Welcome Guest: เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ ธ.ค. 08, 2019 1:50 am

หน้าเว็บบอร์ด Wiser Summoner Novel @@ นิยายSMN Epi9 Chapter 11 @@

อ่านนิยาย Summoner Master Episode 8 Dividing of 4 Kingdoms ได้ที่นี่

Moderator: Jinger Ginger


@@ นิยายSMN Epi9 Chapter 11 @@

โพสต์โดย Jinger Ginger เมื่อ พุธ ธ.ค. 15, 2010 3:58 pm

รุ่งสางของอาณาจักรฟูดินันในวันนี้ แตกต่างไปจากทุกๆ วัน เพราะยังมีควันไฟจากบ้านเรือนที่โดนเผาบางส่วน ลอยจางๆ ผสมปนเปไปกับไอหมอกของยามเช้า ชาวฟูดินันจากที่ใกล้ไกลหลายร้อยคนต่างก็มาชุมนุมกันที่บริเวณลานกว้างที่มักใช้จัดพิธีฉลองต่างๆ บางคนก็ยังอยู่ในชุดนอน บางคนก็อยู่ในชุดศึกตามแต่จะสามารถหยิบฉวยขึ้นมาแต่งได้ ในมือของแต่ละคนมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ไม่ว่าจะเป็น มีด ดาบ จอบ คราด ขวาน หรือแม้แต่ท่อนไม้ ทุกคนต่างมองจ้องกลุ่มโจรป่าเบื้องหน้า ที่ล้วนอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ เพราะบ้างก็หน้าตาบวมปูดจนตาปิดเพราะถูกเหล็กไนของแมลงสกาลิโอบ้างก็เนื้อตัวหนาจนแข็งเหมือนเสาปูน เพราะทั้งตัวมีแต่โคลนพอกหนาหลายนิ้ว จนใครๆ ต่างก็คิดว่าคงต้องใช้ไม้ทุบให้โคลนแตกกว่าจะเอาตัวพวกโจรออกมาจากโคลนหนานั้นได้ ในขณะที่กลุ่มโจรบางส่วนก็เนื้อตัวปูดแดงและมีรอยไหม้รอยเขม่าเต็มตัวไปหมดซึ่งถูกมัดกองรวมกันจนดูเหมือนกองถ่านที่เพิ่งออกจากเตาเผา และยังมีอีกหลายคนที่ร่างกายสะบักสะบอมมีทั้งโคลนสารพัดจนบรรยายไม่ถูกว่าพวกเขาโดนอะไรมาบ้างเมื่อคืนที่ผ่านมา เสียงวิพากษ์วิจารณ์และสาปแช่งบรรดาโจรป่าดังเซ็งแซ่

ที่เบื้องหลังบรรดากลุ่มโจรนั้น กลุ่มเด็กหนุ่มและเด็กชายชาวฟูดินันยืนอยู่ ใบหน้าของแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และฮึกเหิมแม้จะมีบางคนที่บาดเจ็บบ้าง แต่ความภาคภูมิใจที่ได้ปกป้องบ้านเกิดของตนก็ทำให้ลืมความเจ็บไปได้

“ชาวฟูดินัน !” วูจินพูดขึ้น พลางยกมือเป็นสัญญาให้ทุกคนเงียบเสียงลง “เมื่อคืนนี้กลุ่มโจรป่าของฟูมินได้เข้าโจมตีพวกเราโดยไม่ทันได้ตั้งตัว” เสียงโห่ร้องด้วยความไม่พอใจดังขึ้นจากฝูงชน จนวูจินต้องยกมือขึ้นปรามอีกครั้ง

“แน่นอนว่าพวกเราต่างโกรธแค้นเพราะหลายคนต้องสูญเสียทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน บุคคลอันเป็นที่รักหรือแม้แต่อวัยวะบางส่วนไป เพราะความโหดน่ารักมของกลุ่มกองโจรกลุ่มนี้” เสียงด่าทอจากฝูงชนดังขึ้นมาอีกครั้ง

“แต่วันนี้เรารอดพ้นจากการโจมตี ครั้งใหญ่มาได้ก็เพราะลูกหลานของเรา” วูจินผายมือไปทางกลุ่มเด็กหนุ่มและเด็กชายเบื้องหลังเสียงฮือฮา ซุบซิบดังกระหึ่มไปทั่ว “ลูกหลานฟูดินันเหล่านี้ได้ร่วมแรงกันต่อสู้กับกลุ่มโจรป่าอย่างกล้าหาญ พวกเขาได้ใช้เวลาฝึกซ้อมอย่างหนัก หาวิธีสารพัดเพื่อปกป้องบ้านเกิดของตน ในขณะที่พวกเรากำลังนอนหลับอย่างสบายเด็กๆ เหล่านี้กลับจัดเวรยามคอยเฝ้าระวังภัยให้พวกเรา และนี่ที่อยู่ต่อหน้าพวกเราคือบรรดาโจรป่าที่เด็กๆ เหล่านี้จับตัวได้เมื่อคืน” ทันใดนั้น เสียงปรบมือเป่าปากจากฝูงชนก็ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ทำเอาบรรดาเด็กหนุ่มพากันยิ้มแก้มปริ

“แม้จะมีโจรป่าบางส่วนหลบหนีไปได้ แต่เด็กๆ เหล่านี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเราสามารถปกป้องอาณาจักรของพวกเราได้หากพวกเราร่วมแรงร่วมใจกัน”

“เฮ! เฮ!” ฝูงชนต่างก็ไชโยโห่ร้องเรียกขวัญและกำลังใจให้แก่กันและกัน

“เอาหล่ะ! แต่ก็อย่าได้ประมาทเด็ดขาด เพราะบรรดาโจรป่าและหัวหน้าระดับสูงอย่างพวกฟูมินล้วนแล้วแต่มีฝีมือ พวกเราก็ต้องจัดเวรยามและคอยระมัดระวังกันมากขึ้น ใครที่พอจะจับอาวุธได้ก็มาร่วมกันฝึกซ้อมการใช้อาวุธและกลยุทธต่างๆ ที่ลานประลองแถบถิ่นของเซนทอร์หรือพวกสมิง”

“แล้วพวกโจรพวกนี้ล่ะ ท่านผู้เฒ่า?” เสียงตะโกนถามดังมาจากหนึ่งในผู้ชุมนุม

“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”

“ลงโทษมัน!”

“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”

“ขังมันไว้ในถ้ำของแมงมุมพิษ อาลัคเนท (Aracnet) Pro Ex”
ภาพประจำตัวสมาชิก
Jinger Ginger
0
 
โพสต์: 536
Cash on hand: 0.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: @@ นิยายSMN Epi9 Chapter 11 @@

โพสต์โดย Jinger Ginger เมื่อ พุธ ธ.ค. 15, 2010 3:59 pm

ฝูงชนต่างตะโกนเสียงดังลั่น ด้วยความเจ็บแค้นต่อการกระทำของกลุ่มโจรฟูมิน

“แล้วพวกเจ้าอยากทำอย่างไรกับเจ้าพวกนี้?” วูจินหันไปถามกลุ่มเด็กหนุ่ม เพราะพวกเขาเป็นคนจับโจรเหล่านี้มาได้จึงยกให้เป็นสิทธิ์ของพวกเขาในการตัดสินใจ

บรรดาเด็กหนุ่มและเด็กชายต่างก็มองหน้ากันพวกเขาเพิ่งจะผ่านพ้นวัยเด็กมาไม่กี่ปี การที่จะตัดสินใจชี้ชะตาชีวิตของคนหลายสิบคนถือเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัว อย่าว่าแต่หลายสิบเลย แค่ตัดสินปลิดชีพคนๆ เดียวก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากเหลือเกิน ทุกคนจึงหันไปจ้องหัวหน้ากลุ่มของพวกตนซึ่งก็คืออิสฮาน เพราะต่างก็เชื่อว่าเขาคงจะต้องมีทางออกที่ดีสำหรับเรื่องนี้

อิสฮานเห็นสายตาคาดหวังของทุกคนก็เข้าใจ เขามองไปยังกลุ่มโจรป่าที่เริ่มจะตัวสั่น เมื่อได้ยินว่าพวกตนอาจโดนโทษประหาร อิสฮานเองก็รู้สึกอึดอัดด้วยเช่นกัน เขาไม่ต้องการมีส่วนในการชี้ชะตาชีวิตใครอีก เพียงแค่มหาสงครามที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ผู้คนก็ล้มตายเพราะเขามากมายเกินพออยู่แล้ว

อิสฮานหวนคิดถึงเรื่องราวต่างๆ เมื่อครั้งยังอยู่ที่อาณาจักรซาโลม ในเวลาที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ยังอยู่ในซาโลม การสั่งประหารบ่าวไพร่ที่ทำผิดหรือทำให้ขัดใจเป็นเรื่องที่ดูธรรมดาเหลือเกิน ไม่มีการแก้ตัวไม่มีโอกาสซ้ำสอง บ่าวไพร่ทุกคนทำงานรับใช้ด้วยความระมัดระวังและหวาดระแวงตลอดเวลา จนแทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หากไม่จำเป็น แม้แต่กับเขาผู้คนรอบข้างก็คอยหลีกเลี่ยงเพราะคิดว่าเขาจะเป็นเหมือนเสด็จพ่อและเสด็จแม่ ชีวิตในวัยเด็กของเขาจึงค่อนข้างโดดเดี่ยวเสมอ อิสฮานหลับตาลงด้วยความขมขื่นใจ ได้แต่บอกตัวเองว่า เขาไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด และเขาจะไม่มีวันทำเช่นนั้นกับใครด้วย

“ข้าคิดว่า...” อิสฮานพูดขึ้นทำเอาหลายๆ คนกลืนน้ำลายไม่คล่องคอ โดยเฉพาะบรรดาโจรป่า “ข้าอยากจะคุมขังพวกเขาไว้สักที่ที่มีการจัดเวรยามอย่างเข้มงวด แล้วรอพี่ฮารีซันกลับมาตัดสินพวกเขาไม่แน่ว่าถึง เวลานั้น กองทัพอาจต้องการใช้กำลังของพวกเขา คงจะดีหากพวกเขาจะมีชีวิตอยู่และอาจทำคุณประโยชน์ใดๆ ได้ในภายภาคหน้า ดีกว่าจบชีวิตของพวกเขาตอนนี้โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรมากไปกว่าการระบายความแค้นของเรา”

“อืม” วูจินยิ้ม ทว่านัยน์ตากลับจ้องมองด้วยแววตาเหมือนกำลังค้นหาความจริงบางอย่างจากนัยน์ตาของเขา ก่อนจะหันไปทางฝูงชนที่รอฟังด้วยใจจดจ่อ “ข้าเห็นด้วยกับความคิดของอิสฮาน เจ้าพวกนี้ก็ยังหนุ่มยังแน่น คงจะทำประโยชน์ให้ฟูดินันได้มากกว่าจะรีบให้ตายตอนนี้”

ทุกคนเมื่อได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้ แม้บางคนจะไม่ชอบใจนักแต่ก็ยอมรับได้

“แล้ว เช่นนั้นเจ้าจะขังพวกมันไว้ที่ไหนล่ะ?” เสียงตะโกนจากฝูงชนถามอิสฮาน

“เอ่อ ข้าก็ยังคิดไม่ออกเลย” อิสฮานยิ้มแห้งๆ ถึงเขาจะอยู่ที่อาณาจักรฟูดินันมาสักระยะแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรในอาณาจักรอีกเยอะ ทว่าฝูงชนที่ได้ยินกลับคิดว่าอิสฮานตอบเช่นนั้นเพราะความซื่อ จึงพากันหัวเราะด้วยความเอ็นดู

ข้าเสนอว่าให้เหล่าเซนทอร์เป็นผู้ดูแลการคุมขังพวกโจรป่าเหล่านี้ทุกคนเห็นว่าอย่างไร?” วูจินกล่าวขึ้น

“ดี ให้พวกเซนทอร์ทำหน้าที่นี้”

“ใช่ๆ พวกเซนทอร์ชำนาญด้านการพิทักษ์ปกป้องดูแล พวกเขาต้องสามารถควบคุมพวกโจรไม่ให้หนีไปไหนได้”

“ข้าเห็นด้วย! ข้าเห็นด้วย”

เสียงจากฝูงชนดังขึ้นทันที ท่ามกลางการถอนหายใจอย่างโล่งอกของบรรดาโจรป่าที่รอดจากปากเหวได้หวุดหวิด

บรรดาชาวบ้านต่างก็ร้องตะโกน ส่งเสียงไชโยกันดังเซ็งแซ่ที่เรื่องร้ายกลับคลี่คลายลงได้ในที่สุด แม้จะยังจับตัวบรรดาหัวหน้ากลุ่มโจรฟูมิน และสมัครพรรคพวกที่เหลือไม่ได้ แต่พวกเขาก็เชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ก็สามารถตัดกำลังกลุ่มกองโจรกลุ่มนี้ไปได้พอสมควรและทำให้พวกกองโจรได้กล้าบุกเข้ามาอีกในเร็ววันนี้

อิสฮานเองก็รู้สึกโล่งใจด้วยเช่นกัน เขาหันไปยิ้มให้กับวานาอันที่ยิ้มตอบเขาอย่างอ่อนหวานและภาคภูมิใจเคียงข้างวูจิน ทว่าวูจินกลับยิ้มน้อยๆ ด้วยสายตาเหมือนคาดคะเนอะไรบางอย่าง

“มีอะไรหรือ ท่านปู่?!” อิสฮานขมวดคิ้ว ถามเสียงเบาอย่างลังเล
ภาพประจำตัวสมาชิก
Jinger Ginger
0
 
โพสต์: 536
Cash on hand: 0.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: @@ นิยายSMN Epi9 Chapter 11 @@

โพสต์โดย Jinger Ginger เมื่อ พุธ ธ.ค. 15, 2010 4:01 pm

“เหตุการณ์ในครั้งนี้ พวกเราผ่านพ้นมาได้ก็เพราะเจ้าแท้ๆ เชียว” วูจินพูดน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความขอบใจ “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นเด็กฉลาดหัวไว แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีความสามารถและความเป็นผู้นำถึงเพียงนี้ เจ้าสามารถโน้มน้ามและนำเด็กหนุ่มเหล่านี้ให้เข้าร่วมฝึกฝนและเรียนรู้กลวิธีต่างๆ ได้อย่าง...น่าทึ่ง” วูจินหยุดประโยคไว้เพียงแค่นั้น เพื่อดูปฎิกริยาของอีกฝ่าย

“ไม่หรอกครับ ท่านปู่”อิสฮานยิ้ม ทว่าภายในใจรู้สึกปั่นป่วนอยู่ไม่น้อย “เพราะทุกคนช่วยกันคิดช่วยกันวางแผนความสำเร็จในวันนี้เป็นความดีความชอบของพวกเราทุกคน”

วูจินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางพยักหน้า “พูดได้ดี”

“เออ...ท่านปู่?!” อิสฮาน เอ่ยขึ้นเหมือนอยากจะถามอะไรสักอย่าง แต่ก็เงียบเสียงไป เขาไม่กล้าพอที่จะถามว่าวูจินรู้สึกสงสัยหรือเคลือบแคลงใดๆ ในตัวเขาใช่หรือไม่ เขารู้สึกรักครอบครัวบันดาราจนไม่กล้าพอที่จะถาม

วูจินพลางตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ ยิ่งนานวันเข้า เขาก็ยิ่งตระหนักว่าปริศนาผู้นี้มีความลับมากมายเก็บซ่อนไว้ แม้เขาจะพยายามซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดก็ตาม แต่ก็เหมือนดวงอาทิตย์ที่พยายามซ่อนตัวอยู่หลังก้อนเมฆ ทว่าก็ไม่อาจซ่อนแสงที่เจิดจ้าของมันไว้ได้

“เอาหล่ะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ บรรดาชาวบ้านเริ่มแยกย้ายกันแล้ว เดี๋ยวพวกเซนทอร์จะเข้ามาควบคุมเจ้าพวกนี้เอง” วูจินกล่าวพลางเปิดปากหาวหวอเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนเลย

วานาอันพยักหน้ายิ้มรับพลางประคองแขนปู่ออกเดิน ทว่าอิสฮานกลับยังรู้สึกลังเลจึงยังคงยืนอยู่ที่นั่น วูจินชะงักขาก่อนจะหันกลับมา “เร็วเข้าสิ อิสฮาน”

อิสฮานได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างด้วยความโล่งใจก่อนจะรีบสาวเท้าตามไปสมทบกับสองตาหลาน



ภายในห้องบรรทมที่มืดสลัวและเหม็นอับ ข้าวของเครื่องใช้ที่หรูหราวางกองระเกะระกะและยุ่งเหยิง ผ้าม่านหลุดรุ่ยและฉีกขาด เครื่องแก้วแตกกระจายอยู่บนพื้นดูราวกับว่าเพิ่งเกิดพายุพักกระหน่ำภายในห้องบรรทมนั้นเสียงสองเสียงพูดคุยโต้ตอบกันไปมา ซึ่งเสียงหนึ่งฟังดูเกรี้ยวกราดน่ากลัว

“บัดซบ! บัดซบ!! พวกแกมัวทำบ้าอะไรกันอยู่?! ไหนว่าเป็นสุดยอดขุนพลจากนรกอย่างไรเล่า!! ทำไมถึงพลาดได้ ทำไมถึงพ่ายแพ้ยับเยินอย่างนี้ อ๊าก.....ก!!” เสียงตะโกนอย่างคลุ้มคลั่งก่อนที่ร่างทั้งร่างจะล้มฟาดลงกับพื้น และกลิ้งตัวไปมากับพื้นด้วยความเจ็บปวด “หยุดนะ! ข้าเจ็บนะโว้ย อ๊าก....ก”

ที่บริเวณต้นคอของชายเจ้าของเสียงค่อยๆ มีรอยกรีดคล้ายกับถูกมีดบาดก่อนจะมีเลือดไหลซึมออกมา เขารีบเอามือกดที่รอยเปิดนั้นด้วยมืออันสั่นเทา ส่วนมืออีกข้างก็รีบควานหาเศษผ้าเพื่อจะมากดปากแผลไว้ แต่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ใดๆ เพราะรอยแผลเปิดค่อยๆ กว้างขึ้น และเลือดสดๆ ไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

“อ๊าก......ก แกจะฆ่าข้าหรือไง!! หยุดที หยุดมันที!! ”

“จะหยุดทำไมเล่า? เจ้าไม่อยากได้พลังแล้วรึ? เจ้าอยากจะกลับไปอ่อนแอไร้น้ำยาเช่นเดิมรึ? จุ๊!จุ๊!จุ๊! ช่างน่าสมเพทจริงๆ” เสียงจากรอยเปิดที่ลำคออีกด้านดังขึ้น รอยแผลค่อยๆ ขยับขึ้นลง เหมือนเป็นริมฝีปากอีกคู่ ซึ่งรอยแรกนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นก่อนรอยแยกอีกด้านราวสี่ถึงห้าวันมาแล้ว

“แต่มันเจ็บจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว” เสียงคำรามอย่างเกรียวกราดดังรอดไรฟัน

“แน่นอน เจ้าอยากได้ของดี ก็ต้องแลกหนักๆ หน่อย...นี่ยังถือว่าเบาแล้วนะ” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง

“ข้ารู้สึกเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผ้านี่” เจ้าของเสียงรีบสะบัดมือออกนอกคอของตน และที่นั่นเอง มีดวงตาดวงหนึ่งค่อยๆ เปิดขึ้นแทนที่รอยแยกนั้น ดวงตาใหญ่กรอกกลิ้งไปมาเหมือนพยายามจะมองไปรอบๆ ห้อง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Jinger Ginger
0
 
โพสต์: 536
Cash on hand: 0.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: @@ นิยายSMN Epi9 Chapter 11 @@

โพสต์โดย Jinger Ginger เมื่อ พุธ ธ.ค. 15, 2010 4:02 pm

“หึ หึ หึ ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!” กษัตริย์เบลส เซจ หัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ “ต่อไปนี้ข้าก็สามารถจับตาดูทุกคนที่อยู่ด้านข้างนี่หรือข้างหลังข้าได้ซินะ?! ดีใจจริงๆ “

“หึ หึ หึ” เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังออกมาจากปากที่อยู่ข้างลำคอของเบลส เซจ “ข้าจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเจ้า ให้กลายเป็นผู้ที่... สมบูรณ์แบบ”

“ดีจริงๆ ดีเหลือเกิน ข้าปรารถนาเช่นนั้น” เบลส เซจ ที่กำลังหลงมัวเมากับพลังอำนาจรีบพินอบพิเนาพูด

ทันใดนั้น เสียงจากภายนอกประตูก็ดังเข้ามา

“พระอาญามิพ้นเกล้า ฝ่าบาททรงตื่นอยู่รึเปล่าพ่ะย่ะค่ะ?”

เสียงทั้งสองก็เงียบลงทันที ทว่าแม้จะทำเช่นนี้แต่ก็มีเสียงเล่าลือกันไปทั่วทั้งประสาทว่าตกกลางคืนหรือเวลาที่กษัตริย์เบลส เซจ อยู่เพียงลำพังพระองค์เดียว จะมีเสียงการสนทนาของบุคคลทั้งสองคนหรือบางครั้งก็ถึงสามคนดังแว่วออกมาเสมอ แต่หากใครเข้าไปดูภายในห้องก็จะพบว่ากษัตริย์เบลส เซจ ประทับอยู่เพียงลำพังพระองค์เดียวทุกครั้ง จนบรรดาข้าราชบริพารต่างก็คาดเดาไปต่างๆ นานา ว่าเสียงที่พูดคุยนั้นเป็นเสียงของผู้ใดกัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะคาดคะเนกันว่าเป็นวิญญาณของอดีตกษัตริย์ซาดินบ้าง บ้างก็ว่าเป็นวิญญาณผีร้ายหรือปีศาจบ้างทั้งนี้เพราะความชั่วร้ายโหดน่ารักมของกษัตรอย์เบลส เซจ ที่ยิ่งจะหนักข้อขึ้นทุกวันนั่นเอง

“มีอะไร!!” กษัตริย์เบลส เซจ ตะคอกเสียงขัดเคืองใจที่ถูกขัดจังหวะ

“มีรายงานล่าสุดจากกองทัพว่ากองทัพผีดิบพ่ายแพ้ต่อกองทัพนักบวชของฟีเลเซียอย่างราบคาบ ฝ่ายเราเสียหายอย่าง....”

“พอ! ข้าได้รับรายงานแล้ว เจ้าไปได้” กษัตริย์เบลส เซจ พูดตัดบท

“เอ๋?! แต่ข่าวเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เองนะพ่ะย่ะค่ะ” นายทหารแปลกใจ

“ข้าบอกว่า รู้แล้วอย่างไรเล่า ไสหัวไปได้แล้ว!!” กษัตริย์เบลส เซจ ตะคอก

“พะ... พ่ะย่ะค่ะ” นายทหารรีบไปทันทีเพราะเกรงว่าจะโดนอาญา

กษัตริย์เบลส เซจ เงี่ยหูฟังจนแน่ใจว่าฝีเท้าของนายทหารหายไปแล้วจึงเริ่มพูดขึ้น

“ใช่ท่านยังไม่ตอบข้าเรื่องนั้น ทำไมเราถึงพ่ายแพ้พวกมันได้ ไหนท่านบอกว่ากองทัพของเราไม่มีวันถูกพิชิตได้อย่างไรล่ะ? แต่ที่แม่ทัพของท่านบอกมา กองทัพผีถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองเลยไม่ใช่หรือไง?! ทำไม่ถึงเป็นอย่างนี้ไปได้!!” เบลส เซจ ตะโกนด้วยความคับข้องใจใช้มือฟาดลงไปกับโต๊ะใกล้ๆ จนโต๊ะหัก ตั้งแต่พระองค์ได้รับร่างใหญ่ที่แข็งแรงกำยำกว่าร่างเดิม กษัตริย์เบลส เซจก็มักจะอาละวาดทำลายข้าวของเช่นนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะเขาหลงใหลในพละกำลังที่เขาไม่เคยมีมาก่อน การทำลายข้าวของจนพังพินาศจึงช่วยตอกย้ำถึงพละกำลังที่เขามี

“ก็ข้าบอกเจ้าแล้วไง ว่าพวกมันหนะ เจ้าเหล่เพทุบายขนาดไหน พอมันสู้เราไม่ได้ ก็ไปเอาพวกนักบวชมาสู้กับเรา แล้วพวกนักบวชนั้นเอาพลังมาจากไหน...ก็จากพระเจ้าอย่างไรล่ะ! เห็นไหม...ว่าพระเจ้าจงเกลียดจงชังพวกเราขนาดไหน ขับไล่ข้ายังไม่พอ ยังทำลายความฝันของเจ้าอย่างไร้ความปราณี” ปีศาจอวารูเซจ พูดเสียงเศร้า แสดงความเห็นอกเห็นใจกษัตริย์ เบลส เซจ

“จริงซินะ ท่านพูดถูก พระเจ้าของพวกมันนั่นแหละที่ผิด พระเจ้าของพวกมันนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าพระเจ้าของพวกมันดีจริง ก็ต้องช่วยข้าสิ ช่วยข้าแล้วข้าจะได้ให้ความเคารพนับถือแต่นี่อะไร...เอาแต่ผลักไสข้า ขัดขวางแผนการของข้า ไล่ต้อนข้าเหมือนข้าเป็นเพียงมดปลวกที่ไม่สำคัญ” เบลส เซจ พูดเสียงเกรี้ยวกราด

“ใช่แล้ว มีแต่ข้าที่ดีกับเจ้า” อาวารูเซจ พูดเสียงอ่อน

“ใช่แล้ว มีแต่ท่านที่ดีกับข้า” กษัตริย์เบลส เซจคล้อยตามอย่างว่าง่าย

“ถ้าเช่นนั้นก็จงฟังข้า ข้าจะบอกวิธีให้” อาวารูเซจพูดจากปากที่ยิ้มแสยะ “จงสั่งเกณฑ์กำลังพลเพิ่มเราต้องการทหารเพิ่มมาทดแทนที่เสียไป”

“แต่ถ้าทำอย่างนั้น ประชาชนจะยิ่งไม่พอใจน่ะสิ ทุกวันนี้พวกมันก็พยายามแข็งข้ออยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว”

“เจ้าแคร์ด้วยรึ? มันเป็นหน้าที่ของพวกมันต่อต้านก็ส่งกองทัพไปปราบพวกมันสิ กองทัพต้องการวัตถุดิบทำทหารผีมีอยู่แล้ว ฮี่ ฮี่ ฮี่!” อาวารูเซจ หัวเราะอย่างชั่วร้าย

“จริงสินะ” กษัตริย์ เบส เซจทรงเห็นชอบด้วยทันที “แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่พออยู่ดี ข้าต้องการกองทัพที่ยิ่งใหญ่กว่าที่มี ข้าต้องการกองทัพจำนวนมากกว่านี้ ข้าต้องการมากกว่านี้อีก!!” กษัตริย์ เบลส เซจตะโกนลั่น

“ข้ารู้ คิดไว้แล้วว่าจะหากองทัพจากที่ไหนมาเสริมทัพให้เจ้าอีก” ปีศาจ อาวารูเซจ กระหยิ่ม ยิ้มย่อง

“จริงรึ ท่านพูดจริงรึ” ท่านเตรียมกองทัพไว้ให้ข้าด้วยรึ?” กษัตริย์เบลส เซจ พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“จริงสิ ข้าเคยโกหกเจ้าหรือไงกัน?” อาวารูเซจ พูดเสียงเหมือนจะตัดพ้อ “วันพรุ่งนี้เจ้าจงแต่งองค์ทรงเครื่องให้เรียบร้อย ข้าจะพาเจ้าเดินทางไปรับกองทัพของเจ้า”

“จริงรึ พรุ่งนี้เลย”
ภาพประจำตัวสมาชิก
Jinger Ginger
0
 
โพสต์: 536
Cash on hand: 0.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: @@ นิยายSMN Epi9 Chapter 11 @@

โพสต์โดย Jinger Ginger เมื่อ พุธ ธ.ค. 15, 2010 4:03 pm

เช้าตรู่ขบวนเสด็จของกษัตริย์เบลส เซจ ก็พร้อมจะออกเดินทาง บรรดาผู้ติดตามต่างก็ไม่มีใครรู้จุดหมายปลายทางและระยะเวลาในการเดินทางแต่ก็ไม่มีใครกล้าพอจะปริปากถาม จึงได้แต่เตรียมเสบียงอาหารไปมากที่สุดเท่าที่ตนจะสามารถขนไปได้ แต่ละคนต่างก็เลือกพาหนะที่ทนและทรหดที่สุดเท่าที่จะหาได้ ราชรถของกษัตริย์เบลส เซจถูกตระเตรียมอย่างวิจิตรและแสนสะดวกสบาย มันมีหลังคาไว้บังแสงแดดอันร้อนแรง และหน้าฉลุที่บุด้วยผ้าเนื้อแน่นเพื่อป้องกันลมร้อนที่จะหอบเอาเม็ดทรายเข้ามาภายในห้องโดยสาร ทว่าดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกพระทัยกษัตริย์เบลส เซจเท่าใดนัก เพราะทรงรีรอไม่ขึ้นราชรถเสียที

บรรดาองครักษ์ต่างก็มองไปยังนายของตน ที่ยังประทับยืนอยู่ที่บันไดขั้นบนสุด พระองค์คลุมผ้ามิดชิดทั้งตัว เห็นเพียงใบหน้าเท่านั้น แต่ที่ทำให้ทุกคนสงสัยนั้น คือการที่พระองค์ขมุบขมิบปากเหมือนพูดคุยกับใครหรืออาจกำลังท่องคาถาอะไรสักอย่าง

“สั่งให้พวกมันเปลี่ยนพาหนะเป็นนกโมฮารวมทั้งของเจ้าด้วย เจ้าต้องขี่นกไปเอง”

“ทำไมข้าจะต้องทำแบบนั้นด้วย นั่งในราชรถก็สะดวกสบายดีอยู่แล้ว” กษัตริย์เบลส เซจ เถียง

“หุบปาก แล้วฟังให้ดี ที่ๆ ข้าจะพาเจ้าไป ไอ้รถที่เหมือนรถเด็กเล่นนั้นไปไม่ได้ และเราต้องไปกันหลายที่ ข้าต้องการให้ขบวนผู้ติดตามมีความคล่องตัวมากกว่านี้”

“นี่ ท่านกำลังจะพาข้าไปไหนกันแน่?” กษัตริย์เบลส เซจเริ่มหวาดระแวงในความปลอดภัยของตนเอง

“ข้าก็อยู่กับเจ้าตลอดเวลา ยังมีอะไรที่ทำให้เจ้ากลัวได้อีกหรือ? ทำตามที่ข้าบอก แล้วเจ้าจะได้ลิ้มรสชาติแห่งชัยชนะอันหอมหวาน” ปีศาจอวารูเซจ วางเหยื่อล่อ ซึ่งก็ง่ายเหลือเกินที่กษัตริย์เบลส เซจจะรีบตะครุบ

“ได้ ได้” กษัตริย์เบลส เซจ แสยะยิ้มรีบสั่งการเปลี่ยนพาหนะทันที

เพียงไม่ถึงชั่วโมง นกโมฮาหลายสิบตัวก็มายืนประจำที่แทนพาหนะเดิม แม้บรรดาองครักษ์และนายทหารต่างก็ทำตามพระบัญชา แต่ทุกคนก็เต็มไปด้วยความสงสัย นกโมฮาไม่ใช่ว่าใครก็จะขี่กันได้ง่ายๆ แล้วคนที่ไม่มีประสบการณ์การขี่นกโมฮามาก่อนอย่างกษัตริย์เบลส เซจจะขี่ได้หรือ? ทว่าด้วยอำนาจของปีศาจอวารูเซจ การขี่นกโมฮาก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับกษัตริย์เบลส เซจ ดังนั้นเมื่อนกโมฮาของกษัตริย์เบลส เซจพร้อม พระองค์ก็ปีนหลังของมันพร้อมกับควบนำขบวนมุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่ทะเลทรายอันเวิ้งว้างทันที บรรดาองครักษ์ต่างก็รีบกระโจนขึ้นหลังพาหนะของตนควบตามไปติดๆ โดยไม่มีใครรู้จุดหมายปลายทางสักคนเดียว

หนึ่งสัปดาห์หลังจากกษัตริย์เบลส เซจ และคณะออกเดินทางจากปราสาท มาโดยแทบจะไม่หยุดพัก ที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงภูเขาไฟขนาดใหญ่กลางทะเลทรายทุกคนพากันสอดส่ายสายตาไปทั่วบริเวณ แม้แต่กษัตริย์เบลส เซจเองก็ทรงทำด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่เห็นมีกองทัพใดๆ อยู่ที่นั่น อย่าว่าแต่กองทัพเลย คนแม้สักคนก็ยังไม่มีแม้เงา

“ฝะ...ฝ่าบาท” องครักษ์นายหนึ่งทูลขึ้น”พระอาญามิพ้นเกล้า...เออ...”

“มีอะไร?!” กษัตริย์เบลส เซจเริ่มหงุดหงิดที่ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากภูเขาไฟกับทะเลทรายอันเวิ้งว้าง

“ที่นี่มันภูเขาไฟที่มีถ้ำวงกตอยู่มิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“อะไรนะ!?” กษัตริย์เบลส เซจ ทรงตกพระทัยไม่น้อยเลยทีเดียว อาวารูเซจพาพระองค์มาที่นี่ทำไมกัน “เจ้าแน่ใจรึ? อย่ามาเล่นลิ้นกับข้านะ”

“แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ เพราะกระหม่อมเคยมาที่นี่เมื่อครั้งที่...เออ...เรามากู้สมบัติในถ้ำวงกตใต้ภูเขาไฟนี่” องครักษ์จงใจละพระนามของกษัตริย์ซาดิน เพื่อไม่ทำให้กษัตริย์เบลส เซจโกรธ

กษัตริย์เบลส เซจทรงได้ยินดังนั้นก็กัดฟันกรอดรีบสาวเท้าไปให้ห่างจากบรรดาองครักษ์ทันทีเมื่อเห็นว่าไกลพอสมควรแล้วก็ระเบิดเสียงออกมาทันทีอย่างเกรี้ยวกราด

“นี่มันอะไรกัน!! ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม? คิดจะทำให้ข้ากลายเป็นตัวตลกหรือว่าอย่างไร?!”

“ใจเย็นๆ สิ ข้าเคยโกหกเจ้าหรือ? รอให้ถึงคืนนี้ก่อนเถอะ ข้าจะให้เจ้าได้พบกับกองทัพของเจ้า ฮี่ฮี่!”
ภาพประจำตัวสมาชิก
Jinger Ginger
0
 
โพสต์: 536
Cash on hand: 0.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: @@ นิยายSMN Epi9 Chapter 11 @@

โพสต์โดย Jinger Ginger เมื่อ พุธ ธ.ค. 15, 2010 4:05 pm

กษัตริย์เบลส เซจทรงได้ยินดังนั้นก็แสยะยิ้มกว้างด้วยความยินดี “คืนนี้หรือ? คืนนี้ใช่ไหม? ได้ๆ ข้ารอได้ เอ๊า! พวกเจ้าจัดแจงที่พักได้ เราจะพักกันที่นี่!!” กษัตริย์เบลส เซจทรงตะโกนสั่งบรรดาผู้ติดตาม ซึ่งทุกคนต่างก็มีสีหน้ายินดี ต่างก็คลี่ยิ้มขานรับคำผู้เป็นนายด้วยความเต็มใจ ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินจากการเดินทาง ในที่สุดก็จะได้เอนกายพักผ่อนกันเสียที เวลานี้พวกเขาไม่สนใจหรอกว่าจะมีกองทัพหรือไม่ ขอแค่ได้รีบเอนกายพักผ่อนสักนิด ก่อนที่เจ้าเหนือหัวของพวกตนจะเปลี่ยนใจทุกคนจึงต่างช่วยกันตระเตรียมที่พักให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้


ตกดึกคืนนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังหลับไหล เสียงร้องแหลมสูงของ Delirious Nightmare ก็ดังบาดลึกเข้าไปถึงในความฝันของทุกคนจนต้องสะดุ้งตื่นกระโจนออกมาจากกระโจมที่พักด้วยความตกใจ แม้แต่กษัตริย์เบลส เซจเองก็ทรงตื่นบรรทมกระโจนออกมานอกกระโจมด้วยเช่นกัน

“เมื่อตื่นกันแล้วก็ตามข้ามา กองทัพกำลังรอพวกเจ้าอยู่” กษัตริย์เบลส เซจตรัสสั่งด้วยอำนาจของปีศาจอวารูเซจ บรรดาองครักษ์จึงรีบหยิบฉวยอาวุธเสื้อเกราะเท่าที่จะสามารถ แล้วรีบตามเสด็จไปในทันที

เพียงไม่นานทั้งหมดก็เดินทางมาถึงปากถ้ำวงกต และแน่นอนว่าก็ยังไร้ร่องรอยของกองทัพที่กษัตริย์เบลส เซจกล่าวอ้างถึง กษัตริย์เบลส เซจยืนอยู่ปากถ้ำตรัสพึมพำก่อนจะพยักพระพักตร์ราวกับกำลังตรัสกับตัวพระองค์เอง ทรงหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะชูแขนและคฑาขึ้น เสียงร่ายคาถาดังกระหึ่มก้องลึกเข้าไปในถ้ำ พาลให้รู้สึกขนลุกซู่ บรรดาองครักษ์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บางคนก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่า กษัตริย์ของตนจะทำอะไรก็ถึงกับแข้งขาสั่น คฑาเริ่มเรืองแสงสาดส่องแสงสีเขียวเจิดจ้าไปทุกทิศทุกทางสิ้นเสียงการร่ายคาถาอันยาวนาน กษัตริย์เบลส เซจทรงชี้คฑาเข้าไปในถ้ำ แล้วลูกไฟสีเขียวเรืองแสงจากคฑาก็พุ่งเข้าไปในถ้ำ แสงสว่างวาบสะท้อนกับผนังถ้ำไล่ตามลูกไฟไปจนหายลับเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ ความมืดเข้าครอบครองถ้ำวงกตอีกครั้งเกิดความเงียบขึ้นแทบจะทันที ทุกคนต่างเฝ้ารอว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เพียงชั่วครู่เสียงร้องโหยหวนก็ดังก้องออกมาจากภายในถ้ำลึก เสียงร้องดังสะท้อนไปมาจนไม่อาจระบุจำนวนได้ว่ามีมากมายแค่ไหน

บรรดาองครักษ์ต่างค่อยๆ ขยับขาถอยหลังออกห่างจากบริเวณปากถ้ำด้วยความเร็วเท่าที่ขาอันสั่นเทาของพวกเขาจะเอื้ออำนวย สายตาก็พยายามสอดส่ายเข้าไปภายในถ้ำอันมืดมิดเพื่อมองหาที่มาของเสียงเหล่านั้น

กษัตริย์เบลส เซจที่ยังยืนอยู่หน้าปากถ้ำเริ่มหัวเราะร่าราวกับคนเสียสติ

“นี่แหละสิ่งที่ข้าอยากจะเห็น นี่แหละสิ่งที่ข้าต้องการ พวกเจ้าดูกันซะให้เต็มตา นี่แหละทหารใหม่ของข้า ทหารไร้วิญญาณ (Souless)ของข้า ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!”

ทันทีที่กษัตริย์เบลส เซจทรงเบี่ยงตัวออกไปพ้นปากถ้ำ ทหารผีในชุดเสื้อเกราะของซาโลมก็ค่อยๆ ทยอยกันเดินออกมาจากปากถ้ำส่งเสียงร้องดังอื้ออึงไปทั่ว

“นี่มันพวกทหารที่ตายในถ้าวงกตในตอนนั้นนี่!!” องครักษ์อดีตทหารของกษัตริย์ซาดินพูดด้วยเสียงสั่นเครือ แต่ก็ดังเพียงพอที่จะทำให้องครักษ์คนอื่นๆ ได้ยิน กลิ่นซากศพแห้งๆ โชยคละคลุ้งพาลทำให้หลายๆ คนต้องอาเจียน ทุกคนต่างรู้สึกสพึงกลัวและสยดสยองกับอำนาจลึกลับของกษัตริย์เบลส เซจ ที่ดูเหมือนจะมากล้นเกินมนุษย์ธรรมดา ก็ใครกันเล่าจะสามารถปลุกซากศพหลายร้อยหลายพันให้มีชีวิตขึ้นมาได้ในคราวเดียวเช่นนี้

“พวกเจ้า!!” กษัตริย์เบส เซจตรัสพลางหันมาทางเหล่าองครักษ์ “พรุ่งนี้จงเตรียมตัวให้พร้อม ยังมีอีกหลายกองทัพที่รอเราอยู่ ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!” กษัตริย์เบลส เซจทรงหัวเราะเสียงดังลั่น พลางมองบรรดาทหารไร้วิญญาณที่ยังคงทยอยเดินออกมาจากถ้ำอย่างไม่ขาดสาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
Jinger Ginger
0
 
โพสต์: 536
Cash on hand: 0.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)


ย้อนกลับไปยัง Summoner Novel

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน