

ความรักแท้นั้น คือสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แม้ห่างไกลคนรัก รักก็จะยังโหยหาไม่ย่อท้อ แม้จะไม่ได้ครองรักกัน รักก็ไม่ยอมสิ้นหวังสลายหายไป แม้จะนำความทุกข์จนสิ้นใจ แต่รักกลับโชติช่วง ไม่สิ้นสลายตามร่างกายนั้นเลย

และเพราะฉันมีรักเช่นนี้ ฉันจึงเลือกศิโรราบยอมพ่ายแพ้ต่อมัน โดยไม่คิดต่อสู้ แต่ให้รักนำฉันไปในหนทางที่มันต้องการโดยดุษฎี




รันรัน การประสานแห่งดินและน้ำ

มันเป็นความผิดของเธอ ตั้งแต่เธอมาที่นี่ เธอก็ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป ฉันเคยมีความสุขกับตัวของตัวเอง แต่เธอเอาเวทย์มนต์ประหลาดติดตัวเธอมาด้วย มันสาปฉัน ทำให้ฉันจะมีความสุขได้ก็เมื่อมีเธออยู่ด้วย ฉันอยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุข ไม่ว่าจะอยู่ในวัง หรือจะบนบัลลังก์ราชินีแห่งแอนดิซอง ฉันไม่ได้อยากอยู่ทั้งนั้น นอกจากที่ที่มีเธออยู่

เพราะเธอนั่นละ! เธอเป็นคนทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้ ดังนั้นเธอต้องเป็นคนรับผิดชอบ



อาลูญ่า ความลี้ลับแห่งไฟและลม

ฉันเรียนรู้หลายอย่างจากท่าน แต่มีบางสิ่งที่ท่านสอนฉันโดยที่ท่านไม่รู้ตัว ซึ่งท่านสอนฉันทั้งที่ท่านเองก็อาจไม่เข้าใจมัน และท่านก็เพียงสอนให้ฉันรู้จักมัน แต่ไม่อาจสอนให้เข้าใจมันได้

เพราะมันคือ เรื่องที่ลี้ลับที่สุดในโลก ซึ่งแม้นักปราชญ์ที่เฉลียวฉลาดที่สุด ก็ไม่อาจแตกฉานในเรื่องของมันได้หมด เราทุกคนในโลกนี้จึงเพียงดำรงอยู่กับมันทั้งที่ไม่เข้าใจ แม้เป็นสิ่งที่มีตามธรรมชาติ แต่ ปาฏิหาริย์ และ มหัศจรรย์ ยิ่งกว่าสิ่งเหนือธรรมชาติทั้งปวง คุณสมบัติเช่นนี้เหมือนกับพระเจ้า พระเจ้าคือความรัก




ซาบริน่า มั่นใจไขว่คว้าครอง

หัวใจของฉันแหลกสลายไปแล้วครั้งหนึ่ง และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันเผชิญความเจ็บปวดอย่างที่ไม่คาดคิดว่าจะผ่านมันมาได้ ตอนนี้ฉันเลยเฝ้าถามตัวเองว่า ฉันเข้มแข็งพอไหมหากมันจะเกิดอีกเป็นครั้งที่สอง แต่มันไม่รอคำตอบจากฉันเลย มันเข้ามาบุกรุกหัวใจของฉันอีกครั้ง

ฉันไม่ได้กลัวความรักครั้งใหม่หรอกนะ ฉันกลัวความผิดหวังครั้งใหม่มากกว่า




แมคน์ฮิลน์ สายลมแห่งน้ำแข็ง

แม่มดต้องไม่มีหัวใจ ถ้าเมื่อไรนางตกหลุมรักใคร เท่ากับนางตกอยู่ในมนตราที่ทรงพลังที่สุดของโลกที่ชื่อความรัก นั่นเท่ากับนางพ่ายแพ้ และหมดพลังในมนต์เสน่ห์ของตัวเอง จะกลายเป็นฝ่ายถูกสะกด และถูกครอบงำ ดังนั้นแม่มดส่วนใหญ่จึงมักสังหารชายก่อนที่นางจะรักเขา

แต่ข้าน่ะเป็นแม่มดที่ไม่เอาไหน ไม่รู้จักทำแบบแม่มดคนอื่นเขา ถึงต้องตกอยู่ในคำสาปที่ไม่อาจถอนได้ อย่างทุกวันนี้ไงล่ะ




แวนเดอร์เรีย เพชรฌาตเดียวดาย

ท่านรู้ดี ไม่ว่าศึกไหนข้าก็ไม่เคยแพ้ ข้าเกลียดการพ่ายแพ้ ยิ่งกว่ากลัวความตาย ถ้าใจของท่านตัดสินให้ข้าพ่ายต่อใคร ข้าจะนับนางเป็นศัตรูตลอดไป

แต่ข้าถือสัจจะกับพันธมิตรเสมอ ข้าจะนำนางมามอบให้ท่าน ตามต้องการ และข้าจะมอบหัวใจนางให้ท่าน โดยควักมันออกมายื่นให้ท่านกับมือเลยทีเดียว

และ แน่นอนว่าข้าก็ไม่ยอมให้ใครจะเมิดสัญญาของข้าเหมือนกัน เมื่อข้าทำตามสัญญาของข้าสำเร็จแล้ว ข้าจะต้องได้สิ่งที่ข้าต้องการ ข้าจะควักดวงตาของท่านออกมา เพื่อเก็บไว้ให้มองแต่ข้าคนเดียว จะตัดลิ้นที่เคยพูดคำหวานของท่านเพื่อไม่ให้มันพลิกกลับคำได้เป็นอันขาด และควักหัวใจของท่านมาเก็บเป็นของข้าคนเดียวด้วยเช่นกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Heaven's Tear New Blood

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ พุธ ก.พ. 13, 2013 5:42 am

Boy's Side

แอสมอนด์ ผู้พิทักษ์อัศจรรย์แห่งพลังดวงดาว

เพราะรักเป็นสิ่งที่อ่อนหวานที่สุดในโลก เมื่อเราถูกจองจำโดยความรัก เราจึงเป็นนักโทษที่มีความสุขที่สุด และเมื่ออยู่ในคุกของความรัก เรากลับรู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวเราสวยงามอย่างน่าประหลาด และแม้เมื่อความรักนำพาอุปสรรคมาให้ ความรักเองกลับกลืนกลบการลงโทษนั้นเหมือนสายน้ำที่ละลายทรายลงท้องทะเล

เราอาจปิดตาเวลาไม่อยากเห็นสิ่งใด เราอาจปิดหูเมื่อไม่ต้องการได้ยินเสียงใด แต่เราไม่อาจปิดใจต่อความรักที่บังเกิดขึ้นแล้วได้เลย

ในความรักเราทุกคนจึงไม่มีใครเป็นผู้ชนะ เพราะความรักนั้นชนะทุกอย่าง




อาร์ตี้เมส ผู้เกิดมาพร้อมเวทย์มนต์

ตลอดชีวิตที่เหมือนถูกสาป ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่รู้ว่าอะไรคือบ้านเพราะผมไม่เคยอยู่ที่ไหนนานๆเลย และ อะไรคือครอบครัว ผมก็ไม่เคยมีมันอย่างคนอื่นเขา แต่สวรรค์ยังเมตตา ให้ผมได้รับความรักที่มีคนใจดีมีเมตตาหยิบยื่นให้ เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมอยู่มาได้ถึงวันนี้ แต่ที่สุดแล้วมันก็เหมือนเงาในกระจก ที่เมื่อเราหันหลังให้ก็พบว่าที่จริงมีเพียงตัวเราแค่ลำพังคนเดียว

แต่ตอนนี้ ผมมีคนที่รักผมมาก และผมก็รักเธอมาก แล้วผมก็เข้าใจว่าถ้าบ้านคือสถานที่เรารู้สึกอบอุ่น รู้สึกว่ามีที่ว่างสำหรับเรา และอยากกลับมาอยู่เสมอ ผมก็รู้สึกแบบนั้นเวลาอยู่กับเจ้าหญิง และถ้าครอบครัวคือคนที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่กับด้วย และแบ่งปันทุกอย่างร่วมกัน ผมก็รู้สึกว่าคนนั้นคือเจ้าหญิง

ผมภาวนาให้ดวงจันทร์เต็มดวงเร็วๆ แม่น้ำจากสวรรค์จะได้ขัดขวางทุกคนที่จะมาพรากผมไปจากเจ้าหญิง แต่เสียดายที่มันอยู่แค่เดือนเดียวเท่านั้น

เมื่อก่อน ผมเคยเกลียดอำนาจเวทย์มนต์ที่อยู่ในตัวผม แต่ตอนนี้ผมอยากมีอำนาจเวทย์มนต์ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ เราจะได้หนีออกจากโลกนี้ บินไปให้ไกลถึงดวงจันทร์ จะได้ไม่มีใครตามเราได้ มีแค่เราสองคนตลอดไป




ราเปศ จิตวิญญาณแห่งความซื่อสัตย์

ผมยอมรับว่า ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้น ผมคงไม่อาจจะพูดได้เต็มปากว่าเข้าใจความรู้สึกของเธอ แต่ผมไม่มีคำสัญญาสำหรับเรื่องอดีต ผมมีแต่คำสัญญาสำหรับอนาคต ผมให้คำสัญญาได้ว่า ผมจะทำให้เธอมีความสุข ให้หัวเราะ เหมือนที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ ผมจะทำทุกอย่างให้รอยยิ้มนี้คงอยู่ตลอดไป และผมสัญญาได้อีกว่า ผมไม่มีวันทำให้เธอต้องทุกข์ใจแบบที่คนอื่นทำ เพราะผมไม่ใช่เขา และผมก็ไม่เหมือนเขา

ถ้าตอนนี้มี 2 ทางให้เลือกเดิน ซาบริน่าจะเลือกเส้นทางที่ตัวเองชอบ หรือ กลับจะเลือกอีกทางเพราะความกลัวกันล่ะ ถ้าเลือกเพราะความกลัว เราก็จะเดินบทความกลัวไปตลอดนะ แต่ถ้าเราเลือกทางที่เป็นสุข เราก็เดินอย่างมีความสุขไปตลอดเหมือนกัน

สำหรับผม ทางที่มีความสุขของผม คือการเห็นซาบริน่ามีความสุขทุกวัน ดังนั้นเลือกเดินกับผมเถอะนะ





โยฮันเนส การพิสูจน์แห่งจิตวิญญาณ

เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจความรัก ถึงจะมีรักได้ เหมือนที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจพระเจ้าก่อนถึงจะเชื่อว่ามีพระเจ้าได้ เพราะทั้งสองอย่างก็เหมือนกัน ตรงที่เราเข้าถึงสองสิ่งนี้ได้อาศัย หัวใจ ไม่ใช่ ความคิด ผมจึงรู้สึกขอบคุณสวรรค์เสมอ ที่พระพรพิเศษของผม คือการเข้าใจจิตใจคนอื่น ไม่ใช่ล่วงรู้ความคิดคนอื่น

แล้วตอนนี้ผมก็ขอบคุณความรู้สึกที่ดีที่มีให้ผมเสมอมา ซึ่งไม่เหมือนที่ผมเคยได้รับจากใคร ผมจะรักษามันด้วยชีวิต และสิ่งเดียวที่มีค่าคู่ควรตอบแทนความรัก ก็คือความรักเท่านั้น ดังนั้นโปรดเก็บรักษาสิ่งที่ผมมอบกลับคืนให้นี้ไว้ จนกว่าจะถึงวันที่เราได้พบกันอีก




โอมการ์ ผู้เรียกหาดวงดาว

ต่อให้มีความรู้ทั้งจักรวาล แต่ก็ไม่อาจล่วงรู้วิธีทำให้ใครหันมารักเราได้ ต่อให้มีอำนาจมากมาย แต่ก็บังคับใจใครไม่ได้อยู่ดี ต่อให้มีทรัพย์สินทั้งโลก มันก็ซื้อความรักแท้ไม่ได้เลย ดังนั้นขอเพียงโอกาส ให้ข้าได้พิสูจน์ความรักของข้าให้นางได้เห็นบ้าง ข้าจะทำทุกทางเพื่อให้นางเห็นค่าของความรักที่ข้ามี แล้วถึงตอนนั้นถ้านางยังไม่ใยดี ข้าก็ไม่เสียใจเลย




รามอส ภูมิปัญญาแห่งภูผา

คนโง่เท่านั้นที่ยอมให้ความรักบงการตน คนฉลาดจะใช้ความรักบงการคนอื่น แต่กับหนทางนี้ มีราคาที่ต้องจ่าย นั่นคือต้องทำลายหัวใจตนเองเสียก่อน จึงจะบังคับให้มันทำตามใจเราได้ แต่หัวใจเราเองมันก็ไม่ยอมตายง่ายๆ จึงต้องรบราฆ่าฟันกับมันตลอดเวลา และเมื่อใดที่เราเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ความรักจะบังคับให้เราชดใช้อย่างแสนสาหัส ดังนั้นข้าจึงไม่อาจไว้วางใจใครแม้แต่หัวใจของข้าเอง จึงต้องคอยเฆี่ยนตีบังคับให้มันอยู่ใต้อำนาจ และนั่นทำให้ใจของข้าเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างที่สุด
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1350
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)


ย้อนกลับไปยัง Summoner Novel

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน