Welcome Guest: เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. ธ.ค. 13, 2018 6:18 am

หน้าเว็บบอร์ด Wiser Summoner Novel นิยายฉบับเต็ม Romancing Story - Waltz of harmony

อ่านนิยาย Summoner Master Episode 8 Dividing of 4 Kingdoms ได้ที่นี่

Moderator: Jinger Ginger


นิยายฉบับเต็ม Romancing Story - Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:16 am

Romancing Story
Waltz of harmony


รูปภาพ
ภายในค่ายทหารริมชายแดนฟีเลเซีย เหล่าอัศวินสังกัดกองทัพต่าง ๆ ในชุดเกราะเต็มยศกำลังตั้งขบวนต้อนรับกองทัพแห่งศาสนจักรซึ่งรวบรวมจากบรรดานักบวช ผู้ทรงศีล อัศวินผู้พิทักษ์วิหาร และ อัศวินยูนิคอร์นจากทั่วอาณาจักรฟีเลเซียและแอนดิซอง

แม่ทัพชาร์ล คลาแรนซ์ ผู้ที่บรรดาอัศวินให้สมญานามว่า เทพแห่งสงคราม เพราะ ฝีมือเพลงดาบที่รวดเร็วปานสายฟ้า การเคลื่อนไหวว่องไวดุจพญาเหยี่ยว ในทุกศึกหากมีโอกาสเขาไม่เคยลังเลที่จะบุกตะลุยเข้าไปท้าสู้กับผู้นำทัพฝ่ายศัตรูที่กองหลัง โดยไม่กริ่นเกรงใด ๆ ทั้งสิ้น เขาจึงเป็นทั้งกำลังสำคัญและขวัญกำลังใจให้แก่กองทัพแห่งฟีเลเซียเสมอมา

จอมทัพชาร์ลในชุดเกราะเต็มยศยืนอยู่เหนือเนินสูงมองตรวจแถวทหารด้วยสีหน้าพึงพอใจ ด้วยความที่ฟีเลเซียเป้นชาตินักรบ ชาวฟีเลเซียไม่ว่าชายหรือหญิงต่างก็เต็มใจจับดาบเพื่อปกป้องมารตุภูมิ ทหารหาญตรงหน้าจึงถือเป็นความภาคภูมิใจของฟีเลเซีย ขณะเดียวกัน ที่อีกฟากคือบรรดาทหารของฟูดินัน ถึงแม้จะไม่อาจพูดได้ว่าพวกเขาดูสง่างามเหมือนบรรดาอัศวินฟีเลเซียที่อยู่ในชุดเกราะเป็นประกายเงาวับเต็มยศ แต่วิธีการรบที่มีรูปแบบเฉพาะ รวมทั้งน้ำจิตน้ำใจและอัธยาศัยไมตรี ความจริงใจของชาวฟูดินัน ก็ทำให้ภูมิใจที่ได้บัญชาการกองทัพชาวป่าด้วยเช่นกัน
แต่เวลานี้กองทัพทีใช้เวลานานกว่าจะปรับตัวให้เข้ากับความแตกต่างของวัฒนธรรมและเชื้อชาติของกันและกันได้ ก็ต้องมาปรับตัวอีกครั้งเพราะกองทัพแห่งศาสนจักรกำลังเดินทางมาเข้าร่วมทัพด้วย

ชาร์ลยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ บรรดาอัศวินก็เงียบกริบเพื่อรอรับคำสั่งทันที
“ทหารหาญทั้งหลาย ดังที่ได้รับทราบโดยทั่วกันแล้วว่า วันนี้...กองทัพแห่งศาสนจักรจะมาร่วมรบกับเรา กองทัพศาสนจักรนั้นล้วนเป็นนักบวชและผู้ศักดิ์สิทธิ์จากทั่วทั้งฟีเลเซียและแอนดิซอง ดังนั้นขอให้ทหารทุกนายปฏิบัติต่อท่านเหล่านั้นอย่างให้ความเคารพ

ที่สำคัญ ศึกครั้งนี้ เราได้รับเกียรติร่วมรบจากนักรบหญิง อัศวินยูนิคอร์น จริงอยู่แม้พวกนางมิใช่นักบวช แต่ก็ได้ปฏิญาณถือพรหมจรรย์เพื่อที่จะสามารถขี่ยูนิคอร์นได้ ซึ่งท่านทราบกันดีว่าสัตว์ที่องอาจและบริสุทธ์นี้ ยินยอมอ่อนน้อมต่อหญิงพรหมจรรย์เท่านั้น ในเมื่อสงครามยังไม่จบ นักรบทุกคนคือกำลังสำคัญของชาติที่จะขาดไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว ดังนั้นข้าขอเตือนเป็นพิเศษ ห้ามเกิดเรื่องชู้สาวในกองทัพ โดยเฉพาะทัพยูนิคอร์นขอสั่งห้ามโดยเด็ดขาด!” ชาร์ลประกาศด้วยสีหน้าจริงจังและเข็มงวด ในสงครามเช่นนี้ต่อให้เป็นอัศวินที่มีเกียรติ แต่ความเครียดและกดดันก็พาลพาใจให้เตลิดได้ โดยเฉพาะถ้าได้อยู่ใกล้สตรีเพศ

“ครับ!!” เสียงตะโกนตอบรับดังกังวานไปทั่วค่าย

เสียงขลุ่ยเงินหวานกังวานใสพาจิตใจให้รู้สึกสงบอย่างประหลาดดังขึ้นเป็นสัญญาณการมาถึงของกองทัพศักดิ์สิทธิ์ ริ้วธงสีขาวขลิบทองมีสัญลักษณ์แห่งแสงอยู่บนธงนับร้อยนับพันโบกสะบัดตามแรงลม บรรดานักรบนักบวชในชุดขาวบริสุทธิ์เดินเป็นทิวแถวราวกับกองทัพสวรรค์

ชาร์ลในชุดเกราะเต็มยศบนหลังม้าศึกรอคอยต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูค่าย แต่ทันทีที่เขาเห็นว่าใครเป็นผู้นำทัพ เขาก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:16 am

หลายปีก่อน ณ อาณาจักรแห่งสายลม

“เวโรนิก้าร้อยมงกุฎดอกไม้ได้เก่งจริงๆ”
“ไม่หรอกค่ะท่านพี่ฝีมือข้าสู้ท่านไม่ได้เลย ท่านต้องสอนข้าอีกเยอะเลยล่ะ”
เวโรนิก้ายิ้มให้พี่สาว รอบกายพี่น้องมีเด็กสาวหลายนางแข่งกันร้อยบุปผาอย่างตั้งใจ พลันทั้งหมดก็หันไปมองทางต้นเสียงที่กำลังปะทะดาบกัน กลุ่มเด็กผู้ชายกำลังเล่นต่อสู้อย่างดุเดือด พวกเขาคือบรรดาลูกขุนนางที่รอวันฝึกฝนเป็นอัศวิน
“ชาร์ล พาสหายเจ้าไปเล่นไกลๆ หน่อยได้ไหม?พวกข้ากำลังร้อยดอกไม้”

“ท่านเป็นเจ้านายข้าเหรอ ข้าเป็นอัศวินจะฟังคำสั่งและมอบชีวิตแต่เฉพาะเจ้านายเท่านั้น”
แอนเน่พี่สาวเวโรนิก้าหัวเสีย บ่อยครั้งที่ดาบทู่ๆ เส็งเคร็งพวกนั้นกระเด็นมาตกกลางตะกร้าดอกไม้ เธอจึงบอกให้น้องๆ และเพื่อนลูกขุนนางเตรียมย้ายสถานที่

“งั้นข้าจะประลองกับเจ้า ฝ่ายแพ้ต้องย้ายไปเล่นที่อื่น” เวโรนิก้าพูดขึ้นเสียงดัง พวกเด็กผู้ชายต่างพากันหัวเราะจนตัวโยน โดยเฉพาะชาร์ลเด็กตัวเล็กแต่เป็นหัวโจก เหล่าสาวน้อยพยายามห้ามเวโรนิก้าแต่ก็พ่ายแพ้สายตามุ่งมั่นของเธอ

“ก็ได้ พี่มาร์คัสออกไปประลองกับนาง” เด็กชายตัวสูงที่สุดเดินลากดาบไม้ออกมา เวโรนิก้ารับดาบก่อนตั้งท่าสู้ทั้งที่มาลัยดอกไม้ยังคล้องคอ “ไอ้เด็กแสบ เอาคนตัวโตมารังแกเด็กผู้หญิงได้ยังไง” แอนเน่กัดฟัน

เคร้ง! เพียงปะทะแรกเวโรนิก้าก็ถอยเพราะแรงด้อยกว่า มาร์คัสเหวี่ยงฟาดดาบสะเปะสะปะต่อเนื่องอย่างน่ากลัว เด็กหญิงทำได้เพียงปัดอย่างยากลำบากหากแต่จังหวะและระยะวางเท้าถูกต้องตามเพลงดาบ เมื่อเห็นเวโรนิก้าอ่อนแรงมาร์คัสก็เงื้อดาบเป็นเส้นตรงเหนือหัว ทุกคนแม้แต่ชาร์ลยังร้องห้ามด้วยความตกใจ!

พลันที่ดาบฟาดลงหมายศีรษะ เด็กหญิงผมน้ำตาลก็ยิ้มออก ยกด้ามดาบดิ่งขึ้นเหนือหัวปลายดาบเฉียงลงพื้น คมดาบด้านบนไหลไปตามตัวดาบดั่งสายลมไหลผ่านแนวผาก่อนปักพื้นดิน เวโรนิก้าดึงดาบอิสระไหลทวนกระแสพร้อมเคลื่อนตัวไปทางซ้ายประชิดอีกฝ่ายใบดาบชิดลำคอ มาร์คัสเหงื่อตกและจะร้องไห้

“อย่าร้องไห้เลย ไม่เห็นเหรอว่าเจ้าไม่ได้เจ็บตัวแม้แต่นิดเดียว”

เวโรนิก้าคล้องมาลัยดอกไม้ให้มาร์คัส ชาร์ลมองด้วยสายตาตกตะลึง หลังจากวันนั้นการฝึกเพลงดาบได้ทำให้ทั้งสองรู้จักกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ส่วนแอนเน่นั้นถอนหายใจกับชะตากรรมที่ไม่อาจเลี่ยงของน้องสาว
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:17 am

...“ท่านพ่อ ทำไมถึงสอนเพลงดาบให้เวโรนิก้าล่ะคะ”
“พ่อเห็นแววนักรบซ่อนอยู่ในตัวของน้องเจ้า เจ้าก็รู้นี่ว่าลูกสาวชนชั้นสูงถ้าไม่ได้แต่งงาน การบวช หรือ การเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์ก็ถือเป็นเกียรติอันน่ายกย่อง เจ้าก็รู้ดียิ่งโดยเฉพาะครอบครัวเราที่มีลูกสาวหลายคน”
“หมายความว่า... เวโรนิก้า... อัศวินยูนิคอร์นเหรอคะ โธ่”...

นับแต่วันนั้นชาร์ลก็มาหาเวโรนิก้าเพื่อฝึกเพลงดาบด้วยกัน และเธอก็มักจะยอมเพื่อต้อนพวกผู้ชายให้ไปเล่นไกลๆ จากวงผู้หญิง เริ่มต้นเป็นเพื่อนห่างๆ ค่อยลดระยะจนกลายเป็นเพื่อนที่เข้าใจกัน แต่ละปีที่ผันผ่านพวกเด็กโตก็จากไปอยู่ในการดูแลของเหล่าอัศวินเพื่อฝึกเป็นนักรบ แล้วเมื่อใดก็ไม่รู้ที่ชาร์ลรู้สึกตัวว่ากำลังฝึกเพลงดาบกับเวโรนิก้าเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนเธอก็ถูกบิดาสนับสนุนให้ซ้อมการต่อสู้

“สวรรค์ประทานพระพรให้เจ้าเกินแน่ๆ ทั้งร้อยดอกไม้ทั้งเพลงดาบ จะเก่งหมดได้ยังไงกัน”
“อย่ามัวแต่พูดเลยน่า ใส่แต่แรงแบบนี้เอาชนะกระบวนท่าของข้าไม่ได้หรอก”
แต่ละเพลงดาบที่ปะทะแม้ผิวเผินจะดูรุนแรง แต่กลับเปี่ยมด้วยความรู้สึกที่วิ่งผ่านสะพานใจ ชาร์ลจำไม่ได้ว่าเมื่อใดกันหนอที่ไม่ลงแรงเต็มดาบเหมือนเคย ส่วนเวโรนิก้าก็เช่นกัน นานเท่าใดแล้วที่ความแม่นยำ ความเร็ว และเทคนิคการต่อสู้ที่ฝึกซ้อมลดลงโดยเจตนา ทั้งคู่ไม่อยากให้อีกคนบาดเจ็บ

ดาบ 2 เล่มปักไขว้กันใต้ร่มไม้ เด็กชายหญิงพิงพฤกษาห่างกันเหมาะสม หลายปีที่ใช้เวลาร่วมกันทำให้ต่างฝ่ายต่างเป็นสุขเหมือนเป็นที่พักและสร้างเสริมพลังใจของกัน หากชีวิตได้ยืนยาวและเป็นเช่นนี้ไปจนสิ้นชีวิตคงเป็นความสุขอันเหนือชนทั้งโลก ทว่าความหวังก็แตกสลายก่อนที่จะทันได้สานต่อ

“เจ้าจะไปจริงๆ เหรอ”
“จริงสิ นี่เป็นความประสงค์ของท่านพ่อ และจะเป็นเกียรติประวัติสูงส่งของตระกูลข้า”

ชาร์ลพยักหน้าเข้าใจ ญาติๆ เขาก็ทำแบบเดียวกัน มีบุตรก็ให้เป็นอัศวินสืบทอดตำแหน่งกับที่ดิน และส่งบุตรีไปบวชพร้อมคนรับใช้ สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินเพื่อความสุขสบาย แต่นักรบศักดิ์สิทธิ์อย่างอัศวินยูนิคอร์นลำบากกว่ากันมากนัก

“ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าข้าจะสู่ขอเจ้าเป็นภรรยา เจ้าจะไม่ไปเป็นนักรบยูนิคอร์นได้ไหม”
ลมแรงต้นหญ้าไหวเอน พร้อมกระแทกใจสองดวงที่คำว่ารักแบบหนุ่มสาวยังล่วงล้ำไม่ถึง
“ชาร์ล เจ้าไปจำคำแบบนี้จากชายใดมาเหรอ ชีวิตข้าถูกตรวนด้วยโซ่ชะตากรรมจากสวรรค์ ถ้าวันที่ว่ามาถึงจริงๆ ข้าก็รักเจ้าไม่ได้”
ลมอ่อนเสียดแทงหอบพาคำพูดทั้งมวลลอยหายไปในอากาศ เวโรนิก้าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้ ถ้าเธอเพียงจะรู้สักนิดว่านั่นจะเป็นคำพูดสุดท้ายที่จะได้พูดกับเขา

เพียง 2 วันต่อมาเวโรนิก้าก็ถูกส่งไปสู่โบสถ์สาขาของเซนต์อักเนสเพื่อเข้าบวชโดยไม่มีโอกาสได้ล่ำลากับชาร์ล
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:18 am

“คุกเข่าลง แล้วจงให้สัตย์ปฏิญาณจะจงรักภักดีต่อข้าและตั้งใจฝึกฝนเพื่อเป็นอัศวิน”

ชาร์ลลดกายลงตามสั่ง ท่านลอร์ดผู้แข็งแกร่งจะเป็นทั้งอาจารย์และพ่อให้กับเขาหลายปีต่อจากนี้ หลังผ่านพิธีการหนุ่มน้อยก็อยู่คนเดียวใต้ร่มไม้ ดาบที่เสียบปักพื้นเคยมีคู่ของมันแต่ตอนนี้ว่างเปล่า เวโรนิก้าจะเป็นยังไงบ้าง อยู่สุขสบายหรือเปล่า จะขี้เกียจตื่นมาสวดภาวนาไหม กินข้าววันละกี่มื้อกัน

ไวปานความคิดชาร์ลคว้าดาบคู่ใจลอบออกมาจากปราสาท ควบม้าไปด้วยใจเต้นรัว เพียงได้เห็นหน้าเพื่อนสนิทแค่แวบเดียวแล้วกลับมาคงไม่หนักหนาอะไร แต่ทว่าเมื่อมาถึงกำแพงอารามสูงใหญ่ก็ขวางกั้นเขาไว้

“คุกเข่าลงจ้ะ แล้วให้สัตย์ปฏิญาณจะถือพรหมจรรย์เพื่อจะฝึกฝนเป็นอัศวินยูนิคอร์น”

เวโรนิก้าย่อตัวจุมพิตบนหน้าผากของฟิลิปีม้าวัยไม่กี่ขวบดี เขาของมันยังเป็นเพียงแค่ปุ่มนูนเล็ก ๆ ที่กลางหน้าผากนั้น แววตาและสัมผัสสั้นๆ ก่อให้เกิดความผูกพันดั่งพี่น้องร่วมสายโลหิต เมลอร่าอาจารย์ผู้ในอดีตเป็นนักรบยูนิคอร์นก้าวอย่างสง่างามมาอยู่ต่อหน้าเด็กสาวผู้ถวายตัวทุกคน

“พวกเธอย่อมรู้ดีว่านักรบยูนิคอร์นต้องสละความสุขทางโลกไม่อาจแต่งงานได้ จงเลือกว่าจะปฏิญาณตนอย่างผู้ศักดิ์สิทธิ์หรือถอยกลับไปสู่วิถีชีวิตเยี่ยงคนสามัญ”

ชาร์ลอยากตะโกนบอกเวโรนิก้าให้วิ่งหนีออกมาซะ แต่ทำได้เพียงหลบหลังพุ่มไม้ห่างๆ เขาไม่อยากให้เพื่อนเผชิญชีวิตน่าเบื่อแบบแม่ชีแต่ฝึกหนักเหมือนทหาร หนุ่มน้อยกระชับด้ามดาบในมือพร้อมพุ่งกระโจน!

“ข้าขอปฏิญาณตนถือพรหมจรรย์และความศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป”

ใจของเด็กหนุ่มหายวาบ ชาร์ลลดดาบลงข้างตัวความฮึกเหิมมลายหายไปสิ้น ทันทีที่ได้ยินเสียงปฎิญาณนั้น เขาทำได้แต่เพียงทอดถอดใจ วันหน้าเธอจะเป็นนักรบที่งดงามและเพียบพร้อมทั้งจิตวิญญาณและฝีมือ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:20 am

“ฮะๆๆๆๆๆๆ ข้าอยากเห็นท่านลงไปนอนโอดโอยแทบเท้าอาจารย์บรีอันนาจริงๆ ถ้าตอนนั้นท่านกล้าบุกเข้าไปชวนข้าออกมาซักหน่อยนะ วันนี้ข้าอาจแต่งงานกับท่านแล้วก็ได้”

“แล้วข้าก็จะเป็นทหารเกณฑ์ต่ำต้อยหรือไม่ก็นักโทษที่มาจากตระกูลขุนนาง เพราะบุกไปชิงตัวเด็กผู้หญิงจากโบสถ์เซนต์อักเนสน่ะสิ งามหน้าตายเลย แต่บางทีเป็นแบบนั้นอาจจะดีกว่าก็ได้”

เวโรนิก้าส่ายหัวกับการสนทนาผ่อนคลายกับชาร์ล นี่ก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ 15 ปีแล้วสินะ วันที่เธอและเขาปฏิญาณตน เมื่อกี้ชาร์ลเพิ่งเล่าให้ฟังว่าเคยลอบเข้าอารามและจะชวนเธอหนี เพราะกลัวเธอเจอชีวิตซังกะตายไปทั้งชาติ แต่โชคดีที่ไม่ได้ทำ

“นี่ก็นานแล้วที่ไม่ได้ประมือกับเจ้า โชคดีจริงๆ ที่เจ้าได้มาประจำการในวิหารแห่งนี้ จะได้มาประลองกันบ่อยๆ” นักรบยูนิคอร์นหญิงหลังจบการศึกษาจะบรรจุประจำการคุ้มครองโบสถ์แห่งใดแห่งหนึ่ง เนื่องจากเวโรนิก้าเป็นลูกขุนนางชั้นสูงจึงได้ประจำการ ณ วิหารใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองหลวง

“แต่ท่านจอมทัพชาร์ลก็ไม่ได้มีภาระล้นตัวหรอกเหรอ” เธอแหย่เล่น ก่อนเปลี่ยนเป็นถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ดาบคูนิกุนเด้(Kunigunde, the Sword of Charles)คู่กายชาร์ลปักดินไขว้กับดาบของเวโรนิก้าเช่นคราวที่ชีวิตยังไม่รับรู้ความลำบากแห่งวัยผู้ใหญ่ แค่เพียงคุยกันครึ่งชั่วโมงเหมือนได้ชีวิตในวัยเยาว์กลับคืนมาทั้งหมด

“ท่านแม่ทัพ ทางทิศตะวันออกมีฝูงมังกรหมอก(Tera, Mist Dragon)หลุดจากหุบเขาออกมาอาละวาดครับ!” นายทหารวิ่งเข้ามาขัดจังหวะด้วยท่าทางตื่นตระหนก

“เตรียมหน่วยธนูไฟให้พร้อม ส่งสัญญาณให้อัศวินเปกาซัสทุกนายที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบไปสกัดพวกมันไว้ก่อน!”
ชาร์ล(Charles, the General of Felasia) กระโดดขึ้นม้าควบทะยานอย่างรวดเร็วดุจพายุคลั่ง ตามด้วยเสียงแตรสัญญาณเรียกทัพเปกาซัสที่ดังขึ้นแทบจะทันที และเพียงไม่กี่อึดใจทหารควบม้าปีกโผทะยานขึ้นเหนือน่านฟ้าทั่วเมืองน่าเกรงขามอัศจรรย์ เวโรนิก้าแปลกใจนี่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ยนัก

“อย่าขยับ อยู่นิ่งๆ แล้วจะปลอดภัยนะน้องสาวคนสวย!”
เวโรนิก้าสะดุ้ง แค่พริบตาเดียวพวกโจรภูเขา(Hill Thief) 5 คนก็จ่อดาบล้อมรอบตัวเธอ อีก 2 คนใช้โซ่ทำเป็นบ่วงบาศกคล้องคอฟิลิปีไว้คนละข้าง เหตุมังกรหลุดโดยบังเอิญกับโจรบุกปล้นวิหาร ที่แท้ก็แผนล่อเสือออกจากถ้ำ!

“ไอ้พวกมารศาสนาไม่กลัวตกนรกกันหรือยังไง”

“ขอแค่ได้สมบัติเยอะๆ เราก็จะรวย รวยแล้วก็เหมือนขึ้นสวรรค์จะกลัวตกนรกไปทำไม”

“อ้ากกกก!” พริบตาเดียวเวโรนิก้าเหวี่ยงไอเรเน่(Eirene, the Sword of Veronica)ฟาดฟันโจรคนหนึ่งลงไปนอนแน่นิ่ง อีก 4 คนทั้งแทงทั้งเหวี่ยงดาบรุมใส่แต่ไม่อาจแม้จะต้องผิวผู้พิทักษ์วิหาร ดาบกระบวนต่อมาพุ่งทะลวงท้องผู้ร้ายตรงหน้า ก่อนใช้เท้าที่สวมบูทหนาเตะหลังตรงรับดาบด้านหลัง อาศัยแรงกระชากกลับดึงดาบคู่มือกลับหลัง ฟาดจากล่างขึ้นบนเป็นวงจันทร์เสี้ยวบาดลึกลงบนผิวกายหยาบช้า จัดการโจรแน่นิ่งทีเดียว 2 คน

“หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นม้าแกตาย!”

เวโรนิก้าจ้องเขม็งที่คมดาบจ่อคอฟิลิปี พลันที่นักรบหญิงขยิบตาม้าก็กระโดดกระชากโซ่ออกอย่างง่ายดายด้วยแรงมหาศาล ขาหลังถีบโจรสลบเหมือดเลือดเต็มปาก เขาแหลมคมแทงท้องยกมารศาสนาอีกคนลอยขึ้นก่อนเหวี่ยงทิ้ง โจร 2 คนสุดท้ายปากสั่นด้วยความหวาดกลัว

“ครูสอนเพลงดาบเจ้าไม่ได้บอกหรอกรึว่าอย่าละสายตาจากคู่ต่อสู้น่ะ”

แค่สายลมอ่อนลอยเคลื่อนไปใบดาบคมก็ตัดผ่าน 2 ร่างโจรภูเขาลงไปซบดิน แต่ทันใดนั้นลูกธนูดอกหนึ่งก็แล่นมาหมายขั้วหัวใจ เวโรนิก้าหลบได้อย่างฉิวเฉียด ผู้ลอบยิงวิ่งว่องไวหลบเข้าป่าที่ดูลู่ทางเป็นอย่างดีจนคิดว่าพ้นแล้ว แต่พอหลุดมาพื้นโล่งเบื้องหน้าก็ได้ยินเสียงสตรีเปี่ยมพลัง พร้อมกับปลายดาบที่จ่ออยู่ตรงหน้า

“ยอมมอบตัวซะ พวกเจ้าที่เหลือถูกจับหมดแล้ว!”

โจรภูเขาคนสุดท้ายกำคันธนูตัวสั่นงันงกต่อหน้านักรบหญิงผู้งดงามน่าเกรงขามบนหลังม้ายูนิคอร์นขนสีน้ำตาลสวย หร้อมกับเหล่าอัศวินยูนิคอร์นหญิงกว่า 20 นางถือดาบเตรียมพร้อมดั่งกองทัพสวรรค์อยู่เบื้องหลัง

“ก่อนจะไม่มีโอกาสเห็นเดือนเห็นตะวัน ข้าจะบอกชื่อให้เจ้าได้รู้ไว้ ข้าคือเวโรนิก้า(Veronica, the Unicorn Knight) ผู้นำนักรบยูนิคอร์นคนปัจจุบันแห่งอาณาจักรฟีเลเซีย และนี่คือยูนิคอร์นคู่ชีวิตของข้า ฟิลิปี(Philippe, Veronica’s Unicorn) จงกลับใจรับโทษตามกฎหมายเสียเถอะ!”
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:21 am

วันคืนปกติของเมืองยังคงดำเนินไปแม้ผลกระทบของสงครามกับซาโลมจะเปลี่ยนมันในที่สุด เวโรนิก้าร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าคลอไปกับผู้คนในโบสถ์ พิธีวันอาทิตย์นี้พิเศษเพราะมีงานแต่งงาน

“พี่เวโรนิก้าคะ เข้าไปร่วมพิธีด้วยกันสิคะ” พาทริซีย่าเด็กหญิงตัวน้อยชวน

“พี่ขอเฝ้าอยู่ข้างนอกดีกว่า เข้าไปเถอะจ้ะ”

“แหม... ทำอย่างกับโจรจะปล้นวิหารบ่อยๆ เมื่อไหร่ วันนี้ไม่มีมังกรหลุดซะหน่อย”

เวโรนิก้าส่ายหัวกับเด็กแสนรู้ พาทริซีย่าชื่นชมเธอมากและบอกว่าวันหนึ่งจะเป็นนักรบยูนิคอร์นเช่นกัน ไปๆมาๆ อาชีพคนยามมีฐานันดรนี้ก็ไม่เลวร้ายนัก หากจะผิดกันคือคนยามยังมีครอบครัวได้ แต่นักรบยูนิคอร์นห้ามแม้แต่จะคิดเรื่องการวิวาห์ การแต่งงานอยู่เบื้องหลังเธอไม่กี่ก้าวหากแต่อยู่คนละโลกอย่างสมบูรณ์แบบ

ก็แล้วเธอจะคิดทำไมเล่า หญิงสาวย้ำเตือนตัวเอง ฉันไม่แสวงหาความรัก ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนั้น... แล้วชาร์ลล่ะ เขาเคยขอเธอแต่งงานเชียวนะ แม้จะพูดเล่นๆ ตามประสาเด็กแตกเนื้อหนุ่มก็ตาม... แต่ไม่ได้หรอก ฉันคิดกับเขาได้เพียงเพื่อนสนิทรู้ใจเท่านั้น หญิงสาวย้ำกับตัวเอง เว้นแต่เพียงพักหลังนี้สายตาของเธอเริ่มมองหาเขาอย่างไม่ทันรู้ตัว

ตั้งแต่ประจำการที่เมืองนี้เวโรนิก้าก็ได้พบเจอกับชาร์ลบ่อยครั้ง ทั้งบังเอิญตามงานกับเทศกาลต่างๆ หรือเจตนามาฝึกซ้อมการต่อสู้พอเป็นพิธีก่อนพูดคุยกันในเรื่องทั่วไปกระทั่งการสงคราม แต่แค่นั้นก็เพียงพอให้เวโรนิก้าคิดวอกแวกจากความตั้งใจแน่วแน่ดั้งเดิม ทว่าตอนนี้แม่ทัพชาร์ลอยู่ในสมรภูมิรบ

ทันใดนั้นเอง ทหารส่งสารจากทัพหลวงในชุดเต็มยศควบม้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่มาถึงหน้าประตูอาราม ทหารหนุ่มเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้า กำสารในมือแน่นก่อนวิ่งหายเข้าในประตูอาราม

“มีเรื่องด่วนอะไรกันนะ ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกล” หญิงพรหมจรรย์มองอย่างสนเท่ห์ พลางหันไปพูดกับยูนิคอร์นสาวของตน ใช้มือลูบแก้มของมันเบา ๆ อย่างรักใคร่ ขออย่าให้เป็นข่าวร้ายเลย
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:21 am

“เวโรนิก้า?!” ชาร์ลอดประหลาดใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าเวโรนิก้าเป็นผู้นำทัพมา

“ชาร์ล” หญิงสาวยิ้มทัก พลางขี่ยูนิคอร์นผ่านขบวนแถวทหารที่ถูกจัดมาต้อนรับ โดยมีชาร์ลขี่ม้าตามในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลนัก “ข้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพยูนิคอร์นและมอบหมายให้เป็นผู้นำทัพศาสนจักรชุดแรกมาที่ค่ายนี้”

ชาร์ลบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่ได้พบเธอ แน่นอนว่าเขาดีใจที่ได้พบเธอโดยมิได้คาดหมาย ทว่าที่แห่งนี้เป็นสนามรบที่เรียกได้ว่าอันตรายที่สุด

“ดูท่านประหลาดใจที่เห็นข้า ท่านสงสัยในความสามารถของข้ารึ?” เวโรนิก้าถามอย่างไม่แน่ใจเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม

“ใครว่า ข้าไม่เคยสงสัยในฝีมือเจ้า เพียงแต่... ข้ารู้แต่เพียงว่าเป็นกองทัพของศาสนจักร แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอเจ้า ซ้ำยังเป็นแม่ทัพนำทัพมาอีกเสียด้วย” ชาร์ลอธิบาย แม้จะไม่ได้แจงความคิดของเขาทั้งหมด

หญิงสาวพยักหน้ารับ เธอเองเมื่อตอนได้ทราบข่าวและถูกแต่งตั้งนั้น ก็ตกใจมิใช่น้อย แต่เธอก็ยินดีเข้ารบสงคราม เพราะนี่ถือเป็นเกียรติสูงส่งที่จะได้ปกป้องอาณาจักร

“ สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง”

“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ได้กองทัพศาสนจักรมาช่วยอีกแรงก็เบาใจไปได้เยอะ” ชายหนุ่มยิ้มตอบ “ว่าแต่เจ้าจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าที่พักของพวกเจ้าเป็นยังไง สำหรับบรรดานักบวช ข้าจัดที่พักที่ใกล้กับโบสถ์ไว้ให้ แต่สำหรับพวกเจ้าที่ต้องพำนักในค่ายทหาร ข้ารับรองได้ว่าที่พักของพวกเจ้าดีสุดในค่ายนี้เลย”

“จริงนะรึ?” เวโรนิก้าหัวเราะพลางย้อนถาม ในสมรภูมิรบเช่นนี้ เธอมิคาดหวังว่าจะได้รับความสะดวกสบายหรือการดูแลเกินกว่าที่จำเป็น

ชาร์ลหัวเราะพลางให้สัญญาณแม่ทัพมังกรพาเหล่านักบวชไปยังที่พัก ในขณะที่ตนก็ผายมือเป็นเชิงเชื้อเชิญให้บรรดานักรบหญิงไปดูที่พักที่จัดไว้ให้ด้วยตาตนเอง เขาเดินนำเหล่านักรบสาวไปยังที่พักที่จัดเตรียมไว้ หญิงสาวสังเกตว่าที่พักนั้นมีรั้วและฉากกั้นแยกเป็นสัดส่วนห่างจากค่ายพักของทหารชายอย่างชัดเจน เต๊นท์ที่พักถูกจัดเตรียมอย่างดี แม้ไม่อาจเรียกได้ว่าดีเลิศแต่ก็ดูสะอาดสะอ้านและมีข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ครบครัน แม้แต่คอกของเหล่ายูนิคอร์นที่บรรดาหญิงสาวรักราวกับแก้วตาดวงใจก็ยังตั้งอยู่ภายในค่ายนั้น บรรดานักรบสาวต่างก็ประทับใจและกล่าวขอบคุณแม่ทัพกันใหญ่

“ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถของชายชาติทหารที่ไม่ค่อยละเอียดอ่อนกันสักเท่าไหร่จะจัดเตรียมให้ได้” ชาร์ลออกตัว เขาสั่งให้จัดเตรียมที่พักให้พร้อมเท่าที่พอจะนึกออก โดยคำนึงถึงเกียรติของเหล่านักรบสาวผู้ครองตนเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์เป็นสำคัญ

“นี่ดีเกินกว่าที่พวกเราคาดหวังไว้เสียอีก ขอบคุณมาก” หญิงสาวกล่าวขอบคุณ ซาบซึ้งในความเอาใจใส่ของชายหนุ่ม เวโรนิก้ายังคงพูดคุยกับแม่ทัพหนุ่มต่ออีกพักใหญ่ หากคราวเปลี่ยนมาคุยเรื่องสัพเพเหระ ความรู้สึกดี กับอีกฝ่ายก็ค่อย ๆ ทวีขึ้นจนใบหน้าของทั้งคู่กลับค่อยๆ แดงทีละนิด จนเมื่อรู้สึกตัวว่าใบหน้าร้อนวูบขึ้น เวโรนิก้าจึงแสร้งขอตัวไปจัดการที่พักของนักรบยูนิคอร์น

ชาร์ลปล่อยให้หญิงสาวเดินจากไปอย่างรู้สึกเสียดาย พลางทอดสายมองตามเส้นผมสีน้ำตาลสวยของสตรีที่เฝ้าฝันถึงพริ้วไหวตามแรงลม วันนี้เขามั่นใจแล้วว่ารักเวโรนิก้าจริงๆ

แม้เขาพร้อมจะสละชีวิต เพื่อต่อสู้ และพิทักษ์ราชอาณาจักร แต่หากดวงใจของตนกลับไม่อาจปกป้องดูแลได้ แม้จะแพร่งพรายให้เธอรับรู้ก็ยิ่งมิบังอาจ คงทำได้แต่เก็บงำและบังคับเอาไว้ แม้จะพิชิตศึกมามากมายแต่กลับแพ้พ่ายต่อชะตากรรมอันร้ายกาจ ความรักเอ๋ย คมดาบของเจ้าบาดลึกนัก และรอยแผลที่เจ้าทำไว้ก็ไม่มีโอสถใดรักษาให้หายได้ ชาร์ลได้แต่รำพันในใจ เจ็บปวดกับความรักที่ดูเหมือนไม่มีทางเป็นไปได้นี้
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:23 am

กระนั้นก็ดี การสู้รบกับกองทัพซาโลมก็ยังคงดำเนินมาหลายเดือน มีทั้งศึกน้อยศึกใหญ่ที่กองทัพยูนิคอร์นได้เข้าร่วม ทำให้ฝีไม้ลายมือในสมรภูมิของบรรดานักรบหญิงจัดเจนขึ้นเป็นเงาตามตัว อันเป็นเครื่องพิสูจน์ให้รู้ว่าฟีเลเซียคือชาติแห่งนักรบโดยแท้จริง เพราะแม้แต่สตรีเพศก็ยังกวัดแกว่งดาบได้เก่งกล้าไม่แพ้ชายใด แม้แต่ทหารของฝ่ายศัตรูยังตื่นตะลึงในความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของสตรีนักรบแห่งฟีเลเซีย โดยเฉพาะเวโรนิก้า ผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพยูนิคอร์นที่นำทัพอย่างกล้าหาญทุกศึก ทำให้บรรดาอัศวินทั้งหลายรวมทั้งทหารฝ่ายฟูดินันต่างก็ให้ความเคารพยกย่องในความเก่งกล้าสามารถของเหล่านักรบหญิงผู้ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้

วันหนึ่ง ขณะที่เวโรนิก้ากำลังเดินสำรวจโดยรอบที่พัก ก็เห็นเหล่านักรบสาวต่างจับกลุ่มกระซิบกระซาบกันหัวเราะเสียงดังคิกคัก ก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะบรรยากาศดูแตกต่างไปจากปกติเวลาที่อยู่ในอาราม

“ดูแม่พวกนั้นสิ”
กลุ่มเพื่อนของเวโรนิก้า อันประกอบด้วย โรส โรฮันน่า และ เอโลดี้ เดินเข้ามาหาด้วยทางทีหงุดหงิด

“เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้ ทำตาเล็กตาน้อย พูดจีบปากจีบคอกันใหญ่” โรส เบ้ปาก

“ฉันไม่เข้าใจเลย พวกผู้ชายน่ารังเกียจจะตาย ทั้งเหม็นเหงื่อ ทั้งลามก สกปรกก็เท่านั้น” เอโลดี้พูดพลางถูแขนทำท่าขนลุก

“ก็อย่างว่าแหละ พวกนางคงหวังว่าหลังจากปลดประจำการแล้วจะหาสามีแต่งงานละมั๊ง ก็ดูอย่างยัยแอนน์สิ พอเจ้าฮายดี้ ยูนิคอร์นของหล่อนตาย ก็รีบกลับบ้านไปแต่งงานทันที ทำอย่างกับว่าอยากจะมีสามีจนตัวสั่น” โรฮันนาเหยียดปาก

“น่ารังเกียจจริง ๆ” เอโลดี้ตัวสั่นอีกครั้งเมื่อนึกถึงภาพการมีสามี

“แหม ก็ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกที่จะน่ารังเกียจ หรือ ทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษ” เวโรนิก้าพูดอ้อมแอ่ม

“อย่าบอกนะว่าเธอแอบปิ๊งใครในกองทัพเข้า” เอโลดี้มองด้วยใบหน้าตกตะลึง

“เปล่านะ ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” เวโรนิก้ารีบปฏิเสธเป้นพัลวัน ทว่าใบหน้าของใครบางคนจู่ ๆ ก็ลอยขึ้นมาในใจ

“จะเป็นไปได้ยังไงกันเล่า” โรสโบกไม้โบกมือ “เวโรนิก้าออกจะหัวโบราณ ไม่ไวไฟเหมือนแม่พวกนั้น ไม่มีทางทิ้งฟิลิปีไปแต่งงานแน่ ๆ”

“ใช่ ๆ ” โรฮันนาพยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วย

“งั้นเธอหมายความว่ายังไง ที่ว่าผู้ชายไม่น่ารังเกียจทุกคน” เอโลดี้ยังไม่ยอมแพ้

“ฉันก็หมายความตามนั้นแหละจ้ะ เพราะผู้ชายหลายคนที่ฉันพอรู้จักก็เป็นคนดี มีเกียรติ”

“อ้อ ๆ เธอหมายถึงท่านแม่ทัพ เพื่อนสมัยเด็กของเธอละสิ พวกเราปฏิญาณตนกันตั้งแต่เด็ก ผู้ชายที่รู้จักก็คงมีไม่กี่คนหรอก” โรฮันน่า พูดต่อ

“โอเค ฉันยกให้คนนึงก็ได้ ดูจากที่จัดเตรียมที่พักให้ กับความเก่งกาจในฐานะจอมทัพ ก็ต้องถือว่าไม่น่ารังเกียจสักเท่าไหร่” เอโลดี้พูดในขณะที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย เพราะต่างก็ยอมรับว่าชาร์ลเหมาะสมกับตำแหน่งจอมทัพอันเป็นความภาคภูมิใจของฟีเลเซีย อีกทั้งความเอาใจใส่และการปฏิบัติต่อพวกนางซึ่งเป็นผู้หญิงก็เรียกได้ว่าไม่ขาดตกบกพร่อง โดยไม่ทันได้สังเกตว่า เพื่อนสาวของตนมีอาการหน้าแดงขึ้นมา

“แต่ก็ห้ามประมาท เขาอาจจะปกปิดตัวตนเก่งก็ได้” เอโลดี้ยังไม่คลายกังวล

“เราเลิกพูดถึงเรื่องนี้เถอะ ฉันไมได้หมายถึงใครเป็นพิเศษ ฉันแค่พูดถึงคนทั่ว ๆ ไป อาจจะเป็นพ่อ เป็นพี่ เป็นน้อง ของพวกเธอก็ได้”

ทั้งโรส และ โรฮันน่า ต่างก็พยักหน้ายอมรับ มีเพียงเอโลดี้ที่ทำหน้าพิลึกพิลั่น จนทั้งสามอดหัวเราะไม่ได้ เพราะเป็นที่รู้กันว่า ความเกลียดผู้ชายจนเข้าไส้ของหล่อน ก็เพราะผู้ชายในครอบครัวของเธอทำตัวไม่ค่อยดีนัก

“ฉันเห็นด้วย เราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า” เอโลดี้ลูบต้นคอไล่อาการขนลุกขนพองของตนเป็นการใหญ่
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:24 am

เที่ยงวันหนึ่งชาร์ลกับบรรดาแม่ทัพผู้ชำนาญศึกต่างประชุมปรึกษาหารือกันด้วยความเคร่งเครียด เพราะทัพใหญ่ของซาโลมกำลังเตรียมเข้าประชิดเมือง

“ท่านแม่ทัพเวโรนิก้า ศึกครั้งนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะคราวนี้ซาโลมแต่งทัพมาเต็มอัตราศึก ฝ่ายเราก็เตรียมเสริมทัพเต็มที่เช่นกัน แต่ทัพยูนิคอร์นที่ต้องปะทะกับทหารผีทัพหน้าของซาโลมอาจต้องเจอศึกหนักพอตัว แต่ทันทีที่ตีทหารผีที่เป็นกองหน้าแตกได้ ทัพมังกรและทัพอัศวินจะรีบเสริมทัพขึ้นไปทันที” ชาร์ลพูดกับเวโรนิก้าอย่างเป็นทางการ จากนั้นก็อธิบายแผนการรบต่าง ๆ พร้อมแบ่งหน้าที่และซักซ้อมแผนการรบกันอีกหลายครั้ง เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด

วันรุ่งขึ้นการรบก็มาถึง กองทัพเพลิงทั้งทัพมนุษย์และปีศาจตั้งกระบวนรบเป็นกำแพงสีเลือดยาวไปสุดตา ฝ่ายฟีเลเซียแม้แต่ผู้ชายหลายคนยังยืนสั่นไม่รู้ตัว เวโรนิก้านำเหล่านักรบสาวพรหมจรรย์สวดภาวนา และหวังว่าเย็นนี้จะได้สวดพร้อมหน้ากันอีกครั้ง

หลังเสียงสัญญาณและธงแปรขบวนรบโบกสะบัด นักรบหญิงพร้อมอาวุธคู่ใจก็บุกเป็นรูปลูกศรตรงไปยังฝ่ายศัตรู ครั้นทหารเลวเห็นเป็นเพียงสตรีก็โห่ร้องพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง ทัพยูนิคอร์นถูกล้อมและแยกออกเป็น 5 กองดั่งไร้ทางหนี แต่ครั้นแล้วทั้ง 5 กองกลับแปรเป็นรูปลูกศรวิ่งฝ่าวงล้อมกลับมา พวกทหารปิศาจไล่ตามทันทีและเพียงครู่เดียวต้องกลายเป็นฝ่ายจนมุมเอง เมื่อถูกทัพยูนิคอร์นล้อมกรอบเป็นวงกลมกักขังไว้

ทั้งดาบและน้ำศักดิ์สิทธิ์พิฆาตปิศาจกระหน่ำใส่ทหารผีนรก ทว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีเสียงโอดครวญ มีแต่ความเงียบ
ชาร์ลซึ่งมองการรบพุ่งเบื้องหน้าด้วยความเคร่งเครียดคอยจับสังเกตทุกอย่างที่เกิดขึ้นตาไม่กระพริบ เพื่อเตรียมเสริมทัพให้กับทัพยูนิคอร์น ทันทีที่เห็นว่าอะไรเกิดขึ้นเขาก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบขึ้นทันที

“เสร็จกัน ไอ้พวกเจ้าเล่ห์นั้นใช้ทหารมนุษย์ปลอมเป็นทหารผี! ให้สัญญาณเสริมทัพทันที!!” จอมทัพกระโจนขึ้นหลังม้าควบทะยานออกไปราวกับลูกธนู

ทันทีที่เวโรนิก้าตระหนักได้ว่าตนตกหลุมพรางของฝ่ายศัตรู ก็หันไปหาชาร์ลทันที เมื่อเห็นว่าชาร์ลเองก็รู้แล้วว่าโดนอุบายหลอกของศัตรูและกำลังมุ่งหน้ามาช่วย จึงรีบให้สัญญาณถอนกำลังทันที พลันสายตาก็กวาดมองสมาชิกในทัพของตน แต่แล้วบรรดาทหารกักขฬะของซาโลมก็พุ่งเข้าใส่นักรบหญิงราวกับเปลวไฟเจอเชื้อเพลิง เวโรนิก้าเห็นติดตาว่านักรบพรหมจรรย์นางหนึ่งถูกกระชากจากหลังม้าลงพื้น และหายเข้าไปในกลุ่มทหารชายที่เข้ากรุ้มรุม ในภาวะสงคราม ไม่ว่าที่ไหนหรือเมื่อไหร่ ผู้หญิงมักตกเป็นเหยื่อที่ถูกทารุณข่มเหง ซึ่งจะกลายเป็นตราบาปที่หลอกหลอนไปจนชั่วชีวิต เหมือนตกนรกทั้งเป็นก็ไม่ปาน...

ไวยิ่งกว่าความคิด เวโรนิก้าควบฟิลิปีเร็วสุดฝีเท้าพุ่งเข้าไปท่ามกลางทหารทะเลทรายที่กำลังถอยร่น แวบหนึ่งเธอเห็นแอนเดรียยูนิคอร์นของหญิงสาวที่ถูกพาตัวไปนอนตาย ใจของหญิงสาวสะท้านวาบนั่นคือยูนิคอร์นของเอโลดี้ ผู้เป็นหนึ่งในบรรดาเพื่อนสนิทของเธอ หญิงสาวได้แต่หวังว่าเจ้านายของมันจะยังปลอดภัยอยู่

เมื่อชาร์ลเห็นความบ้าบิ่นชั่วขณะของเวโรนิก้าก็ยิ่งฮ้อตะบึงม้าศึกจนสุดฝีเท้า ใจของเขาแทบจะหลุดออกมานอกร่าง แต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว

dra.jpg


ทันใดนั้น มังกรดำก็ถลาลงมาจากทิศทางใดไม่ปรากฏ มันกางกรงเล็บแหลมคมพุ่งเข้าใส่เวโรนิก้า หมายจะขย่ำแม่ทัพยูนิคอร์นให้แหลกคามือ ฟิลิปีรีบกระโจนตัวขึ้นสะบัดเขาเต็มแรงพร้อม ๆ กับที่เวโรนิก้าก็ตวัดดาบไอเรเน่ใส่กรงเล็บที่พุ่งเข้ามาหาตนสุดกำลัง แรงปะทะทำให้หญิงสาวเสียหลักเกือบตกจากหลังยูนิคอร์น แขนของเธอพันเกี่ยวกับสายบังเหียนจนรู้สึกเจ็บ เสียงมังกรร้องดังด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะกลับขึ้นฟ้า มันบินโค้งลงมาเพื่อจะโจมตีอีกครั้ง เวโรนิก้าพยายามดึงสายบังเหียนเพื่อดึงตัวขึ้นบนอาน สายตาก็จับทิศทางการเคลื่อนไหวของมังกรดำ บนหลังของมันมีแสงสว่างวาบขึ้นก่อนจะม้วนตัวกลายเป็นดวงเวทย์ขนาดใหญ่ หญิงสาวที่ยังไม่ทันจะทรงตัวได้จากการปะทะเมื่อครู่ถึงกับหน้าซีดเผือด เวโรนิก้าพยายามกระฉับสายบังเหียนพลางยกโล่ขึ้นป้องกันตนและฟิลิปีแม้จะรู้ว่าไม่ทันการ ยูนิคอร์นสาวรู้ด้วยสัญชาตญาณจึงกระโจนตัวขึ้นชูสองขาหน้าใช้ตัวเองเป็นโล่ห์ชีวิตเพื่อปกป้องเจ้านายของตน

“ไม่นะ! ฟิลิปี” ทันทีที่หญิงสาวรู้ว่ายูนิคอร์นคู่ใจกำลังทำอะไร ก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ หญิงสาวพยายามโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อถ่วงน้ำหนักฟิลิปีให้กลับมายืนสี่ขาดังเดิม ม้าสาวจึงสะบัดตัวเต็มแรงจนเวโรนิก้ากระเด็นตกลงไปกับพื้น ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะสว่างวาบ

ตูมมมมม

เสียงปะทะของลูกเพลิงเวทย์ดังสนั่น แรงกระแทกพุ่งใส่หญิงสาวจนกลิ้งไปจากจุดเดิมหลายตลบ ทันทีที่คลื่นจากแรงปะทะสิ้นสุดลง เวโรนิก้าก็รวบรวมสติและกำลังของตนยันตัวขึ้น สายตารีบกวาดมองไปทั่ว ฉับพลันดวงใจก็หายวาบเมื่อเห็นร่างสีน้ำตาลที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดนอนนิ่งไม่ไหวติงห่างไปไกลหลายเมตร ชุดเกราะแตกยับและบิดงอจนผิดรูปผิดร่างเป็นของฟิลิปีไม่ผิดแน่ หญิงสาวกรีดร้องราวกับจะขาดใจ

“ไม่~~~! ฟิลิปี! ฟิลิปี!” เวโรนิก้าวิ่งอย่างล้มลุกคลุกคลานเข้าไปหายูนิคอร์นที่รักด้วยน้ำตานองหน้า “ได้โปรด อย่าเป็นอะไรนะฟิลิปี” หญิงสาวใช้มือกดปากแผลขนาดใหญ่ที่อกของฟิลิปี เลือดไหลออกมาจากจมูกและปากของมันอย่างน่ากลัว บ่งบอกให้รู้ว่าอวัยวะภายในแหลกเหลวเพียงใด ม้าสาวนอนหายใจรวยริน ดวงตาสั่นน้อย ๆ เหมือนพยายามจับภาพเบื้องหน้า

ทันใดนั้น เงาขนาดใหญ่ก็พุ่งผ่านเหนือทั้งสองไปพร้อมกับเสียงร้องที่ดังกึกก้อง เวโรนิก้าหันไปทางต้นเสียงก็เห็นกรงเล็บขนาดมหึมาอยู่ตรงหน้า เสี้ยววินาทีนั้นเอง ด้วยกำลังเฮือกสุดท้าย ฟิลิปีก็ดีดตัวขึ้นสะบัดเขาแทงไปที่ตาของมังกรทมิฬจนทะลุไปที่ตาอีกด้าน มังกรร้ายแผดเสียงด้วยความเจ็บปวดเสียหลักถลาลงไปกระแทกกับพื้นจนฝุ่นตลบ มันดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเหวี่ยงสะบัดฟิลิปีราวกับตุ๊กตาไม่มีชีวิตจนหลุดลอยกระแทกพื้นโครมใหญ่ ในขณะที่นักเวทย์บนหลังมังกรดำก็ถูกเจ้ามังกรที่ดิ้นทุรนทุรายนั้นทับบตายอยู่ใต้ร่างของมันเช่นกัน

“ฟิลิปี!” เวโรนิก้าสะอื้นไห้วิ่งเข้าไปหายูนิคอร์นด้วยหัวใจที่แหลกสลาย ดวงตาของฟิลิปีเบิกโพรง

เพียงแวบเดียวก่อนสติจะเลือนหาย สำนึกแห่งชีวิตไหลหลั่งจากร่างตามเลือดที่โทรมกาย ในดวงตาก็เห็นภาพในอดีต

...ตั้งแต่วันแรกที่เวโรนิก้าปฏิญาณตนเป็นพี่น้องด้วย รวมถึงทุกวันทุกเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุข แต่ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินประสาทสัมผัส ในเสี้ยวแห่งวินาทีสุดท้ายกลับมีภาพอีกชุดลอยเด่นขึ้นมา

หลายคราวที่เวโรนิก้ามองดาบปักเฉียงพื้น แล้วมองเลยไปเหมือนมองหาดาบอีกเล่มหนึ่งที่อาจเคยอยู่ตรงนั้น
หลายคราวที่หญิงสาวมองดวงดาว แล้วคิดถึงใครบางคนในห้วงความคิดของตัวเอง

หลายคราวที่มีรอยยิ้มที่ไม่เคยมอบให้ใคร เวลาคุยกับมนุษย์ผู้ชายที่ชื่อชาร์ล

หลายคราวที่หญิงสาวมองมันด้วยความรัก แต่ในนั้นมีความรู้สึกบางอย่างถูกขังในกรงเหล็กที่ไร้ทางออกแฝงอยู่...
ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะขาดไปนั้นเอง ฟิลิปีก็คลายความตระหนกแห่งการจากพรากไปสิ้น ในดวงตาเห็นภาพของเวโรนิก้าที่จะใช้ชีวิตต่อไปและได้พบกับความสุขที่หัวใจต้องการตราบชั่วชีวิต
คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะทำการดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:24 am

หลังการรบยุติลง สนามรบก็กราดเกลื่อนไปได้ด้วยร่างไร้วิญญาณมากมาย เวโรนิก้าน้ำตานองหน้ามองดวงตาที่ยังไม่ปิดของม้าคู่ชีวิต

“เจ้าต้องการจะบอกอะไรกับข้าหรือฟิลิปี” หญิงสาวสะอื้นไห้

ชาร์ลยืนมองภาพสะเทือนใจอยู่นานโดยมิรู้จะปลอบโยนเธออย่างไรให้คลายจากความทุกข์โศกใหญ่หลวงนี้ เขารู้ดีว่าสำหรับนักรบยูนิคอร์นนั้น การเสียยูนิคอร์นคู่ชีวิตไปก็เหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตเธอได้ตายจากไปด้วย เขากวาดตามองหาทหารที่ยังมีชีวิต แต่หลายคนสิ้นลมหายใจต่อหน้าต่อตา ทหารแต่ละนายมีครอบครัวมีคนรักที่ต้องกลับไปดูแล เขาจะมีหน้ากลับไปบอกครอบครัวทหารกล้าเหล่านั้นว่าอย่างไรเล่า

เวโรนิก้ามองหาเอโลดี้และพบว่าเธอได้เชือดคอตายเพื่อปกป้องเกียรติของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ เธอพยายามพยุงเอโลดี้ด้วยกำลังทั้งหมดที่เหลือของเธอไปนอนข้างยูนิคอร์นแอนเดรีย หากเป็นไปได้เธอเองก็อยากสิ้นชีวิตพร้อมฟิลิปีเช่นเดียวกัน

สามปีผ่านไป

เวโรนิก้านั่งอยู่ข้างกำแพงโบสถ์กับดาบไอเรเน่ ความเศร้าโศกยังคงกัดกร่อนหัวใจของหญิงสาว ภาพฟิลิปีปกป้องเธอจนตายยังคงแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ดวงตาของฟิลิปีที่จ้องมองเธอยังคงปรากฏให้เห็นในฝันบ่อย ๆ ชีวิตข้างหน้าไร้หนทางดั่งเรือขาดเข็มทิศกลางมหาสมุทร แอนเน่พี่สาวมาอยู่เป็นเพื่อนได้ร่วมสัปดาห์แล้วในฐานะตัวแทนของครอบครัวที่ห่วงใย

“น้องพี่ พี่เคยได้ยินว่านักรบยูนิคอร์นที่เสียม้าไปแล้วจะเป็นนักรบต่อไปไม่ได้”

“น้องยังเลือกยูนิคอร์นตัวใหม่ได้ค่ะ แต่ฟิลิปีเป็นดั่งพี่น้องของน้องจริงๆ ยูนิคอร์นตัวใดก็มาแทนไม่ได้” “แล้วน้องจะเป็นโสดไปตลอดชีวิตเหรอ พี่คุยกับท่านพ่อแล้วถ้าน้องจะสละแอกที่ท่านเคยกำหนดชะตาให้แบกรับ ท่านก็ไม่ว่าอะไร”

“ให้ประชาชนประณามว่าน้องไม่ยึดมั่นต่อคำปฏิญาณและเกียรติแห่งพรหมจรรย์หรือคะพี่”

“ไม่เห็นต้องสนลมปากของใครเลย พี่รู้นะว่าน้องกับชาร์ล...”

“พี่เวโรนิก้าคะ หนูเก็บดอกไม้มาให้ฟิลิปีค่ะ เราไปเยี่ยมหลุมศพฟิลิปีกันเถอะ” พาทริซีย่าโผล่มาจูงเวโรนิก้าไป แอนเน่เดินตามช้าๆ เวโรนิก้าเล่าว่าเด็กคนนี้ยึดเธอเป็นแบบอย่างและตั้งเป้าเป็นนักรบยูนิคอร์นอีกด้วย ประชาชนที่ว่าคงหมายถึงเด็กคนนี้ด้วยกระมัง
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:25 am

“เจ้าแน่ใจหรือ? ที่ว่าจะถือพรหมจรรย์ตลอดชีวิต” อาจารย์เมลอร่าถามเวโรนิก้าที่ดูหมดแรงใจ ครูหญิงผู้ผ่านโลกมามากเป็นห่วงลูกศิษย์เหลือเกิน

Untitled-1.jpg


“ข้าคิดว่าจะเจริญรอยตามท่านอาจารย์ สอนเด็กสาวเป็นนักรบยูนิคอร์นต่อไปค่ะ”

เวโรนิก้าคิดกับตัวเองหลายตลบนี่เป็นหนทางที่ดีที่สุด การใช้ชีวิตเยี่ยงครูเมลอร่านั้นงดงามนัก ตั้งแต่ครูเสียยูนิคอร์นคู่ใจในวัยสาวแทนที่จะออกจากอาราม อาจารย์กลับเลือกถือความบริสุทธิ์ เป็นที่ยกย่องของผู้คนทั่วสารทิศ นี่แหละชีวิตที่เธอควรจะเป็น

แน่หรือ... แล้วชาร์ลล่ะ จริงๆ เธอก็มีใจให้เขาไม่ใช่หรือไง? เสียงในใจลึก ๆ ของหญิงสาวกู่ร้องขึ้น พาให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ นั่นก็ใช่ แต่ก็เป็นไปไม่ได้.. ชีวิตที่เหลือนี้ของฉันไม่ควรแสวงหาความรัก ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนั้น เพื่อชีวิตนี้ที่ฟิลิปีอุตส่าห์สละชีวิตปกป้องไว้ ฉันก็ควรอุทิศชีวิตนี้ให้มันมิใช่หรือ? และหากมีเศษเสี้ยวของความรักจากอดีตที่ยังทิ้งร่องรอยอยู่ในแห่งห้องใดของดวงใจฉัน ฉันก็จะขอฝังมันไว้ให้ลึกที่สุด และปิดขังมันไว้ในห้องแห่งใจนั้น ให้เป็นเพียงภาพความทรงจำที่งดงามที่หล่อเลี้ยงความชุ่มชื่นหัวใจของฉัน แค่เพียงในห้วงคำนึงและในความฝันตลอดไป

ที่เวโรนิก้าคิดเช่นนี้เพราะมีสาเหตุจากด้านมืดของหญิงพรหมจรรย์ที่เธอประสบ

เมื่อถวายตัวที่โบสถ์เซนต์อักเนสได้ 5 ปีแรก เธอเห็นรุ่นพี่ชื่อเบลล่านักรบยูนิคอร์นผู้ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะแห่งการต่อสู้ได้ลอบพบกับหนุ่มรูปงามบ่อยครั้ง เธอได้แต่นิ่งเฉยไม่บอกอาจารย์รอให้พี่เบลล่าคิดได้เอง แต่ไม่เป็นผล

“พี่เบลล่าคะ ข้าเห็นท่านทำเรื่องไม่เหมาะควรแก่ตัวพี่และต่อเกียรติแห่งนักรบยูนิคอร์น”

“จงเงียบไว้เถอะสาวน้อย วันใดที่เจ้ามีความรักเจ้าก็จะทำแบบข้า ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าแม้แต่คิดที่จะไปฟ้องอาจารย์เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างทรมานที่สุด”

เวโรนิก้าก้มหน้าเดินจากไปแต่ยังรู้สึกผิดที่ช่วยหญิงสาวปกปิดความผิด กระทั่งเย็นวันหนึ่งบังเอิญเห็นเบลล่าจูบกับบุรุษนั้น เธอคิดว่าถึงเวลาต้องให้อาจารย์ทราบแต่มันกลับช้าเกินการณ์ เช้ารุ่งขึ้นยูนิคอร์นประจำตัวเบลล่าที่ล้มป่วยไม่ทราบสาเหตุมาหลายวันก็ตายจากไปอย่างสงบ ตามกฎแล้วเบลล่าต้องตัดสินใจว่าจะเลือกม้าตัวใหม่, ถือพรหมจรรย์โดยไร้ยูนิคอร์น หรือสละทางธรรมกลับสู่ทางโลก

หล่อนคนนั้นเลือกแต่งงานอย่างไม่เสียเวลาคิด

ผ่านไปหลายปีเพื่อนคนหนึ่งเจอถุงใส่ยาพิษแปลกๆ จากประเทศนิโคอุซ่อนในมุมลึกของห้องเบลล่า แต่กว่าจะเอาความมารื้อฟื้นเบลล่าก็มีลูกกับสามีไปแล้ว 2 คน และเพิ่งจะเลิกลาแยกทางกันไปเมื่อไม่นานมานี้ พาลทำให้เธอถูกผู้คนประนามหยาดเหยียดและดูแคลน ที่เลือกละทิ้งชีวิตศักดิ์สิทธิ์แต่แล้วกลับมีชีวิตที่ล้มเหลว ซ้ำยังไร้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี เรื่องนี้ทำให้เวโรนิก้าเชื่อว่า หญิงพรหมจรรย์เช่นเธอไม่มีสิทธิ์ในความรักฉันหนุ่มสาว หากมีย่อมเป็นตราบาปหยาบช้า
คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะทำการดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:26 am

“เวโรนิก้า เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเป็นพรหมจรรย์ชั่วชีวิตที่เหลือ” ชาร์ลเอ่ยถามด้วยหัวใจที่รวดร้าว

“ข้าตัดสินใจดีแล้ว ชาร์ล เจ้าคงยินดีกับทางที่ข้าเลือกใช่ไหม” หญิงสาวถาม แม้มีความรู้สึกบางอย่างลึก ๆ ในใจร่ำร้องขึ้นเหมือนรอคอยที่จะได้ยินคำตอบบางอย่าง ที่หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึง

ชาร์ลไม่อาจค้าน ไม่แม้แต่จะเผยอริมฝีปาก บางทีหากเขาบอกรักเธอตอนนี้เธออาจจะเปลี่ยนใจได้ไหม หากวันนั้นเขากล้าพาเธอออกมาจากโบสถ์วันนี้เธออาจเป็นภรรยาเขา แต่วันนี้ถ้าจะกล้าเผยความในใจคงไม่สายไปหรือเปล่า คงได้เวลาพูดเสียที

“ข้า... รั.. รู้สึกยินดีที่เจ้าตัดสินใจอย่างเหมาะสม ขอให้เจ้ามีความสุขกับหนทางนี้ตลอดไป”

แม่ทัพหนุ่มอยากลงโทษตัวเองที่ทำอะไรโง่ๆ ความหวังสุดท้ายโบยบินไป วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันนั้นที่เวโรนิก้าถวายตัว พอเห็นรอยยิ้มของหญิงในดวงใจก็ได้แต่ยอมถอย นี่คงดีที่สุดกับเธอแล้ว จอมทัพเบนสายตามองไปทางอื่นเพื่อซ่อนสายตาที่เจ็บปวดของตน ในขณะที่หญิงสาวก็ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความปวดร้าวบนใบหน้าของเธอเช่นกัน

ห่างไปไม่ไกลหลังประตูวิหาร สองสาวพรหมจรรย์เพื่อนสนิทของเวโรนิก้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

“อย่างนี้พวกเขาก็ไม่ได้แต่งงานกันน่ะสิ ไม่นึกว่าเวโรนิก้าจะใจแข็งขนาดนี้ ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าต่างก็มีใจให้กัน” โรสบ่นอุบ หากเป็นชายอื่น พวกนางคงสนับสนุนให้เพื่อนสาวถือพรหมจรรย์ต่อไป แต่เพราะนี่คือจอมทัพชาร์ล พวกหล่อนนิยมชมชอบและนับถือจอมทัพฟีเลเซียผู้นี้ตั้งแต่ได้ร่วมออกรบกับกองทัพ ความเอาใจใส่และคุณความดีของเขาทำให้บรรดานักรบสาวต่างก็ชื่นชมเขา จึงอยากให้คนทั้งคู่ได้สมหวัง

“งั้นเราคงต้องช่วยแล้วล่ะ” โรฮันนาเอยพลางวางแผนในใจ

“เจ้าขอพบข้ามีธุระอะไร นักรบยูนิคอร์นผู้ศักดิ์สิทธิ์”

“ท่านชาร์ล ข้าชื่อโรสเป็นเพื่อนของเวโรนิก้า ข้าไม่อยากให้ความรักของพวกท่านต้องจบลงอย่างนี้ ข้าอยากให้ท่านพยายามเพื่อพิชิตใจเวโรนิก้าให้ได้”

ชาร์ลถึงกับสะดุ้ง นี่เขาแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งจนคนอื่นก้พากันดูออกว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเวโรนิก้าอย่างนั้นหรือ

“แค่ก ๆ” ชาร์ลแสร้งกระแอ่มกลบเกลื่อน “เอ่อ... ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพู...”

“อย่ามาทำเป็นปิดบังเลย ใคร ๆ ก็ดูออกว่าพวกท่านมีใจให้กัน” นักรบสาวพูดดักคอ

เมื่อเจอคำพูดเช่นนี้ ชายหนุ่มก็จำต้องยอมรับในที่สุด จอมทัพส่ายหน้า “ไม่มีทางหรอก เวโรนิก้าเป็นคนจิตใจแน่วแน่ ถ้านางตัดสินใจเช่นนั้น ข้าก็ควรเคารพในการตัดสินใจของนาง”

“เป็นลูกผู้ชายซะเปล่าไม่ยอมต่อสู้เพื่อความรักของตัวเอง นี่หรือชาตินักรบ” โรสอดโมโหไม่ได้

ชาร์ลโต้ไม่ออก หรือพูดให้ถูกก็คือเห็นด้วยทุกถ้อยคำ

“งั้นจะให้ข้าทำยังไง จับนางใส่ชุดวิวาห์ล่ามโซ่แล้วลากเข้าพิธีรึ?”

“ฮา ฮา อย่าบ้าน่า” หญิงสาวขำกับภาพที่คิดตามคำพูดของจอมทัพ “ข้ามีพอวิธีอยู่ที่ท่านจะยอมร่วมมือด้วยรึเปล่า”

หลายชั่วโมงผ่านไป โรฮันนาและโรสก็เดินมานั่งข้างเวโรนิก้าที่กำลังเหม่อลอย

“เวโรนิก้า เจ้าจะถือพรหมจรรย์ตลอดไปแน่เหรอ”

อีกฝ่ายใช้ความเงียบแทนการเอ่ยตอบ

“ข้ารู้นะว่าเจ้ารักท่านแม่ทัพชาร์ล ทำไมไม่ทำตามเสียงหัวใจตัวเองล่ะ”

“อะไรกัน เมื่อก่อน...เมื่อตอนอยู่ในกองทัพ พวกเจ้าพูดเองไม่ใช่หรือว่าการทิ้งชีวิตพรหมจรรย์ไปแต่งงานเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ”

“อ่ะ... นั่นข้าหมายถึงพวกที่ทิ้งภาระหน้าที่ ทิ้งยูนิคอร์น ไปแต่งงาน ต่างหาก มันคนละกรณีกับเรื่องของเจ้านะ” โรสรีบพูดแก้เป็นพัลวันพลางมองเพื่อนให้ช่วยพูดต่อ

“ใช่ ๆ เราพูดถึงพวกแม่สาวไวไฟที่จ้องแต่จะจับอัศวินดี ๆ มาเป็นสามี แทนที่จะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตน ไม่ได้หมายถึงอัศวินยูนิคอร์นที่มีความรักอย่างบริสุทธิ์ใจอย่างเจ้า”

“โรฮันนาเจ้าพูดอะไรออกมา ชะตากรรมของพวกเราคือการถือความบริสุทธิ์ถวายแด่พระเป็นเจ้า...”

“หยุดพูดเหลวไหลเถอะน่า!” โรสพูดเสียงสูง “เจ้าพูดเองว่ามันคือชะตากรรม แต่ชะตากรรมไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ต้องก้าวข้ามหรอกเหรอ ข้าจะบอกให้พระเจ้าทรงเตรียมหนทางมากมายให้เจ้า แต่เจ้าต่างหากที่ต้องเลือกทางเดินด้วยตัวเอง” เวโรนิก้าสัมผัสถึงคบดาบนับแสนเล่มในคำพูดที่บาดหูและหัวใจเธอ

“เราคิดแบบคนธรรมดาไม่ได้หรอก เราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่พระเป็นเจ้าทรงเลือกสรรไว้ทำหน้าที่เฉพาะ”

“แล้วผู้ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีหัวใจหรืออย่างไร เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าการเลือกครองคู่กับท่านจอมทัพไม่ใช่ทางที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้เจ้า ใช่...ก่อนหน้านี้เจ้าถูกเลือกและถูกกำหนดให้เป็นนักรบยูนิคอร์น แต่เวลานี้พระเจ้าทรงเปิดทางใหม่ให้เจ้าแล้ว ทำไมถึงยังจะเลือกหนทางที่เจ็บปวดให้กับหัวใจของเจ้าและคนที่รักเจ้าเล่า”

“ข้าสับสนเหลือเกิน” หญิงสาวรู้สึกเหมือนอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ซึ่งทางออก “ข้าขอเวลาอยู่กับตัวเองสักหน่อยเถิด”
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:27 am

หนึ่งราตรีผ่านไปแต่ใจของหญิงสาวยังคงมืดมน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ เมฆหมอกก็บดบังจนเห็นแค่เพียงแสงสลัวที่พยายามส่องผ่านม่านเมฆหนาทึบนั้น มันช่างไม่ต่างกับหัวใจของเธอในเวลานี้เลย อาจารย์เมลอร่าเดินมานั่งข้างลูกศิษย์

“ทำไมยังไม่นอนอีก คิดเรื่องอะไรอยู่หรือ”

“อาจารย์เมลอร่าคะ ข้าควรจะทำยังไงดี” นักรบสาวถามพลางสะอื้นไห้ หัวใจไม่อาจแบกรับความกดดันได้อีกต่อไป อาจารย์วัยกลางคนเช็ดน้ำตาที่กำลังนองหน้าเวโรนิก้า เธอเข้าใจดีถึงช่วงเวลานี้ที่หัวใจกับกรอบของสังคมขัดแย้งกัน การสละชีวิตทางศาสนาเพื่อมีสามีจะถูกฝูงชนประณาม และไม่ว่าสุดท้ายจะเลือกทางใดหัวใจก็ต้องเป็นฝ่ายบอบช้ำ

“ถ้าเป็นอาจารย์ อาจารย์คงจะทำตามเสียงหัวใจของตัวเอง” ท่านยิ้มเล็กๆ

“ท่านเห็นข้าร้องไห้ เลยพูดปลอบใจข้าหรือคะ ใครๆ ก็รู้ว่าท่านอาจารย์ยึดมั่นในหนทางพรหมจรรย์เพียงใด”

“เวโรนิก้า ตั้งแต่วันที่ปฏิญาณตนกระทั่งวันนี้เจ้ายังเป็นเด็กน้อยในสายตาข้าเสมอ ตอนที่ข้าเสียปีเตอร์ไปข้าไม่แต่งงานเพราะข้าไม่มีความรักกับชายใด แต่เจ้ามี” อาจารย์ลูบผมหญิงสาวอย่างปลอบโยน “ฟังข้านะศิษย์รัก การออกจากความคาดหวังของคนอื่นเพื่อทำสิ่งที่หัวใจเรียกร้องไม่ใช่เรื่องเลวร้าย หญิงพรหมจรรย์ห้ามสละทางธรรมมาแต่งงานก็เป็นแค่กรอบที่มนุษย์สร้างเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรักไม่ใช่ข้อบังคับใด เราเอาแต่ยึดกฎเกณฑ์โดยไม่ดูสภาพความเป็นจริงไม่ได้หรอก

ไม่เช่นนั้นเบลล่าคงไม่ต้องฆ่าโจเซฟีน และไม่จากไปอย่างฆาตกร”

“อาจารย์รู้แต่แรกแล้วหรือคะ”

นักรบสูงวัยพยักหน้าแทนคำตอบ

“สังคมฟีเลเซียเรามองว่า หญิงพรหมจรรย์ที่ทิ้งยูนิคอร์นไปแต่งงานนั้นเลวร้ายมาก สมัยก่อนอาจารย์ก็เคยเห็นด้วย แต่วันคืนที่ผ่านมามากเหลือเกินได้สอนให้อาจารย์ได้เข้าใจว่า การมีความรักไม่ใช่เรื่องชั่วร้าย ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่พระเจ้าประทานมาให้มนุษย์ เพราะความรัก พระเจ้าจึงให้อิสระแก่มนุษย์ในการที่จะเลือก แต่มนุษย์เองต่างหากที่ตั้งกฏเกณฑ์ให้แก่กันจนไม่มีอิสระ ชีวิตของแต่ละคนไม่สามารถเลียนแบบกันได้ อาจารย์ก็มีเหตุผลและเป็าหมายในชีวิตของอาจารย์ เจ้าก็มีเหตุผลและเป้าหมายในชีวิตของเจ้า เวโรนิก้า อย่ากลัวอีกเลย อาจารย์และนักรบหญิงคนอื่น ๆ ต่างก็คิดเหมือนกันว่า หากนักรบหญิงสักคนจะมีคู่ครองหลังยูนิคอร์นตายจากไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องน่าเสียหายอะไรนี่ เวโรนิก้า ทุกคนที่นี่รักเจ้าและอยากให้เจ้ามีความสุข อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย”
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:28 am

“สวยแล้วล่ะเวโรนิก้า” แอนเน่จัดแต่งน้องสาวสุดฝีมือ ตั้งแต่กลับมาอยู่คฤหาสน์นี่เป็นครั้งแรกที่เวโรนิก้าในฐานะหญิงสาวลูกขุนนางจะไปงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ ฉลองที่บลาสเซจกับกองทัพซาโลมพ่ายแพ้

“ค่ะท่านพี่ ว่าแต่ถึงเวลาแล้วเราอย่าชักช้าเลย” น้องสาวเดินลิ่วนำหน้าไปอย่างเร็วตามแบบอย่างนักรบที่เคร่งกฎระเบียบ บนรถม้าพี่สาวแอบยิ้มกับแผนการที่วางไว้กับโรส โรฮันนา และชาร์ล ถ้ามันสำเร็จครอบครัวขุนนางสองตระกูลที่รู้จักกันมานานนมคงได้เป็นทองแผ่นเดียวกันเสียที

แต่ขณะเดียวกันเวโรนิก้าผู้ไม่ล่วงรู้แผนการของทุกคนก็กำลังคิดแผนการอื่นที่เกินใครจะคาดเดาได้อยู่ในใจเช่นกัน เมื่อคืนหญิงสาวได้ซ่อนดาบไอเรเน่ไว้ใต้ท้องรถม้า บนโต๊ะเครื่องแป้งก็มีจดหมายบอกลาฉบับหนึ่งด้วยลายมือบรรจง เธอแตะถุงเงินที่ที่ซ่อนไว้ภายในเสื้อเพื่อเตรียมไว้ใช้ในอีกหลายเดือนข้างหน้า

...“ข้าจะไปจากที่นี่ ไปจากฟีเลเซียนี้ค่ะอาจารย์”

“ทำไมล่ะ หรือว่าเจ้ายังกลัวคนรอบข้างรับไม่ได้”

“ไม่ใช่ค่ะ ข้าเพียงไม่สามารถทนอยู่กับความเจ็บปวดเจียนตายเช่นนี้ตลอดไป ข้าอยากได้ชีวิตใหม่ ชีวิตที่ไม่มีฟีเลเซีย ไม่มียูนิคอร์น ไม่มีชาร์ล คลาเรนซ์ และไม่มีเวโรนิก้าคนที่โง่งมทุกข์ทนแบบนี้”

“ถ้านี่เป็นทางเลือกของเจ้าข้าก็จะไม่ห้าม ถ้ามีสิ่งที่ข้าพอจะช่วยได้ก็บอกมาเถอะ”

“ข้าอยากให้อาจารย์เพียงปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ข้าจะเดินทางไปเมืองท่าของแอนดิซอง”

“แล้วไปไหนต่อ?” อาจารย์ถามด้วยความเป็นห่วงยิ่งนัก

“อาจจะนิโคอุ สวาเนีย นานิเบีย ลีฟแลนด์ หรือโซปราโน ข้าก็ไม่รู้”

“งั้นการเดินทางของเจ้าจะสิ้นสุดลงที่ใดกัน เวโรนิก้า?”

“สิ้นสุดที่... ที่ๆ ข้าทิ้งหัวใจตัวเองได้ไกลแสนไกลที่สุด”

อาจารย์เมลอร่าโผเข้ากอดลูกศิษย์ที่เป็นดั่งลูกแท้ๆ หวังให้เวโรนิก้าเลิกทรมานหัวใจตัวเองแต่รู้ว่ามันไม่มีทาง ความเจ็บปวดในใจของเธอต้องใช้เวลาในการเยียวยา ให้เธอได้อยู่ลำพังเงียบ ๆ เพื่อเรียกความคิดและตัวตนที่แอบซ่อนอยู่ภายในหัวใจออกมา
หญิงสาวน้ำตาไหลอีกครั้งหลังสัมผัสกายอุ่นของอาจารย์ แวบเดียวหญิงวัยกลางคนก็ผละไปดุจเผลอโอบกอดสายลมแล้วไปยืนจับด้ามไอเรเนอ ไออุ่นยังค้างผิวกายหญิงสาว

เวโรนิก้ารู้ดีครูเมลอร่าเป็นนักรบยูนิคอร์นที่เก่งที่สุดในรอบหลายร้อยปีเหนือกว่าตัวเธอที่เป็นแม่ทัพยูนิคอร์นเสียอีก นอกจากนี้อาจารย์ยังสำเร็จการผสานเวทย์ลมเข้ากับการต่อสู้โดยอาวุธดาบและหอกด้วยฝีมือเทียมชั้นพาลาดินขั้นสูง สายลมน้อยใหญ่นับพันสายหมุนส่งเสียงหวีดหวิวรอบคมดาบดั่งไอเรเนอกำลังกรีดร้อง

“ก่อนจะจากกัน ในฐานะอาจารย์ผู้เป็นดั่งแม่คนที่สองของเจ้า ข้าจะสอนสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองสิ่งให้แก่เจ้า อย่างแรกนี่คือวิชาที่ข้าใช้เวลาทั้งชีวิตในการคิดค้นไม่เคยต้องการสอนใคร มันชื่อว่า ‘น้ำตาแห่งสายลม’ ”

เมลอร่าเพียงวาดดาบผ่านหน้า ศิษย์สาวไม่เคยเห็นเพลงดาบที่สั้นและเรียบง่ายเช่นนี้มาก่อน พลันก็ได้ยินเสียงต้นไม้จำนวนมากล้มในรัศมีรอบตัวราว 50 เมตร ต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นขาดครึ่งด้วยรอยฟันรอยเดียว บ้างถูกฟันด้านบน บ้างถูกฟันโคน แต่ที่เสมอภาคคือทุกต้นล้วนล้มด้วยรอยตัดเรียบตรง แม้ต้นหญ้าเล็กๆ ก็ขาดสองท่อน

“และอย่างสุดท้าย” ต้นไม้ตรงหน้าอาจารย์ที่ยังไม่โค่นเพียงถูกนิ้วสะกิดก็ล้มตึง “อีกหลายปีตรงตอที่ล้มไปจะมีต้นอ่อนเกิดขึ้นใหม่ วันหนึ่งเมื่อมันเติบโตขึ้น มันอาจเล็กกว่าต้นเดิม ใหญ่กว่าต้นเดิม หรือโตเท่าต้นเดิมก็เป็นไปได้

แต่วันใดที่เจ้าอยากให้ต้นใหม่มาแทนต้นเดิมที่ถูกตัด ย่อมเป็นไปไม่ได้

ไม่มีต้นไม้เหมือนกัน 2 ต้นบนโลก และไม่มีโอกาสเหมือนกัน 2 ครั้งให้แก้ไข...”...
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Romancing Story Waltz of harmony

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ย. 29, 2011 7:31 am

โครม! ว้าย! รถม้าตกหลุมกะทันหันดึงสองพี่น้องกลับสู่โลกแห่งความจริง ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ถึงปราสาทแห่งฟีเลเซีย เสียงดนตรีหรูหราและชนชั้นสูงกรีดกรายอวดเครื่องประดับดูแล้วน่าตื่นตา

เวโรนิก้ากับแอนเน่ตามพี่น้องคนอื่นที่มาถึงก่อนหน้าแล้ว กษัตริย์ซิกมันด์และเจ้าหญิงเรจิน่าทรงสง่างามสมเป็นราชนิกุลและประมุขแห่งรัฐ จอมทัพชาร์ลกำลังคุยกับอำมาตย์ผู้ใหญ่ ส่วนเวโรนิก้าคอยตอบคำถามเชิงประชดเสียดสีจากคุณหญิงคุณนายปากจัด กระทั่งช่วงเต้นรำมาถึงความสนใจจึงถูกหันเหไป

“เวโรนิก้า ให้เกียรติเต้นรำกับข้าจะได้ไหม?”

“ขอเชิญท่านแม่ทัพเต้นรำกับสตรีที่เหมาะสมกว่าข้าเถิด ข้าไม่..”

“เต้นรำกับท่านแม่ทัพชาร์ลเถอะ ถือว่าพ่อขอร้อง” เวโรนิก้าหันขวับ ท่านพ่อท่านแม่ของเธอและชาร์ลได้มายืนอยู่กันพร้อมหน้า ไม่ไกลนักโรส โรฮันนา กับพี่แอนเน่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง

คราเมื่อแขนขวาแข็งแรงโอบเอวเวโรนิก้าเปลวไฟลุกโชนก็ถูกจุดขึ้นกลางใจ และเมื่อดนตรีวอลทซ์บรรเลงก็เปรียบดั่งลมโหมกระพือใส่กองไฟนั้น สองหนุ่มสาวต่างก้าวเท้าเคลื่อนวงกายไปตามจังหวะเพลง สายตาประสานทำให้หน้าแดงดั่งผลไม้สุกปลั่ง แม้จะสองกายแต่กลมกลืนดุจเป็นคนๆ เดียวกัน

แต่พลันเรื่องราวของพี่เบลล่าผู้ทรยศต่อความบริสุทธิ์ก็วาบขึ้น ตามด้วยเอโลดี้กับยูนิคอร์นแอนเดรียสองพี่น้องที่ตายอย่างสมเกียรติในสนามรบ บวกกับความรู้สึกขัดแย้งในใจทำให้เวโรนิก้าค่อยๆ เปลี่ยนจังหวะก้าวเท้าโดยไม่รู้ตัวกลายเป็นการสืบเท้าในกระบวนเพลงดาบ!

ชาร์ลรู้ได้ทันทีและพยายามก้าวเท้าเป็นฝ่ายตั้งรับทั้งที่ยังโอบเอวกันอยู่ การเต้นหลุดจากทำนองเพลงและการเต้นวอลทซ์ กลายเป็นจังหวะที่ร้อนแรงและรวดเร็วกว่า ในที่สุดเวโรนิก้าก็ดันไปสุดแรงแต่แทนที่ชาร์ลจะตอบโต้ เขากลับหมุนตัวและดึงเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา บรรดาแขกเหรื่อต่างตกตะลึง

ไม่ทันที่ใครจะถามอะไรเวโรนิก้าก็วิ่งหายลับไปจากห้องโถงใหญ่เสียแล้ว

“เจ้าจะไปไหนเวโรนิก้า?”

นักรบพรหมจรรย์สะพายดาบไอเรเน่หันกลับมา ชาร์ลลงจากหลังม้าพร้อมคูนิกุนเด้ดาบคู่ชีวิต

“นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ท่านจะได้เจอข้า จากพรุ่งนี้เป็นต้นไปเวโรนิก้าคนเดิมจะไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้”

“เพราะอะไรกัน”

“ข้าจะค้นหาชีวิตใหม่ที่หลุดพ้นจากอดีต ดั่งสายลมอิสระ”

“ข้าไม่ให้เจ้าไป เจ้าก็รู้ว่าข้ารักเจ้า ข้ารักเจ้าได้ยินไหม!” ชาร์ลเดินเข้าหาหญิงคนรักที่ถือดาบตั้งรับ แต่ไม่ทันเข้าใกล้คมดาบนั้นก็ลู่ลงชี้พื้นดิน ท่าที่เวโรนิก้าถนัดที่สุด...

“ชาร์ล ข้าก็รักท่าน แต่แผลใจเกินเยียวยาทำให้ข้าต้องทิ้งทุกอย่าง ตอนเด็กเราเคยสัญญาว่าจะซ้อมดาบครั้งสุดท้ายให้สุดฝีมือแต่ข้าก็จากท่านไปเสียก่อน คืนนี้เราจะจากกันตลอดกาล ดังนั้นจงสู้ให้เต็มที่เถอะ”

ชาร์ลไม่มีทางเลือก ถ้าจะให้เวโรนิก้าเปลี่ยนใจมีแต่ต้องเอาชนะเธอให้ได้แล้วค่อยคุยกัน เขาตัดสินใจตั้งดาบเป็นท่าพื้นฐานไม่ให้หญิงสาวเดาทางออก ผ่านมาหลายปีเขาเองก็ฝึกกระบวนท่าดาบมาหลายรูปแบบแล้ว!

แม่ทัพหนุ่มฟาดดาบลงไปตรงๆ เต็มแรง นักรบสาวยกด้ามดาบดิ่งขึ้นหัวปล่อยให้คมดาบชาร์ลไหลไปตามแรงก่อนสไลด์ซ้ายพุ่งสวนทางเข้าคอ ชาร์ลบิดข้อมือให้โกร่งดาบแข็งรูปปีกอินทรีย์งัดกับคมดาบไอเรเน่ จังหวะที่ชะงักนั้นก็เตะไปที่ข้อมือของสตรี แต่เธอหายไปทั้งตัวราวกับสายลม ก่อนถูกความหนักกระแทกท้ายทอย

“ทำไมข้าจะไม่รู้ว่าท่านคิดวิธีรับมือท่านี้มาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ขอให้หลับให้สนิทเถอะนะ”

ชาร์ล คลาเรนซ์ รู้สึกว่าสติกำลังจะดับวูบเท้านักรบยูนิคอร์นหนักใช่เล่นเลย เวโรนิก้าเก็บดาบขึ้น “ชาร์ล ข้ารู้ว่าท่านเก่งกว่านี้มาก ถ้าสู้เต็มความสามารถท่านคงหยุดข้าได้” ชาร์ลแข็งแรงมากจึงยังคงมีสติอยู่

“ข้าจะทำได้ยังไง... ในเมื่อข้ารักเจ้า ข้าจะทำให้คนที่ข้าอยากปกป้องต้องบาดเจ็บได้ยังไงเล่า!”

หญิงสาวใจอ่อนแต่กลับกำดาบแน่นขึ้นอีกไม่นานคงจะมีคนตามมา ต้องรีบไปให้เร็วที่สุด

“ข้าไม่อาจรับความรักจากท่านได้จริงๆ โซ่แห่งชะตากรรมที่ข้าต้องจำทนนั้นใหญ่ยิ่งนัก แต่หากข้าเกิดเป็นหญิงธรรมดาคงแต่งงานกับท่านได้ ข้าจะตัดโซ่แห่งชะตากรรมของข้ากับท่านในคืนนี้

ขอโทษด้วยนะชาร์ลยอดรักของข้า” เวโรนิก้ายกดาบตั้งสมาธิ รวมพลังเวทย์ไว้ที่ไอเรเน่

“...น้ำตาแห่งสายลม...”

จอมทัพหนุ่มตื่นตัวทันทีเพราะอากาศรอบตัวนิ่งสนิท สายลมน้อยใหญ่ทั่วบริเวณไหลหวนไปรวมกันรอบดาบสีเงินแม้แต่เวโรนิก้าเองยังมือสั่น พร้อมเกิดเสียงลมเสียดสีหวิวหวีดเหมือนดาบกำลังร่ำร้อง ชาร์ลเคยได้ยินอาจารย์อัศวินเล่าว่าท่าที่ใกล้เคียงนี้ไม่เคยมีใครฝึกหรือคิดค้นสำเร็จ ที่มาที่ไปไม่สำคัญแต่เธอกำลังเอาจริง

เขายกด้ามดาบคูนิกุนเด้ขึ้นฟ้าปลายดาบชี้ลงพื้น ท่าที่เวโรนิก้าถนัดที่สุด หญิงพรหมจรรย์น้ำตาจวนจะไหลอยู่แล้ว แต่ทว่าก็ยังไม่ยอมลดดาบลง ต้นหญ้าหน้าขาชาร์ลขาดเงียบกริบพร้อมต้นไม้ใกล้ๆ ล้มอีก 4-5 ต้น เธอเล็งขากับแขนและคูนิกุนเด้ พลันที่วาดดาบผ่านหน้าคมสายลมนับพันก็กระจายไปรอบทิศ!

เคร้ง! โครม! ตึง! ต้นไม้น้อยใหญ่ล้มระเนระนาด ชาร์ลยืนอยู่ต่อหน้าเวโรนิก้า คูนิกุนเด้กับไอเรเนอลอยคว้างกลางอากาศแล้วลงมาปักดินไขว้กันเป็นรูปกากบาท คลื่นลมรอบตัวไหลเวียนปกติอีกครั้ง

“ตั้งแต่แยกจากเจ้ามาข้าก็ตั้งใจฝึกดาบไม่ใช่เพื่อเก่งเหนือเจ้า เวโรนิก้า แต่เพราะหวังว่าสักวันจะได้ปกป้องเจ้า ท่าที่ข้าใช้เมื่อกี้จะจับทางลมหาช่องว่างการโจมตีแล้วให้ผู้ใช้บุกเข้าช่องโหว่เพื่อจู่โจมในขณะเดียวกัน มันเกิดมาเพื่อเจ้าเพราะข้าคิดมันจากท่าที่เจ้าถนัดที่สุด แต่ละครั้งที่ฝึกมันก็จะเรียกชื่อท่าไปด้วย ข้าตั้งชื่อมันว่า

“เวโรนิก้า””

หยาดน้ำตาจากดวงตาข้างหนึ่งไหลลงมาช้า ๆ ไล่ลงมาตามแก้มนวล ชาร์ลใช้ข้อนิ้วค่อย ๆ ปาดหยาดน้ำใสออกจากผิวแก้มของเธออย่างทะนุถนอม

“เมื่อกี้เจ้าวิ่งหนีออกมาก่อน แต่จะให้เกียรติเต้นวอลทซ์กับข้าจนจบเพลงได้ไหม?”

แขนขวาแกร่งโอบหลังหญิงสาว แม้ไม่มีดนตรีแต่เสียงเต้นจากหัวใจก็กำกับจังหวะเต้นรำได้แม่นยำมั่นคง แต่ละก้าวที่หนุ่มสาวก้าวไปพร้อมกันผสมกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวด้วยรักเป็นตัวเชื่อม ประหนึ่งกำลังบอกคำว่ารักด้วยการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง แล้วคราวเมื่อหมุนตัว เวโรนิก้าก็ลงไปอยู่ในอ้อมแขนของชาร์ล สายตาของคนทั้งคู่ประสานกัน

“เจ้าไม่ต้องพูดเวโรนิก้า ข้ารู้ว่าเจ้าเหนื่อยมามากเหลือเกิน” บุรุษพูดปลอบโยนพลางให้ดวงเนตรสื่อภาษารัก ชาร์ลดึงมือที่จับกันอยู่นั้นเข้ามาวางชิดอกซ้ายของเขา ก่อนจะกดแนบฝ่ามือของหญิงสาวเหนือหัวใจของตน “ถ้าข้าทำให้เจ้าตัดโซ่ชะตากรรมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ข้าจะขอถูกพันธนาการแทนเจ้า แบกมันแทนเจ้า ข้ายินดีแบกรับแทนในส่วนของเจ้าทั้งหมด ขอให้ข้าได้เป็นที่พักใจของเจ้าเถิด”

ฝ่ายหญิงสัมผัสได้ถึงไออุ่นสอดประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงของชายหนุ่ม เธอไม่ได้ละสายตาจากฝ่ายชาย บนฟ้านั้นสายลมได้พัดพาเมฆให้เคลื่อนคล้อยคลายจากจันทร์ จนทั่วทั้งบริเวณสว่างสุกใสขึ้น หัวใจของหญิงสาวพองโตจนดูเหมือนความรักของชายหนุ่มได้เข้าแทนที่และผลักดันความเจ็บปวดออกไปจากหัวใจของเธอจนหมดสิ้น ดวงตาสงบนิ่งและลึกซึ้งของชายหนุ่มที่จับจ้องอยู่ที่เธอ หญิงสาวมองเห็นตนเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าฟิลิปีอยากจะบอกอะไรกับเธอ ดวงตาที่จ้องมองมานั้นไม่ต่างกันเลย ดวงตาอ่อนโยนที่บ่งบอกว่า ไม่ปรารถนาสิ่งใดอื่นนอกจากหวังเพียงให้เธอมีความสุข หญิงสาวน้ำตาไหลลงอาบสองแก้ม ในที่สุดโซ่ตรวนที่พันธนาการหัวใจของเธอก็ถูกปลดออก เธอได้พบที่ ๆ จะพักหัวใจที่อ่อนล้า เธอจะไม่หลงทางอีกแล้ว หญิงสาวกล่าวทั้งน้ำตา ซาบซึ้งกับความรักมั่นเปี่ยมล้นที่ชายหนุ่มมีต่อเธอ

“เช่นนั้นแล้วท่านสัญญากับข้าได้ไหมว่า หัวใจของท่านจะเป็นของข้าตลอดไป ท่านจะไม่จากข้าไปไหน และไม่ทิ้งข้าให้ต้องอยู่เบื้องหลังคนเดียว” การสูญเสียฟิลิปียังคงสร้างความหวาดหวั่นในใจของหญิงสาว

“ข้าสัญญาสุดรักสุดดวงใจของข้า ว่าหัวใจของข้าจะเป็นของเจ้าตลอดไป และข้าจะไม่ยอมตายก่อนเจ้า”

ชาร์ลให้คำมั่นพลางโน้มคออย่างนุ่มนวลจูบหญิงสาวในอ้อมกอด เขาเคยไม่กล้าชวนเธอออกจากโบสถ์ ไม่กล้าบอกรักเธอ จนทำให้ทั้งคุ่ต่างบอบช้ำทั้งกายและใจ ต่อแต่นี้เขาจะไม่ทำผิดพลาดอีก เขาจะรักและปกป้องเธอด้วยชีวิต

รอยจูบนั้นแลกเปลี่ยนไออุ่นของกันและกันโดยมีสายลมทุกสายของอาณาจักรฟีเลเซียเป็นประจักษ์พยาน ไอรักลอยคลอไปกับสายลม สายลมที่จะอยู่คู่กับผืนแผ่นดินฟีเลเซียชั่วกาลนาน
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: นิยายฉบับเต็ม Romancing Story - Waltz of harmony

โพสต์โดย Jinger Ginger เมื่อ ศุกร์ ก.พ. 03, 2012 10:57 pm

มาเม้ากันที่นี่

viewtopic.php?f=9&t=19914
ภาพประจำตัวสมาชิก
Jinger Ginger
0
 
โพสต์: 536
Cash on hand: 0.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)


ย้อนกลับไปยัง Summoner Novel

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน