Welcome Guest: เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก วันเวลาปัจจุบัน พุธ ส.ค. 15, 2018 4:18 pm

หน้าเว็บบอร์ด Wiser Summoner Novel The moon reaches to the sun

อ่านนิยาย Summoner Master Episode 8 Dividing of 4 Kingdoms ได้ที่นี่

Moderator: Jinger Ginger


The moon reaches to the sun

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ พฤหัสฯ. ธ.ค. 03, 2009 12:06 am

KAGUYAHIME
The moon reaches to the sun


หลังสมัยคริมสันซากุระ 134 ปี ผ่านรุ่นมิโกะกิเลนกว่า 15 รุ่น

ประเทศนิโคอุ ปกครองด้วยมิโกะ กิเลน อุสึเมะ (Uzume) ผู้ได้รับเทพพยากรณ์จาก เทพอามาเทราสุ(Amaterasu) ว่า เจ้าหญิงแห่งจันทราได้กำเนิดขึ้นมาแล้ว อันจะนำมาซึ่งจุดสิ้นสุดของยุค มิโกะ ใน นิโคอุ ซึ่งอามาเทราสุจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น มิโกะแห่งรุ่งอรุณ อุสึเมะ มิโกะที่ร้อนแรงที่สุดภายใต้การเข้าทรงของแสงสุริยาของเทพเจ้าอามาเทราสุ จึงได้ทำการเสาะหาและกำจัดเจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์ ที่การมาของจันทรา หมายถึงการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ คือการหมดเวลาของการฉายแสงของดวงอาทิตย์

เมื่อ 14 ปีก่อน ณ แคว้นใต้ ของประเทศนิโคอุ ในจวนของท่านเจ้าเมือง เจ้าหญิงน้อยกำเนิดขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวง ในเวลาเพียง2สัปดาห์ สงครามชิงอำนาจก็เกิดขึ้น ซามูไรผู้ภักดี หนีเข้าป่าไผ่ นำเจ้าหญิงน้อยเข้าซ่อนในกระบอกไม้ไผ่ใหญ่ ก่อนจะสิ้นชึวิตลง ตกค่ำดวงจันทร์สาดแสงไปยังกอไผ่นั้น นินจาชราคนหนึ่ง ได้ยินเสียงร้องของเด็ก และเมื่อเห็นกอไผ่ส่องสว่างด้วยแสงจันทร์ ก็ได้พบทารกน้อยน่ารักซุกซ่อนอยู่ เขาจึงนำเด็กหญิงไปเลี้ยง โดยตั้งชื่อว่า คาคุยะ

คาคุยะเติบโตขึ้นในหมู่บ้านนินจาอันซ่อนเร้น ในเกาะเล็กๆ ในมุมสงบของโพ้นชายฝั่งนางากิสะ สาวน้อยน่ารักที่ผิวพรรณและหน้าตา ดูแตกต่างจากเด็กชาวหมู่บ้านนินจาทั่วไป ท่ามกลางเพื่อนนินจาที่ซุกซน และเก่งกาจมากมาย แต่ทว่า เธอกลับไม่สามารถเรียนรู้วิชาสังหารได้เลย นอกจากวิชาทางการรักษา และมีพลังในการรักษาอย่างไม่เคยพบมาก่อนในตำนานนินจา นินจาแห่งศาลเจ้าสึซาโนโอะนั้น มักทำหน้าที่นินจาที่รับจ้างปราบเรือโจรสลัด หรืออารักขากองเรือสินค้า หรืออารักขาเรือของเหล่าราชทูต มิใช่นินจาล่าสังหารอยู่แล้ว คาคุยะ จึงเป็นเสมือนเจ้าหญิงน้อยของหมู่บ้าน

เมื่อคาคุยะอายุได้ 14 ปี ได้มีราชองค์การจากมิโกะกิเลนอุสึเมะ ให้บรรดาสำนักนินจาทั่วประเทศนิโคอุ เสาะหาสมบัติวิเศษ ที่จะนำมาซึ่งความรุ่งเรืองของประเทศ การแข่งขัน ซึ่งแต่ละสำนักจัดส่งนินจารุ่นเด็กที่ม่เกิน15ปี กลุ่มละ3คน โดยมีการส่งนินจาที่เป็นผู้ใหญ่ สำนักละ2คน เป็นตัวแทนคณะกรรมการ คอยสอดส่องดูแลการแข่งขัน ในการตามล่าสมบัติ 3 อย่างคือ

รูปภาพ

-ลูกแก้วมังกร จากถ้ำบาดาล
-เสื้อขนหนูไฟ จากประเทศลาซาล
-กระจกส่องจันทรา จากภูเขาบุปผาแก้ว


สำนักที่ชนะ จะได้รับการยกย่องขึ้นเป็นนินจารับใช้ราชสำนักอย่างเป็นทางการ และได้รับรางวัลเป็นทรัพย์สมบัติมากมาย

สำนักนินจาแห่งศาลเจ้า สึซาโนโอะ ส่ง นินจายอดฝีมือ3คนไปร่วมแข่งขัน และแน่นอนว่า คาคุยะได้ร่วมอยู่ด้วย

รูปภาพ

หากแต่ว่า การแข่งขันนี้ มีเจตนาแอบแฝงในการตามหาธิดาจันทรา ผู้เป็นคนเดียวที่จะสามารถปลดผนึกกระจกส่องจันทราได้ ตามคำทำนาย และนั่นย่อมหมายถึงจุดจบของเธอด้วยเช่นกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: KAGUYAHIME

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ พฤหัสฯ. ธ.ค. 03, 2009 1:40 am

กลุ่มสำนักหลักทั้ง9

1.กลุ่มศาลเจ้าสึซาเนโอะ

เหล่านินจาจากเกาะเล็กๆที่ใช้ชีวิตซ่อนเร้นในที่ที่ไม่มีใครสนใจและให้ความสำคัญ แต่ในครั้งนี้ เงื่อนปมอันยิ่งใหญ่ได้ถูกซ่อนไว้ที่สำนักนินจาเล็กๆแห่งนี้


2.กลุ่มวิหารทาคายาม่า

องค์กร นินจา+ซามูไร ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัย มิโกะ กิเลน ผู้มีพื้นฐานจากศาสนาใหม่แห่งเกาะทางใต้ ซึ่งก่อกำเนิด เหล่า ซามูไรพาลาดิน และเพราะการปกป้องดูแลมิโกะ กิเลน กลุ่มองค์กรนี้ต้องต่อกรกับเหล่านินจาล่าสังหารที่ใช้เคล็ดวิชาอันแปลกประหลาด การที่เหล่าซามูไร จะต้องเรียนรู้วิชานินจาไว้ด้วยเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่เป็นนินจาโดยเฉพาะ หน่วยอารักขาพิเศษที่เป็น นินจา+ซามูไร จึงถูกจัดตั้งขึ้น และในภารกิจครั้งนี้หน่วยนินจาซามูไร ก็ถูกสั่งให้เข้าร่้วมการแข่งขันอันมีเงื่อนงำโดย มีท่านชาย อุคิตะ ฮิเดอิเอะ เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งในทันทีที่เห็นคาคุยะ ความรู้สึกดีที่มีแก่หญิงสาวก็เกิดขึ้นใมนใจ


รูปภาพ

3.กลุ่มแคว้นเหนือ

หมู่บ้านนินจาสำนักกระเรียนดำ ซึ่งรับใช้ราชสำนักมานาน เป้าหมายหลักที่ร่วมในภาระกิจนี้ไม่ใช่การเสาะหาของวิเศษ หากแต่เป็นการปลิดชีพผู้เปิดผนึกกระจกส่องจันทราได้ต่างหาก


รูปภาพ

4.กลุ่มแคว้นใต้

หมู่บ้านนินจา พฤกษาแดง อันลี้ลับ ของเหล่านินจาที่รักสงบ เป็นที่รู้กันว่านินจาจะรุ่งเรื่องเมื่อมีสงครามหรือความขัดแย้ง และเมื่อประเทศสุขสงบ นินจาก็ไร้ประโยชน์ หากแต่หมู่บ้านพฤกษาแดง เบื่อหน่ายวงจรเช่นนี้เต็มที จึงพยายามเรียนรู้เคล็ดวิชาที่ส่งเสริมการดำรงชีวิตทั่วไปไม่ใช่เพื่อการฆ่าและจารกรรมเพียงอย่างเดียว และทรัพย์สมบัติมากมายก็จะช่วยให้เหล่านินจาที่รักสงบสามารถดำรงความเป็นอยู่ที่สุขสงบได้


รูปภาพ

5.กลุ่มปณิธานแห่งคางุสึจิ (Kagutsuchi)

กลุ่มนินจาที่บูชาปณิธานแห่งไฟ เป็นหมู่บ้านนินจาที่รวบรวมเด็กกำพร้ามาฝึกเป็นนินจาอย่างโหดร้าย เพื่อให้ไร้ครอบครัวและความรัก เพื่อบรรลุภารกิจอย่างไร้หัวใจ แต่มนุษย์จะไร้หัวใจได้จริงหรือ

รูปภาพ

6.กลุ่มเมืองท่านางากิสะ

มีนินจามากมายมารวมกันที่เมืองท่า ซึ่งมีงานให้ทำหลากหลาย และนายจ้างต่างชาติก็มากมาย ส่วนใหญ่จัดหาผ่านสำนักคุ้มครอง "พลังสมุทร" การเข้าร่วมครั้งนี้นอกจากจะเพื่อผลประโยชน์มากมายแล้ว ยังเพื่อประชาสัมพันธ์สำนักจัดหานินจาแห่งนี้ด้วย

7.กลุ่ม 6ขุนเขา

นินจาจากหุบเขาทั้ง6 ซึ่งเชียวชาญวิชาหลากหลายกระจายอยู่ใน6ขุนเขา ว่ากันว่าหากพวกเขาร่วมมือกัน ก็ยากเอาชนะ

รูปภาพรูปภาพ

8.กลุ่มสายลมหมอก

นินจาคู่แค้นของกลุ่มสำนักกระเรียนดำ เดิม นินจาจากหมู่บ้านหมอกผีเสื้อ เคยร่วมกันรับใช้ราชสำนักมาก่อน แต่ถูกใส่ร้ายโดยสำนักกระเรียนดำจนโดนกวาดล้างจากราชสำนักจนเกือบหมดสิ้น แต่ภายหลังล้างมลทินได้ก็ไม่กลับไปรับใช้ราชสำนักอีก และการเข้าร่วมในครั้งนี้ก็มีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: KAGUYAHIME

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ พุธ ม.ค. 22, 2014 7:35 am

มิโกะ กิเลน อุสึเมะ (Uzume)
มิโกะผู้เต็มไปด้วยความลึกลับ โดยเฉพาะในการกำเนิดของเธอ ที่ ฮินะ(Hina) มิโกะกิเลนคนก่อน ได้นำเธอมาชุบเลี้ยงตั้งแต่7ขวบ และเลี้ยงดูฝึกหัดให้เป็นมิโกะ ด้วยตนเอง และให้เธอได้สืบทอดตำแหน่งมิโกะกิเลน โดยไม่มีการคัดเลือกเช่นปกติ ซึ่งว่ากันว่าเธอเข้าทรงเทพอามาเทราสุได้ตั้งแต่เด็ก จึงได้รับการวางตัวโดยไม่มีเงื่อนไขเช่นนี้ได้ และชีวิตวัยเด็กก่อนหน้าที่เธอจะเข้าสู่ตำหนักมิโกะ ก็ถูกทำให้เป็นความลับ มีเพียงตัวเธอเองเท่านั้นที่เก็บความทรงจำนั้นไว้ในส่วนลึกของจิตใจเสมอมา

รูปภาพ

เมื่ออุซึเมะขึ้นตำแหน่งแทนฮินะเมื่ออายุได้ 13ปี เธอได้รับเทพพยากรณ์จาก อามาเทราสุ เทพดวงอาทิตย์ ในเรื่องการกำเนิดมาของเจ้าหญิงจันทรา เธอได้ทำการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบบางอย่างเสียใหม่ และได้แต่งตั้งกลุ่มนินจาองครักษ์พิเศษส่วนตัวขึ้น นอกเหนือจากเหล่านินจาซามูไรแห่งวิหารทาคายาม่าที่คุ้มครองมิโกะอย่างเป็นทางการ หน่วยลับนี้บางคนถูกคัดเลือกมาจากสำนักกระเรียนดำ ทำหน้าที่เป็นแขนขาและเป็นหูเป็นตา คอยเสาะหาข่าวสารที่เธอต้องการ จนเธอได้รู้ตำนานของกระจกส่องจันทรา ที่ถูกผนึกไว้กว่า300ปี และถูกทำนายไว้ว่า เมื่อครบ300ปี จะมีสตรีผู้ที่จันทรา ส่งมาเพื่อเปิดผนึกกระจกนี้อีกครั้ง หลังจากการตระเตรียมแผนการครบ 1ปี เธอจึงออกประกาศจัดการแข่งขันชิงของวิเศษ เพื่อการเผยตัวของเจ้าหญิงจันทรา



รูปภาพ
อุคิตะ ฮิเดอิเอะ
บุตรตระกูลอุคิตะ ซึ่งเป็น 1ใน 5 ไดเมียวตระกูลใหญ่ของนิโคอุ ว่าที่หัวหน้ากองทัพ นินจา-ซามูไร แห่งวิหารทาคายาม่า ผู้สืบทอดวิชา อัญเชิญผู้พิทักษ์อันเป็นวิชาลับอันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าพาลาดินแห่งวิหารทาคายาม่า ฮิเดอิเอะเติบโตขึ้นมาด้วยการถูกปลูกฝังสั่งสอนให้เป็นผู้นำ และเรียนรู้หน้าที่ที่ต้องกระทำเหนืออื่นใด แม้จะถูกสั่งสอนว่าเกิดมาใต้ชะตาฟ้าเพื่อปกครองคนทั้งหลายไม่ได้เกิดมาเพื่อตนเอง ชีวิตคือการทำหน้าที่ แม้แต่ความรักก็ยังต้องมีเพื่อหน้าที่ แต่เมื่อแสงจันทราสาดส่องก็บ่งบอกว่าโลกนี้ไม่ได้มีแต่กลางวันที่มีแสงสว่าง และกลางคืนไม่ได้มืดมิดเสมอไป เมื่อแสงอันเจิดจ้าของกฎระเบียบร้อนแรงเกินไป แสงจันทราอันอ่อนเย็นจึงกลายเป็นที่โหยหาในห้วงคำนึง โดยชายหนุ่มนั้นไม่อาจรู้เลยว่า ฟ้าได้ให้จันทรานั้นเหินลอยมาสู่อ้อมกอดของเขาด้วยเหตุผลใด



รูปภาพ
คิริโกะ
ธิดาแห่งตระกูลขุนนางใหญ่ ซึ่งได้ถูกวางตัวเป็นคู่หมายให้แก่ ฮิเดอิเอะ ซึ่งการสมรสกับบุตรแห่งไดเมียอุคิตะ จะทำให้ทั้งสองตระกูลแผ่แสนยานุภาพมั่นคงขึ้นเหนือไดเมียวตระกูลอื่นในนิโคอุ หญิงสาวจึงถูกเตรียมพร้อมเพื่อจะรักท่าน ฮิเดอิเอะ ชายหนุ่มผู้สง่างาม และเก่งกาจ มันไม่ยากที่หญิงสาวคนไหนก็ตามในนิโคอุจะหลงรักและปรารถนาเป็นภรรยาเขา แต่ไม่ใช่ทุกคนที่คู่ควร นอกจากฝึกฝนจนเก่งกาจในการเรือนแล้ว เธอยังฝึกฝนด้านการต่อสู้ และยังถูกส่งเข้ากลุ่ม นินจา-ซามูไร แห่งวิหารทาคายาม่า ว่าที่คู่หมั้นที่เข้ามาสร้างความลำบากใจแก่ฮิเดอิเอะในตอนต้น แต่เขารู้ดีว่า การที่จะต้องสร้างสัมพันธ์อันดีกับเธอ คืออีกหน้าที่ที่เขาถูกบิดากำหนดไว้ให้แล้ว แม้เขาจะเป็นผู้ชายที่น่าหลงไหล แต่ในใจที่เย็นชาก็ส่งผ่านมาในการกระทำที่ดูแสนดี เธอเองจึงยังคงรู้สึกว่าการต้องรัก และทำให้ฮิเดอิเอะรัก ก็คือภารกิจที่เธอต้องทำให้สำเร็จก่อนงานหมั้นเมื่ออายุครบ 15ปีของเธอเช่นกัน แม้ฮิเดอิเอะจะไม่มีใจตอบสนองต่อความพยายามของเธอ จนเธอท้อแท้ผิดหวังหลายครั้ง แต่เธอก็ยังรู้สึกดีที่ จินไน เพื่อนสนิทของฮิเดอิเอะ ชายหนุ่มน้ำใจดีที่คอยให้กำลังใจเธอ และคอยลุ้นคอยช่วยเหลือเธอในการสานสัมพันธ์กับฮิเดอิเอะมาโดยตลอด



รูปภาพ
ฮิโร่
นินจารุ่นเยาว์ที่มีฝีมือเก่งกาจที่สุดแห่งสำนักศาลสึซาเนโอะ เพื่อนสนิทของคาคุยะ เติบโตกันมาตั้งแต่เด็กจนเหมือนพี่น้องกัน สำหรับคาคุยะที่กำพร้าพ่อแม่ เขารู้สึกว่าต้องเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายให้กับเธอ คาคุยะก็เห็นฮิโร่เป็นเหมือนเพื่อนและพี่ชายของเธอ จนตอนที่ ริน นินจาสาวที่ย้ายมาเมื่อทั้งคู่อายุ12ปี และ ริน ก็แสดงออกชัดเจนว่าหลงรัก ฮิโร่ และ เมื่อคาคุยะรู้ว่าฮิโร่เองก็ดูจะชอบพอรินอยู่เหมือนกัน คาคุยะ ก็พยายามเป็นแม่สื่อให้ทั้งคู่ จนทั้งสองตกลงเป็นคนรักกัน แต่ดูเหมือนว่า ความสนิทสนมอันยาวนานของฮิโร่กับคาคุยะ มันดูจะมากมายจน ริน มักเข้าใจผิดเสมอ และด้วยนิสัยชอบแกล้งของฮิโร่ บางครั้งการแหย่ให้ ริน หึง ก็มาตกความลำบากที่คาคุยะอยู่เหมือนกัน



ริน
นินจาสาวสวยที่ มั่นใจในความสวยและน่ารักของตัวเองว่ามากกว่าสาวๆทุกคนในเกาะ แต่เมื่อมีคนรัก เธอกลับกลายเป็นสาวน้อยขี้หึงขี้งอน แม้จะเป็นเพื่อนกับคาคุยะ และทั้งฮิโร่กับคาคุยะยืนยันเสมอว่ามีความรู้สึกต่อกันในฐานะเพื่อนที่โตมาด้วยกันเท่านั้น แต่การที่ทั้งสองคนคุยกันในเรื่องก่อนที่เธอจะรู้จักฮิโร่ซึ่งเธอไม่เคยรู้เรื่องเลย หรือการสนิทสนมตามธรรมดาของทั้งสองซึ่งมันก็ดูมากสำหรับเธอ ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนยังไม่ใช่คนพิเศษ หรือคนรู้ใจของฮิโร่มากพอ ทำให้เธอรู้สึกตลอดเวลาว่า จะปล่อยให้ทั้งสองอยู่ตามลำพังไม่ได้ และ ต้องให้ฮิโร่อยู่กับเธอมากกว่าคาคุยะให้ได้ ซึ่งในความพยายามต่างๆของเธอนี้ ฮิโร่รู้สึกว่าน่ารักดี และทำให้รัก ริน มากขึ้น แต่กระนั้นความขี้หวงของรินก็ไม่ได้น้อยลงเลย
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: The moon reaches to the sun

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ค. 06, 2014 5:45 am

เปิดศึกช่วงชิงสิ่งวิเศษ

เมื่อการประลองเริ่มขึ้น นินจาที่เข้าร่วมทุกสำนักถูกเรียกมายังลานประชุมของตำหนักมิโกะ โดย มิโกะ อุสึเมะ ผู้ลึกลับ นั่งเป็นองค์ประธานหลังม่านขาวบางโดยไม่มีใครได้เห็นหน้าตาของเธอได้อย่างชัดเจน นอกจากบรรดานักบวชสตรีที่คอยรับใช้เท่านั้น

ฝ่ายวิหารทาคายาม่า รับหน้าที่ดูแล รับรองนินจาจากทุกสำนัก และ คอยระมัดระวังการที่อาจเกิดปัญหาปะทะกันเองก่อนงานจะเริ่ม และหน้าที่แท้จริงของกลุ่มวิหารทาคายาม่า ก็ไม่ใช่การแย่งชิงสิ่งของเหมือนคนอื่น แต่เหมือนปะปนในการแข่งขันเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการแข่งขันมากกว่า เมื่อการประกาศกฎกติกาต่างๆจบลง และเสียงกลองใหญ่ดังขึ้น เมื่อนินจาทุกสำนักพ้นจากประตูตำหนัก ภารกิจจะเริ่มต้นทันที


เสื้อขนหนูไฟ

เสื้อที่มีส่วนประกอบของขนหนูไฟจากแดนทะเลทราย ป้องกันไฟและมีคุณสมบัติลึกลับที่เก็บงำซ่อนเร้น ถูกเก็บรักษาที่ปราสาทไก่ฟ้าแดง ซึ่งเต็มไปด้วยซามูไรที่เก่งกาจ และวิญญาณซามูไรพิทักษ์ปราสาทที่น่ากลัว กลุ่มปณิธานแห่งคางุสึจิ และ หมู่บ้านนินจา พฤกษาแดง บุกเข้ายังสถานที่นี้ หลังจากต้องฝ่าฝันกับเหล่าซามูไรและวิญาณ สุดท้ายกลุ่มปณิธานแห่งคางุสึจิ ได้รับชัยชนะได้เสื้อขนหนูไฟไปครอง


รูปภาพ

ลูกแก้วมังกร

การลงสู่ใต้บาดาล ต้องเป็นสำนักที่นินจาจะเชี่ยวชาญทางน้ำเป็นพิเศษ กลุ่มของศาลเจ้าสึซาเนโอะ และ กลุ่มเมืองท่านางากิสะ ใช้วิชานินจาทางน้ำเพื่อลงสู่ใต้บาดาล จนพบเทพมังกร แต่การต่อสู้กับเทพเจ้าดูราวกับเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เจ้าหญิงมังกร ผู้เลอโฉม ถูกชะตากับคาคุยะ และสัมผัสได้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา ได้ขอให้กลุ่มของคาคุยะช่วยจัดการกับ กลุ่มโจรกัปปะที่สร้างปัญหาอยู่ในท้องทะเล หลังจากเสร็จภารกิจเจ้าหญิงบอกใบ้บทกลอนแก่คาคุยะ หลังจากการต่อสู้ของกลุ่มเมืองท่า ที่แพ้ยับกับเทพเจ้ามังกร คาคุยะจึงได้ไขปริศนาบทกลอนของเจ้าหญิง จึงใช้การ ขอยืม แทนการ แย่งชิง และได้รับลูกแก้วมังกรอย่างไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ

รูปภาพ

กลุ่มวิหารทาคายาม่า กระจายกำลังตรวจสอบการแข่งขัน และท่านชายฮิเดอิเอะ ก็เลือกที่จะติดตามทีมของคาคุยะ จนได้เห็นความพิเศษต่างๆของคาคุยะที่ไม่เหมือนหญิงคนไหนที่เขาเคยพบ และทั้งสองเริ่มสนิทสนมก่อร่างความสัมพันธ์กันขึ้น

กระจกส่องจันทรา

ภูเขาบุปผาแก้วเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยอสูรกาย และภูติผีมากมาย ด้วยอานุภาพอาถรรพ์ของกระจกส่องจันทราที่ถูกปิดผนึกไว้ ดึงดูดจิตวิญญาณต่างๆและอสูรสัตว์มากมายมาที่นี่ จนเป็นเขาที่ไม่มีใครกล้าขึ้นไป กลุ่ม 6 ขุนเขา เลือกมาที่สถานที่นี้ และใช้เวลานานมากในการขึ้นเขาที่ต้องต่อสู้กัยอสุรร้ายมากมาย และยังต้องเสาะหาว่ากระจกอยู่ที่ไหน กลุ่มกระเรียนดำได้แยกคนของตนออกสืบและสังเกตุการณ์ แทนการตั้งใจแย่งชิงสิ่งของ เมื่อรู้ว่า ของวิเศษ2ชิ้นได้ถูกพบแล้ว และนินจาทุกทีมกำลังเดินทางมารวมตัวกันที่นี่ นอกจากเพื่อกระจกส่องจันทรา ยังเพื่อแย่งชิงของวิเศษอื่นๆจากผู้ถือครอง กลุ่มกระเรียนดำก็รีบกลับมารวมตัวกันที่สถานที่นี้ แต่ไม่ใช่เพื่อชิงของแต่เพื่อรอดูว่าใครจะเปิดผนึกของกระจกได้ จึงกระจายกำลังออกสอดแนมทีมต่างๆ แต่พฤติกรรมอันพิลึกของกลุ่มกระเรียนดำนี้ ถูกจับตาสอดแนมอีกทีโดยกลุ่มสายลมหมอก เพื่อจะค้นให้พบเจตนาที่แท้จริง กลุ่มสายลมหมอกจึงเริ่มปะทะกับกลุ่มกระเรียนดำไม่ใช่เพื่อแย่งชิงสิ่งใด นอกจากเค้นคายความลับ

กลุ่มนินจาที่พบเจอกันที่ภูเขาบุปผาแก้ว เริ่มปะทะกันเป็นกลุ่มๆเช่นกัน จนทำให้ กลุ่ม6ขุนเขา ที่มาถึงเป็นกลุ่มแรกพบที่ซ่อนกระจก หากแต่ไม่สามารถปลดผนึกกระจกออกมาได้ กลุ่มเมืองท่านางากิสะเข้าชิงเสื้อขนหนูไฟจากกลุ่มปณิธานแห่งคางุสึจิได้สำเร็จ แต่ก็บอบช้ำมาก จนโดนกลุ่มพฤกษาแดงแย่งชิงไปได้อีกต่อ แล้วเข้าสู้กับกลุ่มศาลเจ้าสึซาเนโอะเพื่อแย่งชิงลูกแก้วมังกร กลุ่มปณิธานแห่งคางุสึจิซึ่งเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียงสองคน จึงตัดสินใจไปหากระจกส่องจันทราก่อนเมื่อพบแล้วก็ไม่สามารถปลดผนึกกระจกได้เช่นกัน

ขณะสู้กันไม่รู้ผลแพ้ชนะกับกลุ่มพฤกษาแดง คาคุยะรู้สึกถึงบางสิ่งที่เรียกเธออยู่ จึงตัดสินใจทิ้งการต่อสู้ และตามหากระจก ปล่อยให้เพื่อนในทีมสองคนต่อสู้กับกลุ่มพฤกษาแดงซึงตอนนี้เหลือคนที่สามารถต่อสู้ได้แค่2คนเช่นกัน ท่านชายฮิเดอิเอะตัดสินใจตามคาคุยะไปเพราะกลัวเกิดอันตราย คิริโกะที่ทำหน้าที่ตามตรวจสอบกลุ่มที่ถือครองขนหนูไฟก็ทิ้งการตรวจสอบติดตามท่านชายฮิเดอิเอะที่ตามคาคุยะไปอีกที

เมื่อคาคุยะมาถึง ก็สามารถเปิดกระจกส่องจันทราได้ ทำให้กลุ่มกระเรียนดำปรากฎตัวทั้งผู้เข้าแข่งขันและผู้ตรวจการ รุมเข้าทำร้ายหมายปลิดชีพคาคุยะ ท่านชายฮิเดอิเอะ เรียกผู้พิทักษ์ทั้งสองออกมาปกป้องคาคุยะ และด้วยการละเมิดกติกาของกลุ่มกระเรียนดำ กลุ่ม6ขุนเขาก็เข้าต่อสู้กับกลุ่มกระเรียนดำด้วย โดยกลุ่มปณิธานแห่งคางุสึจิ เลือกที่จะปลอดภัยไว้ก่อนดูท่าทีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกลุ่มนินจาหมอกตามมาสมทบและร่วมกันเอาชนะกลุ่มกระเรียนดำได้ และในที่สุดความจริงก็ปรากฎ

เมื่อทุกคนรู้ความจริงของการแข่งขัน คาคุยะตัดสินใจเข้าพบมิโกะกิเลน เพื่อสอบถามและพิสูจน์ความจริงทั้งหมด ฮิเดอิเอะนำกลุ่มวิหารทาคายาม่า อารักขาคาคุยะ เข้าพบมิโกะกิเลน อันทำให้คิริโกะหมั่นไส้มาก แต่เมื่อเดินทางมาถึงตำหนักกลับต้องฝ่าฟันเหล่านินจาหน่วยลับของอุซึเมะที่ต้องการเอาชีวิตคาคุยะ

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คาคุยะและฮิเดอิเอะ ยิ่งรู้สึกว่าต้องพบอุสึเมะให้ได้ เหล่านินจาของวิหารทาคายาม่า และศาลสึซาโนโอะ จึงร่วมกันต่อสู้เพื่อบุกเข้าพบ มิโกะ กิเลน อุสึเมะ พร้อมของวิเศษทั้งสองชิ้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: The moon reaches to the sun Secret

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร พ.ค. 06, 2014 5:45 am

ความลับสวรรค์

เมื่อทุกคนเดินทางถึงตำหนักมิโกะ ก็พบว่า ในขณะนี้ตำหนักมิโกะ ได้เต็มไปด้วยกับดัก ค่ายกล และเหล่านินจายอดฝีมือ ที่เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่พลิกผันไป

ทั้งหมดเข้าต่อสู้ห้ำหั่นด้วยสุดยอดวิชานินจาที่มี จนตำหนักมิโกะเสียหายอย่างหนัก จนแทบไม่เหลือสภาพเดิม กล่าวได้ว่าตั้งแต่นิโคอุมีมิโกะมาหลายร้อยปี ก็เป็นครั้งแรกที่เหตุรุนแรงระดับนี้เกิดขึ้นกับตำหนักมิโกะ

ในขณะที่เหล่านินจาได้กระจายกันประมือเพื่อให้พวกพ้องได้ผ่านไปก่อน ที่ยอดบนสุดของปราสาทมิโกะ คาคุยะ ฮิเดอิเอะ คิริโกะ และ เทสไซ ได้มาถึงหน้าห้องของมิโกะ ห้องศักดิ์สิทธิ์ที่มีแต่นักบวชหญิงเท่านั้นที่เข้าไปได้ ทันใดประตูก็เปิดออก และมิโกะกิเลน อุสึเมะผู้ลึกลับก็ออกมาเผชิญหน้ากับทุกคน พร้ัอมนินจาอารักขา3คน ทันทีได้เข้าตะลุมบอนต่อสู้กับผู้บุกรุก เมื่อการต่อสู้รุนแรงขึ้น เหลือนินจาอารักขาเพียงคนเดียวที่กำลังตรงเข้าทำร้ายฮิเดอิเอะ คาคุยะใช้วิชานินจาเข้าป้องกันจนบาดเจ็บ และก่อนที่จะพลาดท่าเสียทีแก่วิชานินจาของนินจาอารักขานั้นเอง

"คาคุยะ....ระวัง"

เทสไซเข้าช่วยคาคุยะ สวนกลับจนนินจาที่เข้าทำร้ายกระเด็นตกจากปราสาท ภาพแห่งการต่อสู้นี้ อยู่ในสายตาอุสึเมะตลอดเวลา ทันใดนั้นเหมือนความทรงจำบางอย่างของเธอจะกลับมา อุสึเมะก็ร้องขึ้น

"คาคุยะจัง ที่แท้เป็นคาคุยะจังงั้นเหรอ ไม่จริงใช่ไหม!!!"

มิโกะกิเลน ตัวสั่นหน้าซีดเผือด ทรุดตัวลง น้ำตาเอ่อไหลออกมา "ไม่จริง นี่คือฝันร้าย ฝันร้ายอย่างที่ฉันเคยเป็นบ่อยๆ ไม่ๆ มันไม่ใช่เรื่องจริง" เธอตัวสั่นก้มหน้า สายตาเหม่อลอยเหมือนจะหนีความจริง ทุกคนงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น คาคุยะได้สติขึ้นมา ในเวลาชั่วครู่เธอก็สะดุ้งตัวขึ้น ร้องถามเบาๆ อย่างตกตะลึง

"เธอ....หรือว่า...ยูจัง......" คาคุยะเดินเข้าไปใกล้เมื่อเธอทรุดตัวลงพินิจใบหน้างามนั้น เธอก็แน่ใจยิ่งขึ้น "ยูจัง... เธอคือยูจังใช่ไหม"

ใบหนัางามเต็มไปด้วยน้ำตา หันมามองเธอด้วยสายตาปวดร้าวยิ่งนัก เทสไซเริ่มระลึกนึกได้ถึงเหตุการณ์ในอดีต วิ่งไปใกล้พินิจพิจารณาใบหน้าของมิโกะ แล้วก็ปากสั่นโพล่งออกมา "ยูกิ เจ้าคือยูกิ เจ้าคือเด็กคนนั้นงั้นหรือ"


ชั่วจันทราผายผัน

7ปีก่อน ณ เกาะเล็กๆแห่งทะเลนิโคอุอันสุขสงบ เด็กหญิงตัวน้อย ออกมาวิ่งเล่นกับเพื่อนสนิทที่ชายหาดดังเคย

"ฮิโรจังตามมาให้ทันนะ" เด็กหญิงออกวิ่งนำไปที่ชายหาด เด็กชายวิ่งตามไปติดๆ พร้อมเหนื่อหอบ "คาคุยะเธอนี่วิ่งเร็วชมัดเลย อุ๊บ โอ๊ย เธอนี่ หยุดกระทันหันไม่บอกกล่าวเลย" เด็กชายวิ่งชนเด็กหญิงจนเสียหลักล้มลง

"ฮิโรจัง นั่นน่ะ" เธอชี้มือไปที่ร่างหนึ่งริมหาด "ใช่คนหรือเปล่า" เด็กชายยืนขึ้นพิจารณา "ศพคนจมน้ำตายหรือเปล่าน่ะ"

คาคุยะจับแขนฮิโร่แน่นด้วยความกลัว "ดะ... ดูก่อนสิ อาจไม่ตายก็ได้" เด็กทั้งสองเข้าไปใกล้ พบว่าเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับทั้งสอง "ยังไม่ตายล่ะ คาคุยะรีบไปตามท่านอาจารย์เร็ว"

ในเกาะเล็กๆที่ตั้งศาลเจ้า สุซาโนะโอะ ข่าวก็ร่ำลือไปรวดเร็วว่า พบเด็กผู้หญิงจมน้ำมาติดเกาะ และเด็กคนนั้นได้รับความช่วยเหลืออยู่ที่บ้านของท่านอาจารย์ เทสไซ เด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก แต่พูดจาน้อยคำ ชุดกิโมโนที่เธอสวมมาเป็นของมีราคาเมื่อตากแห้งแล้วก็ถูกพับเก็บไว้ แต่ขณะนี้เธอใส่เสื้อผ้าของคาคุยะได้พอดี และนอกจากนี้ เมื่อถามชื่อของเธอเธอก็เงียบ จนวันที่สาม เธอถึงยอมบอกชื่อว่า ยูกิ เมื่อถามถึงพ่อแม่ และบ้าน ก็เอาแต่ร้องไห้ไม่ตอบ และรู้เพียงว่า เรือที่เธอโดยสารมา เกิดพายุเธอพลัดตกเรือ และเธอก็หมดสติจนลอยมาติดริมหาด ส่วนคนอื่นๆนั้นไม่รู้ชะตากรรม

คาคุยะก็ดีใจมากที่ได้เพื่อน เธอชวนเด็กคนนี้เล่น และเที่ยวแนะนำหมู่บ้านให้จนทั่ว คาคุยะดีใจเพราะเธออยู่กับ อาจารย์เทสไซแค่สองคน ตอนนี้จะมีเพื่อผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน ส่วนเทสไซนั้น พบความแปลกประหลาดมากมายในตัวเด็กคนนี้ โดยเฉพาะชุดกิโมโนที่ใส่มาดูเหมือนว่าจะมีตราของราชสำนัก แต่ด้วยนิสัยนินจา ที่จะเก็บงำความลับไว้แม้แต่กับคนใกล้ตัว เทสไซจึงไม่ปริปากใดๆกับใคร ต่อข้อน่าสงสัยมากมายที่เด็กคนนี้มี เทสไซยังชั่งใจว่า หากเด็กคนนี้มีญาติหรือพ่อแม่มารับก็คงปล่อยกลับไป แต่ถ้าไม่มีใครเป้นเด็กกำพร้าคงต้องเลี้ยงดูเป็นนินจาคนหนึ่งเช่นเดียวกับคาคุยะ

ในระยะนี้ เทสไซจึงสั่งคนในหมู่บ้านปกปิดสถานะนินจาของชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านจากยูกิไว้ก่อน

3เดือนที่ยูกิและคาคุยะเหมือนเพื่อนสนิทตัวติดกัน เจอเรื่องสนุก และอันตรายด้วยกันมากมาย จนวันหนึ่งมีคนออกตามหาเด็กที่พลัดตกเรือ ข่าวมาถึงศาลสึซาโนะโอ และแล้วการจากลาก็มาถึง ช่วงเวลาสั้นๆคือความทรงจำที่สวยงามในวัยเด็กของทั้งสอง คาคุะยังจดจำช่วงเวลาที่เหมือนความฝันที่เธอมีเพื่อนสนิทที่น่ารักช่วงสั้นๆในวัยเด็กของเธอ แม้ไม่รู้ว่ายูกิจะเป็นยังไงบ้าง แต่เธอคงเป็นคุณหนูที่ไหนสักแห่ง และคงแต่งงานมีความสุขต่างจากคาคุยะที่แม้จะสนุกสนานแต่ก็ต้องซ่อนเร้นในชีวิตนินจา

ซึ่งคาคุยะไม่เคยคิดเลยว่า จะเจอกับยูจังในสภาพและสถานการณ์เช่นนี้


มิโกะแห่งดวงอาทิตย์

ตอนนี้พวกฮิโร่ และนินจาอื่นๆแห่งศาลสุซาโนะโอ มารวมตัวกันพร้อมหน้าที่ห้องชั้นบนของมิโกะ ทุกคนตกตะลึงกับเรื่องที่มิโกะกิเลนคือ ยูกิเด็กที่เคยช่วยไว้จากชายหาดเมื่อ7ปีก่อน

"ทำไมเจ้าถึงเป็นมิโกะกิเลนได้" เทสไซตกตะลึงงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

"เพราะท่านฮินะ...." อุสึเมะจ้องมองไปไกลราวกับฟ้าไกลนั้นมีภาพอดีตโลดแล่นอยู่ "ท่านฮินะ...บังคับพาข้าจากบ้านของพ่อและแม่ เพื่อสืบทอดการเป็นมิโกะกิเลนต่อจากนาง พ่อแม่ของข้าตกลงขายข้าให้ท่านฮินะ ระหว่างทาง ข้าตัดสินใจจะกระโดดน้ำหนี จนคลื่นซัดมาที่เกาะ และได้พบพวกท่าน ข้าไม่กล้าบอกชื่อจริง กลัวว่าคนจากวังหลวงจะรู้ว่าข้ายังไม่ตาย ข้านึกชื่อยูกิขึ้นมาเพราะเป็นชื่อของแม่ข้า แต่กระนั้นทหารวังหลวงก็ยังตามหาข้าจนเจอ และปลอมตัวว่าเป็นญาติข้า มาตามตัวข้ากลับไป ข้าเกรงว่าทุกคนในหมู่บ้านจะเดือดร้อนเพราะข้า ข้าจึงยอมกลับและปกปิดเรื่องทุกอย่าง จนวันนี้ ข้าไม่คิดเลยว่าพวกท่าน ทั้งท่าน ทั้งคาคุยะ เป็นนินจา และยังเป็นเจ้าหญิงจันทราอีก ข้า.... ข้าเกือบฆ่าคาคุยะแล้ว ฮือๆๆๆ"

คาคุยะโผเข้ากอด"ยูจัง จะเป็นมิโกะ จะเป็นอุสึเมะ จะเป็นอะไรก็ตาม สำหรับฉัน ยูจังคือยูจัง ฉันไม่โกรธยูจังหรอก ฮือๆๆๆ"

"คาคุยะจัง ฉันขอโทษนะ ฮือๆๆ"

ทุกคนนิ่งอึ้งกับความจริงตรงหน้า เทสไซก็ถามขึ้นอีกว่า "ทำไมเจ้าเป็นมิโกะกิเลนได้" คาคุยะหันไปหาอาจารย์ผู้เป็นดั่งบิดาขมวดคิ้วยิ้มตอบแทนอุสึเมะ "ยูจังบอกแล้วไงคะ ว่าโดนท่านฮินะพามา....."

"ไม่ใช่เรื่องนั้น" คาคุยะนิ่งอึ้งเพราะเทสไซใช้น้ำเสียงจริงจังมาก

"เจ้าเป็นมิโกะกิเลนได้ยังไง ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ชาย.... ยูกิ"

ทุกคนตกตะลึงอ้าปากค้าง คาคุยะร้องออกมา "ท่าน อาจารย์ว่าไงนะคะ!!!!"

"ยูกิเป็นเด็กผู้ชาย ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาเองตอนที่คาคุยะช่วยมา แม้ชุดเดิมที่ใส่อยู่จะเป็นชุดผู้หญิงก็เถอะ"

ฮิโร่ร้องขึ้นบ้าง "จริงเหรอครับ แล้วทำไมท่านอาจารย์......... ทำไมท่านไม่เคยบอกใครเรื่องนี้เลย"

"ก็ไม่มีใครถามนี่" เทสไซตอบเสียงเรียบ

"ก็ชุดที่ใส่มาก็ชุดผู้หญิง แล้วตอนอยู่ที่เกาะก็ใส่ชุดของคาคุยะตลอด ทุกคนก็คิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงสิครับ" ฮิโร่แย้ง

"ก็ในบ้านมีแต่ข้ากับคาคุยะ ไม่มีชุดเด็กผู้ชาย มีแต่ชุดคาคุยะ ที่สำคัญ ในเมื่อเจ้าตัวแต่งชุดเด็กผู้หญิงมา ข้าก็คิดว่า พ่อแม่หรือคนที่เลี้ยงดูคงมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ข้าก็เลยให้ใส่ชุดคาคุยะไปเลย"

คาคุยะหันควับไปมองอุสึเมะที่ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลา "ยะ....ยูกิจัง จริงเหรอ........"

มิโกะสาวพยักหน้าตอบเบาๆ "ที่ฉันต้องมาเป็นมิโกะ ต้องทำตัวเป็นผู้หญิง ก็เพราะ................อึก... อ๊ะ......." ตัวของเธอสั่นเทาเหมือนเสียการควบคุม ก่อนจะล้มลงร่างกระตุกทั่วตัว

"ยูกิ ยูกิ เป็นอะไรไป........."คาคุยะหวีดร้อง
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: The moon reaches to the sun

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร มิ.ย. 17, 2014 3:44 am

เทพีสุริยะ

ฉับพลันร่างของอุสึเมะก็ดีดตัวจากพื้น ในเวลานี้ใบหน้าและท่าทางของเธอดูพรั่นพรึงน่าเกรงขามยิ่งนัก

"จงถอยไปเจ้าพวกมนุษย์ หากพวกเจ้าบังอาจขัดขวางประสงค์เทพ พวกเจ้าจะต้องพบจุดจบอันน่าอนาถ"

เหล่านินจาตกใจ เงียบอึ้ง หรือนี่จะเป็นการเข้าทรงเทพแห่งดวงอาทิตย์ที่ร่ำลือกัน

"ยูจัง....." คาคุยะเรียกเสียงเบา ในใจเธอหวั่นไหวยิ่งนัก

"ผู้ที่เจ้ารู้จักเป็นกายเนื้อของข้าในเวลานี้ และเจ้าคาคุยะ ซึคุโยมิส่งเจ้ามาด้วยเหตุผลใดข้าไม่สนหรอกนะ แต่ถ้าคิดจะทำอะไรโง่ๆกับข้าล่ะก็ ต่อให้ ซึคุโยมิ ก็ช่วยเจ้าไม่ได้" อุสึเมะหันไปตวาดสั่งทุกคน

"พวกเจ้าจงคุกเข่าต่อหน้าข้า!!!" เหล่านินจาตกใจลังเล อ.เทสไซคุกเข่าลงก่อน คนอื่นๆจึงเริ่มทำตาม ยกเว้นแต่ฮิเดอิเอะ อุสึเมะจึงตวาด "ทำไมเจ้าไม่คุกเข่าให้ข้า"

"ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าท่านคือเทพีสุริยะจริงๆ อุสึเมะเจ้ากำลังเล่นละครอยู่ใช่ไหม หรือที่แท้ท่านใช่เทพีสุริยะจริงหรือ ทำไมจึงคิดกำจัดผู้ที่ ซึคุโยมิ น้องของตัวเองส่งมาล่ะ" ฮิเดอิเอะ ย้อนถามด้วยเสียงที่มุ่งมั่นและไม่หวาดกลัวเลย

"ไอ้พวกเอาลัทธินอกรีตเข้ามาในประเทศข้า แล้วยังบังอาจจองหองพองขนกับข้าหรือ ข้าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเจ้าทั้งนั้น ดีล่ะในเมื่อเจ้าไม่เชื่อ ข้าจะแสดงให้ดู" ทันใดนั้นอุสึเมะก็ร่ายเวทย์ ฮิเดอิเอะทรุดกายลงรู้สึกเหมือนพลังถูกดูดไปหมด คาคุยะถลาเข้าพยุงฮิเอดิเอะ "ท่านเป็นอะไรไป ฮิเดอิเอะ"

"จงเตรียมรับทัณฑ์จากสวรรค์ซะ" อุสึเมะตาวาวโรจน์ราวเปลวเพลิงที่ลุกโชน


ฮิเดอิเอะประสานสายตาอย่างไม่หวั่นเกรง พร้อมอธิษฐานในใจ ทันใดแสงสว่างจากเบื้องบนพุ่งสาด ปรากฎร่างมหึมาของซามูไรในประวัติศาสตร์ เส้นผมเสื้อผ้าปลิวสะบัดราวกับอยู่ในอีกมิติเกราะทองสว่างไสว ขวางหน้าอุสึเมะ

"เจ้าเป็นใครกัน!!! เจ้าไม่ใช่มนุษย์ในโลกนี้แล้วนี่ แล้วเจ้ามาปรากฎที่นี่ได้อย่างไรกัน" อุสึเมะตวาด

ซามูไรผู้งามสง่าในเกราะสีทองตอบเสียงก้องกังวานราวกับอยู่ในสถานที่ที่แตกต่าง

"ข้าชื่อ ทาคายาม่า อุคน ข้าไม่ใช่ศัตรูของท่าน แต่ข้าจะพิทักษ์ผู้ศรัทธาผู้นี้รวมทั้งพวกของเขาด้วย ท่านจะทำร้ายพวกเขาไม่ได้"

อุสึเมะนิ่งอึ้งไป ท่าทางโกรธแค้น ทันใดนั้นนางก็ลอยจากพื้น และเนรมิตปราสาทมิโกะหายไปทั้งหลัง ทุกคนอยู่กลางอากาศและกำลังร่วงลงสู่พื้น "ข้าไม่ทำร้ายใครนะ แค่ทำให้ปราสาทหายไปเท่านั้น"

ในชั่วขณะที่ทุกคนกำลังร่วงลงสู่พื้น จากปราสาทชั้นบนสุด ทันใดคาคุยะก็รู้สึกเหมือนเวลาหยุดกระทันหันและค่อยๆเดินช้าๆ เธอมองเห็นทุกคนร่วงลงมาอย่างช้าๆแต่ราวกับอยู่คนละมิติกับเธอ และมีเสียงเล็กๆกระซิบบอกเธอว่า "คาคุยะ กระจก"

คาคุยะพยายามเอื้อมไปคว้าถุงสัมภาระที่ลอยใกล้เธอ แต่ทว่า มันอยู่ห่างเกินไป ทันใดนั้นดูเหมือนท่านฮิเดอิเอะจะสังเกตเห็น เขาหลับตาลงและลืมตาขึ้น ชั่วพริบตา ปรากฎร่าง ชายผู้หนึ่งในชุดผ้าส่องประกายสวยงาม ใบหน้าอ่อนเยาว์อ่อนโยนยิ่งนัก เขายื่นมือออกไปข้างหน้า เนรมิตนกสีขาวตัวหนึ่งบินไปคว้าห่อผ้า บินมาส่งให้คาคุยะ

คาคุยะรับไว้ มองไปที่ชายหนุ่มผู้นั้นด้วยแววตาซาบซึ้ง"ขอบพระคุณค่ะ ท่านอามาคุสะ ชิโร่"

ซามูไรหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนหวานก่อนจะจางหายไปในห้วงมิติพร้อมนกน้อยตัวนั้น คาคุยะรีบหยิบกระจกส่องจันทราออกมา เสียงเล็กๆนั้นกระซิบเธออีก "ปลดผนึกมัน และอัญเชิญข้าเดี๋ยวนี้"



เทพจันทรา

ดวงตาของคาคุยะส่องสว่างวาบเหมือนแสงจันทร์วันเพ็ญ เธอชูกระจกขึ้น ทันใดนั้นปรากฎร่างเด็กชายหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโตที่มีสีทองเหมือนดวงจันทร์สุกใส ทะยานออกมาจากกระจก เขาล่องลอยในอากาศอย่างอิสระ แล้วโผบินเข้าไปหาอุสึเมะที่ลอยอยู่และเขาก็เปล่งแสงสว่างรูปจันทร์เสี้ยวออกมา "เย่... ท่านพี่" อุสึเมะทำหน้าตกใจสุดขีด ร้องเสียงดัง "เจ้า!!! ซึคุโยมิ"

ทันใดนั้นทุกคนพบว่าตัวเองอยู่ชั้นบนของปราสาทเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือ อุสึเมะที่ตอนนี้มีแสงสว่างสีแดงรอบตัวเธอ และเด็กที่มีแสงสว่างในตัวเอง ลอยไปมาอยู่ข้างหน้า เด็กน้อยห่อปากเชิดขึ้นพร้อมเสียงอุบอิบ "ท่านพี่ยังโกรธข้าเหรอ" หูกระต่ายของเขาลู่ลง ทำหน้าตาออเซาะ ก่อนจะลอยเข้าไปหาอุสึเมะ "หยุดอยู่ตรงนั้นล่ะ ไม่ต้องเข้ามา!!!" เสียงเฉียบขาดสั่งออกมาจากมิโกะ

"ท่านพี่อ่ะ....เรื่องมันตั้้งนานมาแล้วนะ ข้าคิดถึงท่านพี่ทุกวันนะ เวลาข้าขึ้นมองหาท่านบนฟ้าท่านก็หนีไปซ่อนทุกที ตอนนี้ข้าเจอท่านแล้ว แต่ท่านอย่ามัวแต่อยู่ในร่างเด็กคนนี้เลยนะ ออกมาคุยกันเถอะ"

"เจ้ากลับไปซะ อย่ามายุ่งกับข้า ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า" เสียงจากมิโกะดูจะอ่อนลง แต่ยังแฝงความเครียดขึง

"โฮ แงงงงงงง ฮือๆๆๆ ท่านพี่ใจร้าย ท่านพี่ใจดำ" เด็กชายเบ้หน้าร้องไห้เสียงดัง ยกมือขยี้ตา น้ำตาสีเงินไหลอาบแก้ม "หยุดเลย เจ้าไม่ต้องบีบน้ำตา ไม่อายพวกมนุษย์หรือไง ข้ารู้จักเจ้ามาหลายหมื่นปี เจ้าน่ะแสบนัก ซึคุโยมิ"

"ตอนนั้นข้าไม่ตั้งใจให้นางตายนี่ ก็นางทำของน่าเกลียดให้ข้ากิน ข้าโกรธเลยเผลอไปข้าไม่ได้ตั้งใจ" ซึคุโยมิ ฉวยโอกาสลอยไปใกล้ "หยุดอยู่ตรงนั้นอย่าเข้ามาใกล้ข้า คิดว่าข้าไม่รู้เหรอว่าเจ้าจะทำอะไร" อุสึเมะชี้นิ้ว ตวาดเสียงดัง เด็กน้อยหน้าหงิกขยับหูไปมา ก้มหน้าบ่นอุบ "รู้ทันอีก"

"เรื่องการตายของ อุเคะ โมจิ ก็เรื่องนึง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องนั้น เจ้าต้องการอะไร ซึคุโยมิ"

"ก็ตอนนี้ ในโลกมนุษย์มันถึงยุคของข้าแล้ว ยังไงข้าก็ต้องมา แต่ท่านพี่ไม่ยอมเปลี่ยนนี่นา" เด็กชายกระดิกหูกระต่ายไปมา "เจ้าเลยส่งคนของเจ้าลงมา แถมวางแผนให้ไปอยู่ในความคุ้มครองของเจ้าตัวร้าย สึซาโนโอ อีก คงกระเล่นงานข้าเต็มที่เลยสินะ" อุสึเมะตัดพ้ออย่างโกรธขึง

"เปล่านะท่านพี่ ข้าก็แค่ปลอดภัยไว้ก่อน สึซาโนโอ เขาก็เข็ดแล้ว ไม่หาเรื่องท่านพี่อีกหรอก ถ้าไม่เชื่อล่ะก็...." เด็กน้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ หันไปทางมุราซาเมะ อาจารย์สาวจากศาลสึซาโนโอ "เรียกเขามาหน่อยสิ"

"นี่เจ้า!!!" ก่อนที่อุสึเมะจะทันได้ทำอะไร มุราซาเมะร่ายคาถาอัญเชิญเทพ สึซาโนโอ ร่างมหึมาปรากฏขึ้น สูงถึงเพดานปราสาท ลมพัดกรรโชกจนเสียงดังหวือหวีด

"นี่คิดจะรุมข้าเหรอ" อุสึเมะแผดเสียง

"เปล่าน้า... ข้าให้สึซาโนโอจังมา เพื่อเราจะได้อยู่พร้อมหน้าพี่น้องกันเฉยๆ ทำไมท่านพี่มองน้องผู้น่ารักอย่างข้าในแง่ร้ายแบบนี้อ่ะ" ซึคุโยมิ ฉวยโอกาสกระโดดกอด อุสึเมะ ทำตาสีทองเปล่งประกายออดอ้อน

"ท่านชอบเล่นโกงไม่เปลี่ยนเลยนะท่านพี่" เสียงต่ำกังวานเหมือนลมที่พัดผ่านหน้าผาดังออกมาจากร่างมหึมา

"โกงอะไรกันครั้งนั้นเจ้าแพ้จริงๆ ยังจะมาลำเลิกเรื่องเก่าๆอีกหรือ" อุสึเมะเถียงทันควัน

"หึหึ ขนาดคราวนี้ร่างทรงท่านเป็นชายท่านก็ยังให้ปลอมเป็นหญิง เพราะท่านปล่อยให้พวกมนุษย์เข้าใจว่าท่านเป็นเทพธิดามาตลอด ท่านโกงกระทั่งพวกมนุษย์งั้นหรือ"

"หุบปากนะ สึซาโนโอ" อุสึเมะหวีดร้อง

ซึคุโยมิ ปีนขึ้นขี่คออุสึเมะ "ท่านพี่อ่ะ เราสามคนเกิดจากท่านพ่อคนเดียวกัน เป็นเทพเจ้ากันหมด ท่านมาเล่นเป็นเทพธิดาอยู่คนเดียว คิดว่าพวกมนุษย์ไม่มีใครรู้เลยเหรอ ขนาดตำราของพวกมนุษย์ที่ชื่อ “โฮซึมะซึทาเอะ” (秀真伝) ก็เขียนถูกต้องว่าท่านพี่เป็นชายนะ แต่เพราะท่านเอาแต่ผ่านร่างพวกมิโกะจนชาวบ้านเคยชินคิดว่าเป็นเทพธิดากันหมด ท่านก็ปล่อยเลยตามเลยอยู่ได้ ข้าว่าสมัยที่เราอยู่บนสวรรค์ท่านพี่ให้ข้าขี่คอ ข้ามสายรุ้งท่านดูสง่างามมากแท้ๆ ข้าไม่เห็นชอบภาพวาดที่พวกมนุษย์จินตนาการให้ท่านเป็นผู้หญิงสักนิด เราสามคนกลับมาดีกันบ้างตีกันบ้างประสาพี่ชายน้องชายกันเหมือนเดิมเถอะนะ นะ นะ"

"ข้าจะทำอะไรมันเรื่องของข้า ระบบระเบียบที่ข้าวางไว้กับพวกมนุษย์นั้นดีอยู่แล้ว พวกมิโกะที่ปกครองผ่านการชี้นำของข้าก็เป็นสิ่งเหมาะสมดีงามทั้งนั้น ข้าไม่ยอมให้เปลี่ยนอะไรทั้งนั้น เรื่องใครจะคิดว่าข้าคือเทพเจ้าหรือเทพธิดาไม่ได้สำคัญ ระบบระเบียบที่เป็นอยู่นี้ดีอยู่แล้ว ให้เด็กแก่นแก้วแบบเจ้ามาปกครอง ประเทศนี้จะกลายเป็นประเทศที่มีแต่ นิทานภาพของเด็ก ของเล่นและเกมสนุกไร้สาระเท่านั้นน่ะสิ ไม่เด็ดขาด ข้าไม่ยอมให้รากฐานที่ดีงามที่ข้าวางไว้ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น"

"เผด็จการเหมือนเคย" สุซาโนโอ ส่ายหัว

"เผด็จการแล้วยังไง ทุกคนมีความสุขในการปกครองของข้า พวกเจ้าไม่ต้องยุ่งเลย"

ขณะอุสึเมะถกเถียงกับสึซาโนโอ อยู่นั้น ซึคุโยมิ ก็ส่งสัญญาณให้ คาคุยะ หันกระจกไปยังอุสึเมะ "อ๊ะ...ท่านพี่ดูนั่นสิ" อุสึเมะเผลอหันไปทิศที่ ซึคุโยมิ ชี้ ทันใดนั้นเขามองเห็นตัวเองในกระจก และทันทีที่เขาเห็นตัวเองที่สะท้อนจากกระจก เขาก็หวีดร้อง เทพสุริยะและร่างของอุสึเมะถูกแยกออกจากกันทันที และจิตเทพได้ปรากฎในกระจก อุสึเมะโงนเงนล้มลงหมดสติ ซึคุโยมิ พุ่งไปยังกระจก รีบปิดผนึก

"ท่านพี่รออยู่บนสวรรค์ไปก่อนนะ คิกคิก"
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1343
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)


ย้อนกลับไปยัง Summoner Novel

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน