Welcome Guest: เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก วันเวลาปัจจุบัน อังคาร ต.ค. 17, 2017 9:43 pm

หน้าเว็บบอร์ด Wiser Summoner Novel Song of Soprana

อ่านนิยาย Summoner Master Episode 8 Dividing of 4 Kingdoms ได้ที่นี่

Moderator: Jinger Ginger


Song of Soprana

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อังคาร มี.ค. 28, 2017 11:28 pm

Song of Soprana

Prelude

ประเทศ Soprano อาณาจักรแห่งคีตราชาและการดนตรี ประเทศที่จรรโลงสันติสุขแห่งประชาชาติด้วยเพลงศักดิ์สิทธิ์ นอกจากจะเป็นประเทศที่สวยงาม และอุดมสมบูรณ์ ยังมีโรงละคร โรงอุปรากร สถาบันการดนตรี ที่มีอยู่มากมาย สุนทรียรมณ์ทางการดนตรีมีอยู่ในหัวใจของประชากรทุกผู้ในประเทศนี้ ตั้งแต่ประชาชนคนเดินดินธรรมดาไปจนถึง กษัตริย์ผู้ปกครองประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นคีตราชา

รูปภาพ

ราวปีที่ 300 แห่งรัชสมัยราชวงค์ AMADEUS ที่ประเทศ Soprano ได้พบวิกฤตการณ์ที่เกือบสิ้นชาติ และเกิดประวัติศาสตร์การกู้ชาติของกษัตริย์เดวิทมหาราช และเหล่าผู้ปลดปล่อย ซึ่งจารึกเป็นประวัติศาสตร์แห่งวีรบุรุษและวีรสตรีเล่าขานแก่ชาวประชาทั่วแดน

วันเวลาอันสงบสุขของ ประเทศ Soprano ผ่านมายาวนาน129ปี ในรัชสมัย คีตราชา โจฮาน(Johann)พระชนมายุ75พรรษา ได้ทรงประชวรอย่างหนัก ในเวลานั้น เกิดโกลาหลในเวียงวังและเหล่าขุนนางเป็นอันมากอันเนื่องมาจากข่าวลือมากมายว่าอาจเกิดการก่อกบฎแย่งชิงอำนาจ เพราะสถานะของเจ้าชายอเดลเบริ์ทผู้เป็นรัชทายาทดูเหมือนไม่เหมาะสมที่จะครองราชย์ตามกฎมณเฑียรบาลแต่เดิมของประเทศ Soprano ที่กษัตริย์ต้องรักษาความบริสุทธิ์ของการสมรสอย่างเคร่งครัด

เจ้าชาย อเดลเบริ์ทนั้น เป็นชายผู้รักสนุก และชอบการชื่นชอบในเรือนร่างของอิสตรีเป็นอันมาก มีข่าาวร่ำลือเกี่ยวกับการมีนางบำเรอหลายคนซุกซ่อนที่นั่นที่นี่ตั้งแต่ยังเป็นเจ้าชาย อีกทั้งการหย่าร้างกับพระชายาองค์เดิม และแต่งงานใหม่ ด้วยเหตุผลที่อ้างว่าไม่มีพระโอรสให้พระองค์

ในช่วงที่กษัตริย์ โจฮานประชวรนั้นเอง อัครมหาเสนาบดีชรา มาร์กเซ็น (Marxsen) ผู้ที่ลูกชายของเขาคือแม่ทัพของกองทหารแห่ง Soprano เป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุด ได้แผ่แสนยานุภาพและอิทธิพลทางการเมืองอย่างเต็มที่ เกิดการเสียชีวิตอย่างประหลาดของบรรดาศัตรูทางการเมืองของเขา และเหล่้าขุนนางได้แบ่งฝักฝ่าย โยกย้ายข้างกันอุตลุตวุ่นวาย และในช่วงเวลานั้นเองพระชายาองค์ปัจจุบันของเจ้าชายอเดลเบริ์ท เกิดสิ้นพระชนม์อย่างมีเงื่อนงำ จากนั้นทรงตั้งพระชายาองค์ใหม่ ผู้เป็นอดีตนางกำนัลของพระชายาองค์ก่อนซึ่งก็ร่ำลือกันว่าทรงลักลอบมีความสัมพันธ์กับเจ้าชายมานานแล้ว และบุคคลรอบข้างตลอดจนผู้เกี่ยวข้องกับข่าวลือเรื่องรักใคร่ของพระองค์ในอดีตบางคนก็หายสาปสูญไร้ร่องรอย รวมทั้งเหล่าขุนนางบางคน ที่ว่ากันว่ากระด้างกระเดืองและไม่สนับสนุนการขึ้นครองราชย์ของเจ้าชาย หรืออาจก่อกบฏ ก็ล้มตายอย่างประหลาด

ผู้คนซุบซิบกันว่า เหล่าเสนาอำมาตย์ ผู้มีอำนาจในกรมวัง ต้องรีบจัดการสถานะการสมรสของเจ้าชาย ให้เหมาะสมกับการขึ้นครองราชสมบัติ โดยร่ำลือว่า อัครมหาเสนาบดี มาร์กเซ็น ต้องการสร้างฐานอำนาจของตนต่อไปในกษัตริย์องค์ใหม่คือผู้อยู่เบื้องหลังการเก็บกวาดนี้

หากแต่หามีใครเฉลียวใจหรือล่วงรู้ไม่ว่า มาร์กเซ็น ได้หยิบยืมความช่วยเหลือจากสิ่งที่ไม่ควรปลุกมันให้กลับมามีชีวิตในโซปราโนอีก ฝูงอีกาดำ ร้องโหยหวนในวันสวรรคตของพระราชาองค์เดิม และการขึ้นครองราชย์ของราชาองค์ใหม่ สร้างความฉงนให้ผู้คนแต่ไม่มีใครกล้าคิดว่ามีใครที่บ้าหรือโง่พอที่จะยืมความช่วยเหลือของปีศาจในตำนานดึกดำบรรพ์ ที่ถูกผนึกไว้ถึงสองครั้งสองครา แต่เมื่ออำนาจบังตาการแก่งแย่งสิ่งที่ต้องการเฉพาะหน้าก็ทำให้หูหนวกตาบอดโดยไม่คาดคิดว่าจะทิ้งความหายนะระยะยาว

แท้จริงการปลุก Malcornix มหาปีศาจแห่งบรรพกาล เพื่อใช้งานกวาดล้างเสี้ยนหนามของ มาร์กเซ็น ก็อาจมาจากการประเมินค่าปีศาจตนนี้ต่ำเกินไป การที่มันเคยถูกผนึกถึง2ครั้งทำให้เสนาบดีเฒ่าคิดว่าตนเองก็จะผนึกมันได้เช่นกันหลังจากใช้งานเสร็จ แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะโง่เง่าพลาดท่าแบบเดียวกันได้ถึง3ครั้ง ในครั้งนี้ปีศาจแห่งบาปที่หนุนหลังมันไม่ใช่เพียงแต่ปีศาจแห่งบาปตัณหาอย่างคราวของเดวิท แต่ความโกรธแค้นของมันได้ดึงดูดปีศาจแห่งบาปอีกตนหนึ่ง Pecca Ira เข้ามาร่วมในการสร้างหายนะครั้งใหม่
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1339
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Song of Soprana

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อาทิตย์ เม.ย. 16, 2017 9:29 pm

ในเวลานี้ มาร์กเซ็น กุมอำนาจอยู่เบื้องหลังพระราชาองค์ใหม่ แต่ก็ตีสองหน้า พูดถึงความจงรักภักดี และคอยกว่าหาฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของตนว่าเป็นกบฏต่างๆนาๆเพื่อให้ตนเองดูเป็นคนดี แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อ เพราะความชั่วกองพะเนินอยู่นั้นไม่อาจกลบมิดได้ด้วยลมปาก แม้จะมีความหวาดกลัวกระจายไปทั่ว แต่ก็มีข่าวร่ำลือในอีกด้านว่า มาร์กเซ็นต่างหากที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฎกรรมต่างๆ ซึ่งแพร่ออกมาเหมือนควันจางๆที่แทรกซึมกระจายทั่วไปในอากาศ การปราบปรามปิดปากก็เพิ่มความรุนแรงขึ้น จนที่สุด เมื่อผู้คนจำนวนมากเริ่มร่ำลือข่าวใหม่ว่า มีการพบเห็นปีศาจอีกาในตำนานโบราณ ปรากฎกายในที่ต่างๆซึ่งเกิดคดีที่มีผู้เสียชีวิตอย่างลึกลับ ในเวลาไม่นาน มาร์กเซ็น ก็ออกแถลงการณ์ เรื่องการปรากฎตัวของปีศาจตนนี้ และใช้นักบวชในสังกัดของตน อวดอ้างฤทธิ์เดชว่า ได้รับนิมิตจากสวรรค์ว่า ปีศาจอีกานั้นได้ปรากฎตัวเพื่อล้มล้างราชบัลลลังค์ และถูกใช้งานโดยฝ่ายกบฎ

แต่แทนที่จะมุ่งเน้นปราบปีศาจ มาร์กเซ็น กลับสั่งไล่ล่าไล่จับ และยัดข้อหาผู้คนที่ต้องสงสัยว่าเป้นกบฎ เพียงแต่มีขนอีกาสักเส้นในบ้าน ผู้นำชุมชนบางคนก็ถูกจับข้อหาสมคบคิดกับปีศาจ และถูกวิสามัญฆาตกรรมโดยไม่มีการสอบสวน ในเวลานี้ ข่าวลือและข่าวลวงอันสับสนในเรื่องปีศาจอีกาสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนไปทั่วประเทศ และนั่นยิ่งทำให้ มาร์กเซ็น ผู้กุมอำนาจกลายเป็นผู้ที่ประชาชนรู้สึกว่า จำเป็นต้องมีผู้นำทางทหารที่เด็ดขาดและเก่งกาจ เพื่อให้ความสงบสันติกลับมาโดยเร็ว


รูปภาพ

Red Griff Army

กองทัพประชาชนที่เคยช่วยคณะของเจ้าชายเดวิทปลดปล่อยประเทศจากการปกครองของนางเยซาเบล ปัจจุบัน เป็นกองทหารหน่วยรบพิเศษ ซึ่งขึ้นตรงกับกษัตริย์ จากอดีตที่ผ่านมา จนถึงวาระนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคมืดมนของเหล่าอัศวินเรดกริฟ เพราะการพยายามแทรกแซงเข้ามาปกครองและมีอำนาจเหนือกลุ่มอัศวินพิเศษนี้ ของ มาร์กเซ็น ทำให้เกิดการโยกย้ายและขับไล่อย่างไม่เป็นธรรม จนเกิดการหวาดระแวงแทรกซึมว่า อัศวินคนใดในหน่วยรบอันทรงเกียรตินี้ เข้าฝ่ายกับมาร์กเซ็น หรือตั้งตัวเป็นศัตรูบ้าง

ในเวลาแห่งความยากลำบากอยู่นั้น กลางจตุรัสซิมโฟเนี่ยน มีเด็กนักดนตรีเร่รอนคนหนึ่ง ผู้ร้องเพลงเล่าเรื่องราวต่างๆ ก็ได้ร้องเพลงเก่าแก่โบราณ เล่าถึงการอาละวาดของปีศาจดึกดำบรรพ์ และวันที่มันถูกจองจำ โดยคณะลูกขุนผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 และร้องเพลงบทใหม่ เรื่องราวของการช่วยเหลือของพวกเธอต่อคณะเจ้าชายเดวิท เมื่อเพลงจบลง ตำนานเรื่อง สตรี3คนผู้มีชีวิตอมตะ และเคยพิพากษาปีศาจตนนี้ด้วยมนต์เพลงมหัศจรรย์ และอยู่เบื้องหลังการจัดการปีศาจตนนี้ในยุคของเจ้าชายเดวิท ก็ร่ำลือไปทั่วประเทศ ราวกับพายุแห่งความหวัง หากแต่ว่าพวกเธอมีตัวตนจริงหรือเป็นเพียงตำนาน เพราะไม่มีใครพบเห็นพวกเธอ หรือได้ยินข่าวคราวของพวกเธอมานานแล้ว นอกจากคำยืนยันของผู้เฒ่าผู้แก่ หรือผู้ที่อ้างว่าเคยพบเห็นหญิงสาว3คนในป่าลึก แต่ต่อให้มีชีวิตอยู่หรือหาเจอ เหล่า คณะลูกขุนผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 จะยอมช่วยเหลือการปราบปีศาจหรือไม่ แต่นี่ก็คือแสงแห่งความหวังที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

และหน่วยอัศวิน เรทกริฟ จึงได้เรียกประชุมภาคีอัศวินวาระด่วน เพื่อเตรียมปฏิบัติภารกิจใหม่ การตามหา 3สตรีผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อการขจัดมารดึกดำบรรพ์ศัตรูเก่าแก่ของพวกนาง
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1339
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Song of Soprana

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ ศุกร์ เม.ย. 28, 2017 7:17 pm

มีไม่กี่คนในหน่วยรบพิเศษเรดกริฟ ที่จะรู้ว่ามีหน่วยลับที่ชื่อว่า สกาเลทวิง อยู่ด้วย หน่วยงานนี้เหมือนเป็นเงาใต้ปีกอันกว้างใหญ่และสง่างามของหน่วยเรดกริฟ ที่มีหน้าที่อันทรงเกียรติต่างๆ แต่งานอันเป็นทางลับ หรือภาระกิจสายมืดที่ไม่สง่างามในสายตาผู้คน ที่บางครั้งต้องลับแม้แต่คนในหน่วยก็ไม่อาจให้ล่วงรู้ จะตกเป็นหน้าที่ของ สกาเลทวิง ไม่มีใครรู้ว่าสกาเลทวิงมีกี่คน และแม้แต่มีจริงหรือไม่ เพราะหน่วยงานนี้ คืองานสายลับ หรืออาจเป็นจารชน ผู้สังกัดหน่วยงานนี้ไม่มีเครื่องแบบหรือชุดเกราะติดตราสัญลักษณ์ พวกเขาปะปนในหมู่ชาวบ้าน อาจเป็นสาวจืดๆใส่แว่นสักคน อาจเป็นชายขี้เมาที่คอยฟังคนคุยกันในบาร์เหล้า หรืออาจแฝงตัวเป็นสมาชิกกองโจรเพื่อเป็นสายให้ทางราชการ และในครั้งนี้การตามหาสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่รู้มีตัวจริงหรือเป็นเรื่องเล่า ที่หน่วยเรดกริฟถูกมอบหมายให้ทำ ฉากหน้านั้นหน่วยทหารออกตามหาและสืบข่าว แต่ในทางลับที่ทำงานคู๋ขนาน การสืบเรื่องลึกลับของอีกาว่ามาปรากฎตัวจริงไหม เพราะจนบัดนี้ ยังไม่ชัดแจ้งว่า ปีศาจอีกาทำสิ่งต่างๆเพื่อจุดประสงค์ใด และมีใครอยู่ฝ่ายมันกันแน่ อีกทั้งหน้าที่ตามหาสตรีลึกลับผู้รู้วิธีสยบมัน แต่พวกนางกลับหายตัวจากการรับรู้ของผู้คนนับร้อยปี หน้าที่ทางลับจึงตกเป็นหน้าที่ของหน่วยสกาเลทวิง


อารามมาร์เธอร์ออฟยูนิเวริ์ส

ไม่ช้าไม่นานด้วยผลงานที่ว่ากันว่ามาจากการสืบของสกาเลทวิง ก็พบว่าเรื่องราวของสตรีทั้ง3 เคยปรากฎขึ้นครั้งล่าสุด เมื่อ60ปีก่อน ในงานค้นคว้าของเหล่าซิสเตอร์แห่งอารามมาร์เธอร์ออฟยูนิเวริ์ส ในเมืองริเวอร์วอยส์ อันเป็นชนบทของ ประเทศโซปราโน ซิสเตอร์อะเดลผู้รับมอบหมายจากแม่อธิการให้ศึกษา เรื่องราวบันทึกในอดีต หลักฐานเอกสารทั้งหมด เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของปีศาจต่างๆในโซปราโน และเรื่องราวของปีศาจอีกาดำก็เป้นหนึ่งในเรื่องราวที่ซิสเตอร์อะเดล ได้บันทึกอย่างละเอียด ที่ยิ่งไปกว่านั้น ซิสเตอร์ได้พบเจอกับเหล่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ทั้ง3 ทั้งได้สนทนาถึงความเป็นมาเป็นไปของพวกเธอ สาเหตุที่พวกเธอต้องมีชีวิตอยู่ยาวนานนับพันปี เพื่อคอยต่อกรกับปีศาจอีกา เรื่องราวในอดีตแต่ดึกดำบรรพ์ได้เปิดเผยขึ้น ถูกบันทึกเป็นหนังสือ The Chronicle of Justice Jury
รูปภาพ


The Chronicle of Justice Jury

เรื่องราวของปีศาจกา เริ่มเมื่อมนุษย์กลุ่มแรกเดินทางอพยพเข้ามาในดินแดนนี้ พวกเขาเริ่มตัดถางป่าเพื่อเพาะปลูกและสร้างเมือง ในบริเวณนี้มีกาคู่หนึ่งอาศัยอยู่ กาตัวผู้นั้นมีความเฉลียวฉลาดกว่ากาทั่วไป มันได้กินเนื้อจากซากศพของหมอผีคนหนึ่งที่ตายอยู่กลางป่า และฤทธิ์ของเวทย์มนต์ที่ซึมแทรกอยู่ได้ทำให้มันมีความฉลาดและความรู้สึกนึกคิดมากขึ้นและพลังมนต์ดำก็แฝงอยู่ในตัวมัน วันหนึ่งมันได้ไปพบหัวหน้าของชาวบ้าน เพื่อทำข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันของมันกับชาวบ้าน เนื่องจากตอนนี้คู่ของมันได้ทำรังและออกไข่ในป่าใกล้ชุมชนนั้น หัวหน้าหมู่บ้านยินยอมและได้ขอความช่วยเหลือจากมันในการให้มันช่วยนำสมุนไพรจากยอดเขาที่อยู่ห่างไปไกลเพื่อมารักษาอาการป่วยของลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งหากใช้คนไปค้นหาอาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ซึ่งอาจไม่ทันกาล แต่ถ้าเป็นการบินไปค้นหาโดยอีกาอาจกลับมาได้ใน3วัน ซึ่งอีกายอมตกลง

แต่ทว่าในวันที่3 ขณะมันกำลังบินกลับมานั้นเอง มันเห็นกลุ่มควันจากใกล้หมู่บ้าน มันรีบบินกลับไปอย่างร้อนรน ปรากฎว่า ได้มีชาวบ้านมักง่ายบางคน เผาหญ้า และตอพืช เพื่อเตรียมดินเพาะปลูก จนไฟได้ลามไหม้ป่า แม้จะพยายามดับกัน แต่ก็เกินกำลังชาวบ้าน กว่าไฟป่าจะดับลง คู่ของมันและลูกที่เพิ่งออกจากไข่ตายในกองเพลิงนั้น มันจึงเกิดความโกรธมาก มากจนกลายเป็นความเกลียด และที่สุดกลายเป็นความแค้น มันนำสมุนไพรพิษไปให้ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านแทน และเมื่อเธอตายหัวหน้าหมู่บ้านก็เกิดความโกรธ จนกลายเป็นความแค้น ไล่ตามล่ามัน จนวันหนึ่งมันถูกธนูของนักล่าแทงทะลุดวงตาตกลงมาตาย ก่อนจะตายความเคียดแค้นของมันต่อมนุษย์ก็ลุกโพลงขึ้น ปลุกไสยมืดที่แฝงในตัวของมัน จิตอันแรงกล้าและมืดดำของมันถูกดึงดิ่งลงไปยังขุมนรกและได้ทำสัญญากับปีศาจ บาปแห่งความโกรธเกรี้ยว ว่ามันจะจองเวรลูกหลานของมนุษย์กลุ่มนี้ไปตลอดกาล และมันจะทำให้มนุษย์กลุ่มนี้สูญหายไปจากแผนดินนี้ให้ได้

66ปีต่อมา เมื่อปฐมกษัตริย์แห่งโซปราโนสถาปนาราชวงศ์ ขึ้นปกครอง การปรากฎของปีศาจอีกาที่คอยรังควานประเทศนี้ก็เกิดขึ้นหลายครั้ง พระราชาและกองทัพต่อสู้ปะทะกับปีศาจตนนี้ เมื่อขับไล่มันได้หรือกำหราบมันลงได้ชั่วคราวไม่นานมันก็จะกลับมาโดยโกรธแค้นมากกว่าเดิม จนประชาชนอ้อนวอนต่อสวรรค์ขอการช่วยเหลือให้พ้นจากอำนาจปีศาจ พระราชินีก็ได้รับนิมิตในความฝันคืนหนึ่งจากทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ประเทศโซปราโนว่า เรื่องนี้เกิดจากบรรพบุรุษของชาวเมืองนี้ที่สร้างโศกนาฐกรรมแห่ง ความโกรธ ความเกลียด ความแค้น และการอาฆาตจองเวรขึ้นมา ดังนั้น สวรรค์จะใช้ ธิดาแห่งโซปาโน ลูกสาวของประชาชนโซปราโนเองที่จะมาสยบปีศาจตนนี้ และพวกเธอต้องเอาชนะบาปเดิมที่บรรพบุรุษของเธอได้ก่อไว้ หญิงสาวสามคน จะเอาชนะ ความโกรธ ความเกลียด ความแค้น เพื่อเธอจะเป็นพลังด้านตรงข้าม เป็นลูกขุนผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่จะสยบมารตนนี้ ผู้จะแพ้ทางพวกเธอตลอดไป
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1339
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Song of Soprana

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ อาทิตย์ พ.ค. 28, 2017 2:31 am

รูปภาพ

Justitia, the Jury of Holy

ธิดาแห่งโซปราโน่คนแรกที่ก้าวเข้าสู่วิถีทางของสตรีศักดิ์สิทธิ์ ชื่อเดิมของเธอคือ คาเร็น ครอบครัวเป็นช่างไม้ธรรมดา เธอกับสามีมีลูกที่น่ารัก2คน พวกเขาอยู่อย่างเรียบง่ายและมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งที่ตลาด ข้างบ่อน้ำมีเด็กชายผิวเข้มผมแดงเล่นพิณเล่าเรื่องราวของปีศาจกา และการเคียดแค้นจองเวรของมันต่อชาวโซปราโน่ เป็นเพลงเศร้าสลดอย่างมาก เธอรู้สึกจับใจในเสียงเพลง ยืนมองเคลิบเคลิ้ม แล้วราวกับจินตนาการของเธอก็โลดแล่นตามเพลงนั้น เธอเห็นภาพในหัวของเธอราวกับอยู่ในเหตุการณ์จนเธอน้ำตาคลอไหลเอ่อขึ้นมา แล้วเธอก็ถูกดึงกลับมาสู่โลกความจริงอย่างฉับพลัน เมื่อเด็กคนนั้นร้องจบและหันมาถามเธอว่า "คุณนายครับ ถ้าท่านเป็นปีศาจตัวนั้นท่านจะแก้แค้นชาวเมืองเช่นที่มันทำไหม" คาเร็นรู้สึกตกใจ มันเป็นคำถามที่เธอตอบยากมากจริงๆ เธอก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร ลูกสาวของเธอก็พอดีวิ่งออกมาจากร้านขนมมาดึงเธอกลับบ้านเธอหันไปยิ้มให้ลูกสาวและเมื่อเธอหันกลับไปก็ไม่เห็นเด็กผมแดงคนนั้นเสียแล้ว

2วันต่อมา ภัยพิบัติอันร้ายแรงก็เกิดขึ้น ปีศาจกาบุกโจมตีหมู่บ้านของเธอ ในการต่อสู้กันของเหล่าทหารและปีศาจ ในเวลานั้น คาเร็นไปซักผ้าที่แม่น้ำ เธอเห็นเปลวไฟไหม้หมู่บ้านและเสียงผู้คนหวีดร้อง เธอรีบวิ่งกลับบ้าน มีบางคนวิ่งหนีเอาตัวรอดสวนทางมา เธอถามถึงครอบครัวของเธอ แต่ทุกคนต่างวิ่งเอาชีวิตรอด ระหว่างทางเธอเห้นศพผู้คนบางคนล้มตายอยู่ และเมื่อเธอไปถึงปีศาจกาได้ละหนีไปแล้ว จากกองทัพของทหารและผู้มีพลังเวทย์ที่ส่งมา แต่ทว่า สามีและลูกของเธอเสียชีวิตไปแล้ว คาเร็นหัวใจแตกสลาย เธอกลับไปที่แม่น้ำ และทิ้งร่างของตนลงไปในแม่น้ำ

ในขณะที่เธอกำลังจะหมดลมหายใจ มีเด็กชายในชุดยาวสีขาวขลิบลวดลายสีฟ้าแซฟไฟร์ ว่ายเข้ามาใกล้แต่ไม่เหมือนว่ายเหมือนเขาลอยเข้ามาจะถูกต้องกว่า ภาพที่เหมือนความฝันนั้นคืออะไร ตอนนี้คาเร็นก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในน้ำหรือในอากาศ และเธอไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหายใจสำลักน้ำแต่อย่างใด เธอบอกไม่ถูกว่าตอนนี้เธอหายใจได้ปกติ หรือที่จริงไม่ได้หายใจแต่ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้กันแน่

แต่ตอนนี้ในใจที่แตกสลายของเธอนั้น ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด โกรธแค้น และรู้สึกถึงความอยุติธรรมอย่างมาก และเกิดคำถามว่าทำไมเมื่อเธอต้องการจะตายไปกับครอบครัวของเธอ เธอกลับไม่ได้รับอนุญาตนั้นอีก และถ้าพระเจ้ามีจริงทำไมไม่กำจัดปีศาจนั้นและช่วยครอบครัวของเธอเสีย เด็กชายในชุดสีฟ้าพูดกับเธอว่า ด้วยความรู้สึกของท่านข้าพเจ้ารู้ดี ดังนั้นอาศัยใจที่เจ็บแค้นและแหลกสลายของท่าน ข้าพเจ้ามาจากสวรรค์จะมอบอาวุธทรงอานุภาพที่จะพิฆาตทุกสิ่งได้ แล้วเด็กคนนั้นก็เนรมิตหอกด้ามหนึ่ง เป็นหอกยาวสีทองปลายของมันเป็นผลึกซัฟไฟร์ เมื่อคาเร็นจับหอกนั้น ราวกับการสื่อสารของหอกนั้นส่งสารมาถึงเธอโดยตรง เธอได้รู้ว่า หอกนี้เคยเป็นอาวุธของกษัตริย์องค์หนึ่งมาก่อน และในครั้งนั้นปลายของมันยังไม่ได้เป็นผลึกเช่นนี้ (แต่เราจะขอละการเล่าถึงประวัติของมันไว้เท่านี้ก่อน) จากนั้นเธอรู้ว่าหอกนั้นทรงอานุภาพตามความรู้สึกทั้งดีร้ายของคน และในเวลานี้ ด้วยความโกรธแค้นและโศกเศร้าของเธอ หอกนี้จะทรงอานุภาพมาก เธอเห็นนิมิตว่าเมื่อเธอใช้มันฟาดใส่ปีศาจกามันจะรุนแรงมากจนภูเขาสลายไปถึง7ลูก และมันรุนแรงถึงขนาดพินาศครึ่งทวีป ป่า ชีวิตคนและสัตว์และบ้านเมืองเมืองหายไป แล้วเด็กคนนั้นก็ถามกับเธอว่า ท่านจะไปแก้แค้นปีศาจเมื่อใด

คาเร็นลังเลที่จะตอบ เธอเข้าใจทันทีว่าเธอจะสามารถใช้อาวุธนี้ฆ่าปีศาจอีกาได้แน่นอน เพราะเธอจะสลายมันและครึ่งทวีปไปกับมันด้วย แล้วเด็กคนนั้นก็พูดกับเธอว่า "การทำสิ่งใดด้วยอารมณ์อันมืดมนนั้น ต่อให้เป็นสิ่งดีก็ต้องแลกกับอะไรมากมาย และความสำเร็จอันเกิดขึ้นชั่วคราวนั้นย่อมแลกมาด้วยความเลวร้ายอันถาวร" แล้วเธอก็เข้าใจว่า ทางเดียวที่เธอจะใช้อาวุธนี้โดยไม่มีผลกระทบเกินไป เธอจะขจัดความโกระเกลียดเคียดแค้น และใช้มันด้วยใจที่สงบสันติ และเมื่อเธอเดินทางไปถึงจุดนั้น ใจของเธอจะสงบสันติเสียจนไม่ปราถนาจะฆ่าใครหรือแก้แค้นใครอีกต่อไป

เมื่อเด็กคนนั้นขยับเข้ามาข้างตัวเธอคราวนี้เธอสังเกตเห็นว่า นอกจากชุดยาวสีขาวของเขาจะมีขลับลายสีฟ้าแล้ว เขายังมีปีกสีขาวปลายปีกสีฟ้าอยู่ข้างหลังด้วย เขายื่นขอเสนอแก่เธอ ที่จะมีเวลาแห่งการบำเพ็ญเพียรอันยาวนาน นานจนนิรันดร์ก็ได้ตราบเธอต้องการ เพื่อเธอจะสยบความโกรธ ความเกลียด เคียดแค้น ที่กัดกินจิตใจของเธอ จนกว่าเธอจะพร้อมใช้อาวุธอันรุนแรงนี้ เธอจึงได้ชื่อใหม่ Justitia และเป็นธิดาแห่งโซปราโน่คนแรกที่ก้าวสู่วิธีชีวิตอันมหัศจรรย์นี้
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1339
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Song of Soprana

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ เสาร์ มิ.ย. 17, 2017 6:58 pm

Justicia, the Jury of Holy

ซีลีนเป็นลูกสาวของพ่อค้าที่ร่ำรวย แต่ในเวลานี้เมื่อพ่อของเธอเสียชีวิตไป แม่ของเธอจึงต้องการให้เธอแต่งงานกับครอบครัวของคนร่ำรวยหรือชนชั้นสูงเพื่อรักษาสถานะของครอบครัว แต่กระนั้น ซีลีนกลับมีความรักกับนักแสดงละครเวทีหนุ่ม เลียวนาร์ดมีความฝันที่จะเป็นซุปเปอร์สตาร์ของวงการแม้เวลานี้เขาจะยังอยู่ในฐานะตัวประกอบบ้าง และมีบทรองบ้าง แต่เขาก็ยังคงไม่ละทิ้งความฝัน สำหรับซีลีนที่ถูกคาดหวังต่ออนาคตในเรื่องธุรกิจการค้าและเงินทอง เธอจึงหลงรักชายที่มีความฝันคนนี้ แม่ของเธอด่าว่า นี่มันไม่ใช่ความหวังหรือความฝัน มันแค่ความฝันลมๆแล้งๆของพวกศิลปินที่ละเมอเพ้อพก และกีดกันเธอจากเขา แต่นั่นกลับยิ่งผลักดันในเธอดื้อดึงแอบนัดพบกับเลียวนาร์ด หนังสือนิยายรักที่เธออ่านเกี่ยวกับเรื่องความรักต่างชนชั้นต่างๆ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าต้องดื้อดึงและต้องต่อสู้เพื่อให้สมหวังกับความรักนี้ให้ได้

แล้ววันหนึ่งในห้องสมุดเธอก็พบหนังสือเก่าที่รวมเรื่องตำนานเก่าแก่ต่างๆของโซปราโน่ ซึ่งมีตำนานเรื่องปีศาจกา และชีวิตรันทดของมันเขียนไว้ด้วย ด้วยความที่เธอเป็นนักอ่านเรื่องราวความรักโรแมนติกทุกรูปแบบ เธอเกิดความรู้สึกสงสารปีศาจตัวนี้ขึ้นมาวูบหนึ่งแม้ใครๆจะหวาดกลัวมัน เพราะเรื่องราวนั้นก็จัดเป็นโศกนาฎกรรมความรักอันหนึ่งสำหรับเธอ แล้วเธอก็อ่านพบเรื่องราวของหญิงสาวผู้น่าสงสารคนหนึ่งครอบครัวของเธอโดนปีศาจกาดำทำลายแต่แล้วหญิงคนนี้กลับปรากฎตัวเสมอๆในที่ซึ่งปีศาจกาอาละวาด และต่อสู้ให้มันล่าถอยไป และการโจมตีของปีศาจกาก็น้อยลง ผู้คนสงบสุขขึ้น แต่ก็ไม่เคยมีใครรู้ว่าหลังจากนั้นเธอหายตัวไปไหน และการที่เธอคอยขัดแข้งขัดขามันมานานหลายสิบปี ดูเหมือนเธอไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย จึงร่ำลือกันว่าเธอเป็นวิญญาณที่ตามมาอาฆาตปีศาจกา บ้างก็ร่ำลือว่า เธอเป็นนางฟ้าจำแลงกายมา บ้างก็ว่าอาจมีผู้หญิงที่ทรงพลังแบบนี้หลายคนแต่ผลัดกันมาแล้วผู้คนเข้าใจไปว่าเป็นคนเดียวกัน สำหรับซีลีนแล้วเธอรู้สึกอยากเห็นผู้หญิงคนนี้สักครั้งเหมือนกัน แต่นั่นหมายถึงเธอต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ปีศาจกาอาละวาด ซึ่งเธอคิดว่าไม่เกิดกับตัวเองจะดีกว่า จากนั้นเมื่อเธออ่านนิยายรักเรื่องอื่นเธอก็เริ่มลืมเลือนความรู้สึกนี้ไปและไปหมกมุ่นกับความคิดที่จะครองรักให้สมหวังให้ได้

ทั้งหนีงานหมั้น พังงานแต่ง และวีรกรรมต่างๆ ที่เธอก่อ ที่สุดทำให้แม่ของเธอยอมแพ้และยอมให้เธอได้คบหากับเลียวนาร์ด ทั้งสองวางแผนไว้ว่าจะทำให้แม่ยอมรับโดยเลียวนาร์ดจะยอมเข้ามาเรียนรู้เรื่องธุรกิจต่างๆเพื่อจะสามารถแต่งงานกับเธอ ทั้งสองใช้ความพยายามและฝ่าฟันสิ่งต่างๆมากมาย ทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ผ่านไป5ปี จนวันแต่งงานของทั้งสองก็มาถึง

Sanctuary

ในเวลาแห่งความสุขที่กำลังมาถึง เจ้าบ่าวกำลังรอเจ้าสาวของเขาในโบสถ์ พร้อมแขกเหรื่อที่มาร่วมพิธี เจ้าสาวและมารดาของเธอกำลังรอยู่ที่หน้าโบสถ์เพื่อรอเวลาที่แม่จะส่งตัวเจ้าสาวเข้าพิธี ทันใดนั้น ทหารกลุ่มหนึ่งทั้งวิ่งและควบม้า มายังโบสถ์ ทุกคนล้วนบาดเจ็บโดยไม่ทันสังเกตว่าขณะนี้โบสถ์กำลังมีพิธีอะไร พวกเขาถลันเข้าไปในโบสถ์และร้อง "ปีศาจกาตามฆ่าพวกเรามา ช่วยเราด้วย" แขกเหรื่อหวีดร้องด้วยความตกใจ ทันใดนั้นเลียวนาร์ดได้สติ ตะโกนว่า "ซีลีน ซีลีนยังอยู่ข้างนอก" เขารีบพุ่งตัวออกนอกประตู ซีลีนและแม่ของเธอยังงุนงงและตกตะลึงอยู่นอกรั้ว เธองดงามในชุดเจ้าสาวแต่ใบหน้าซีดเผือดและเอ่อล้นด้วยน้ำตา

กฎเก่าแก่ของโลก Tera คือกฎ sanctuary โบสถ์จะถือเป็นสถานที่หลบภัยไม่ว่าฝักฝ่ายใด และไม่ว่าเหตุผลใด ในโลกวิญญาณกฎนี้ยังคงครอบคลุม (บางครั้งผู้ต้องการจัดการหรือทำลายผู้ที่หลบอยู่ภายใน จะใช้วิธีทำลายโบสถ์จากภายนอกให้คนภายในตายไปพร้อมกันเพื่อไม่ต้องละเมิดกฎด้วยการบุกเข้าในเขตศักดิ์สิทธิ์)

"ซีลีน" เลียวนาร์ดตะโกนเรียก เธอหันไปยังโบสถ์และยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่เขาจะพูดอะไรอีก เขาก็เห็นที่ด้านหลังของเธอปีศาจกาและฝูงของมันบินตรงมายังโบสถ์ "รีบเข้ามา รีบเข้ามาในโบสถ์" เลียวนาร์ดตะโกนพร้อมวิ่งออกไป ซีลีนหันไปเห็นปีศาจกำลังบินตรงมา เธอกรีดร้องเสียงดังแทบสิ้นสติ เธอและแม่รีบวิ่งเข้าไปที่โบสถ์ แต่ทว่าชุดเจ้าสาวสีขาว ยาว อันงดงาม ในเวลานี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการวิ่งของเธอ เธอสะดุดล้มลงกลางทาง แม่ของเธอวิ่งสวนกับเลียวนาร์ด หันกลับมาเห็นลูกสาวกองกับพื้น ปีศาจกำลังบินเข้ามาใกล้ และเจ้าบ่าวของเธอก็วิ่งเข้าประคองร่างเธอขึ้น แม่ของเธอกรีดร้อง "ซีลีน" และจะวิ่งย้อนไปช่วยลูก แต่คนที่หน้าประตูรั้งเธอไว้ เลียวนาร์ดกึ่งอุ้ม กึ่งประคอง วิ่งอย่างยากลำบากไปพร้อมกับซีลีน เสียงผู้คนกรีดร้องดังขึ้นทุกที เลียวนาร์ดหันหลังไปปีศาจการ่อนลงบนพื้นห่างจากเขาและซีลีนไม่กี่ก้าวเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันเบื้องหน้าก็ไม่ไกลนักจากประตูโบสถ์ ชั่วแวบของความคิดเขาตัดสินใจหยัดยืนและใช้กำลังทั้งหมดเหวี่ยงร่างของซีลีนจนเธอถลาลอยไปผ่านประตูโบสถ์ชนร่างแม่ของเธอที่อ้าแขนรับจนล้มลงทั้งคู่ ซีลีนหันกลับไปเห็นชายผู้เป็นที่รักของเธอ ในจุดที่ห่างไปจากประตูโบสถ์ไม่กี่ก้าวนั้น ร่างของเขาลอยอยู่เหนือพื้นดินมีกรงเล็บของปีศาจกาจิกทะลุอก ซีลีนกรีดร้องเสียงหลง พยายามพยุงตัวเพื่อลุกขึ้น ทันใดนั้นที่หน้าประตูโบสถ์มีร่างหญิงคนหนึ่งกระโดดลงมาจากฟ้า หญิงสาวผมสีดำปลิวสะบัดใบหน้างามนั้นส่องประกายตามุ่งมั่น "คราวนี้มาช้าไปหรือนี่" แล้วเธอก็พุ่งตัวเข้าใส่ปีศาจกา

รูปภาพ

In the Dark of the Night

ทุกคืน ซีลีนจะตื่นกลางดึก เพราะฝันร้าย และภาพความทรงจำที่เธออยากให้เป็นแค่ฝันร้ายมากกว่าเรื่องจริง แม้จะผ่านไปหลายเดือน ที่งานแต่งงานของเธอกลายเป็นงานศพของชายที่เธอรัก แต่ซีลีนก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงทั้งหมดนั้นได้ เธอยังไม่อยากอยู่กับ วันนี้ หรือ วันพรุ่งนี้ เธอยังปรารถนาจะอยู่ในวันวานที่เธอรัก จิตใจของเธอ ขึ้นลง เข้าออก อยู่ระหว่างการคิดถึงอดีต ฝันถึงอนาคตที่ไม่มีวันเป็นจริงอีกแล้ว และสลับไปมาระหว่างการอยากตายเพื่อไปอยู่กับชายที่เธอรัก แต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะแม่ของเธอที่ห่วงใยดูแลเธอตลอดเวลาคือสิ่งยึดเหนี่ยวให้ซีลันต้องอยู่เพื่อเธอ จนทุกข์โศกเปลี่ยนความเศร้าเป็นความเคียดแค้น ทั้งหมดนั้นก็เพราะมันตัวเดียว เธอครุ่นคิดในใจวนเวียนไปมา เธอกลับเข้าหาสิ่งที่เธอชอบทำ เธอกลับไปค้นคว้าอ่านหนังสือ หาวิธีที่จะกำจัดปีศาจกา เธอศึกษาเวทย์มนต์และศาสตร์มืดทุกอย่างที่สามารถฆ่า และทำลาย เธอตั้งปฏิธานไว้ว่าเธอต้องทำลายปีศาจชั่วนี่ให้ได้ เธอจะทำให้มันเจ็บปวด เธอจะย่ำยีมัน ให้สาสม จากเดิมที่เธอเคยสวดภาวนาในโบสถ์ เพื่อให้สมหวังในความรัก เธอก็กลับท่องคาถาสาปแช่งทุกวัน แม้แต่คาถาสาปแช่งให้พบความซวยต่างๆ ทั้งที่ลึกๆแล้วไม่แน่ใจว่าคาถาพวกนี้จะใช้กับปีศาจได้ไหมก็ยังจะท่อง

คืนหนึ่งขณะที่ซีลีน ไปสาปแช่งที่สุสาน ก็มีเด็กคนหนึ่งถือตะเกียง มายืนอยู่ข้างหลังขณะที่เธอเอาเข็มทิ่มแทงตุ๊กตาฟางที่เขียนชื่อปีศาจกา เธอสะดุ้งตกใจนึกว่าผี เด็กคนนั้นเข้ามาใกล้แล้วถามว่าเธอทำอะไรอยู่ เธออึกอักไม่กล้าตอบ แล้วเด็กคนนั้นก็ทำยิ้มฉลาดพร้อมมองของในมือเธอ แล้วพูดว่า "พี่สาวทำน่ะไม่ได้ผลหรอก แล้วนั่นก็ไม่ใช่ชื่อจริงมันซะหน่อย" ซีลีนยังอึกอักแต่ก็ยอมรับว่าชื่อ ปีศาจกา มันคือชื่อที่คนเรียกมันไม่ใช่ชื่อมัน แต่ลึกๆเธอก็ทำสิ่งนี้เพื่อความสะใจระบายแค้นมากกว่าจะหวังผลจริงๆ เด็กคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า "พี่สาวไปหาผู้หญิงที่อยู่กระท่อมเก่าๆที่ชายป่าซองออฟเบนชีสิ แม่หมอแกรับรักษาคนอยู่ แกเชียวชาญเรื่องพวกนี้ แกน่าจะช่วยพี่ได้นะ" แล้วเด็กคนนั้นก็ร้องเพลงเดินจากไป

ซีลีนตั้งสติได้ ก็นึกได้ว่าป่านั้นอยู่ไม่ไกลนักเธอกลับบ้านและออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น เธอขี่ม้าเลาะชายป่าไปจนพบกระท่อมหลังหนึ่ง เธอเคาะประตูพบว่าประตูแง้มเปิดอยู่ เธอเปิดประตูเข้าไป เห็นร่างหนึ่งในผ้าคลุมยาวฮู้ดสีฟ้ามอซอคลุมศรีษะนั้นจนเห็นแต่จมูกโผล่ออกมา นางนั่งที่เก้าอี้กลางบ้าน กำลังเลือกใบสมุนไพรมากมายบนโต๊ะไม้เก่าๆ ท่ามกลางบรรยากาศสลัวของอุปกรณ์และหยูกยามากมายที่แขวนไว้เต้มบ้าน "ยายคือแม่หมอที่รับรักษาคนใช่ไหม" ซีลีนร้องถาม แสงเทียนสลัวทำให้เห็นหน้านางไม่ชัดเจนนัก เสียงเล็กๆถามกลับมา "นั่งก่อนสิ ต้องการให้ชั้นช่วยอะไรล่ะ"

ซีลีนนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ประตู เล่าเรื่องที่เธอเจอเด็กที่แนะนำเธอมาและสิ่งที่เธอต้องการ แล้วแม่หมอก็หัวเราะ "คิคิ ไม่ได้ผลจริงๆนั้นแหละ แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องชื่อของมันหรอกนะ"

"ยายช่วยบอกฉันทีเถิดว่าต้องทำยังไง" ซีลีนถาม

แม่หมอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ "เธอต้องเปลี่ยนเป็นอธิษฐานอวยพรมันแทนการสาปแช่ง" เธอกล่าวเสียงเรียบมือยังคงเลือกสมุนไพร

"ว่าไงนะ ยายจะบ้าเหรอ มันฆ่าคนรักฉัน มันทำลายชีวิตฉันนะ ฉันอยากให้มันตาย ฉันอยากให้มันพินาศ" ซีลีนแผดเสียงดังลั่นด้วยอารมณ์โกรธ ใบหน้าแดงก่ำ

หญิงในผ้าคลุมฟ้าหยุดเลือกสมุนไพร นั่งนิ่งเงียบฟังเธอแผดเสียงระบายอารมณ์จนเธอเริ่มสงบลง

"ฉันขอโทษทีนะยายความแค้นฉันมันพุ่งพล่านขึ้นมา แต่ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น"


แม่หมอก้มเลือกสมุนไพรอีกครั้งพร้อมพูดขึ้นช้าๆ "ปีศาจตนนั้นเกิดจากความมืดมน การที่เธอส่งพลังความมืดมนด้วยการเกลียดชังและสาปแช่งมัน ก็แค่เป็นการไปเพิ่มความมืดมนให้มันเท่านั้น ความมืดน่ะทำให้ความมืดลดลงไม่ได้หรอกนะแม่หนู ความสว่างเท่านั้นแหละที่ทำให้ความมืดจางหายไปได้"

"แต่ แต่ ฉันทำใจไม่ได้ ฉันเกลียดมัน ฉัน ฉัน มีแต่อยากจะฆ่ามัน แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรมเลย ฮือๆๆ" ซีลีนทรุดตัวลงร้องไห้ เสียงถอนหายใจเบาๆดังแทรกขึ้น

"มันไม่ใช่เรื่องของความยุติธรรมหรือไม่ ฉันไม่ได้พูดเรื่องถูกผิดหรือเรื่องความยุติธรรมกับเธอ ฉันกำลังแนะนำวิธีการในการเอาชนะปีศาจตัวนั้นให้กับเธอ และก่อนอื่นใด ความมืดในใจของเธอเองเป็นสิ่งแรกที่ต้องกำจัดก่อน เพราะไอ้ตัวที่ร้ายที่สุดไม่ใช่มัน แต่คือความเคียดแค้นชิงชังที่ครอบงำหัวใจของเธอ"

"อะไรกันน่ะยาย ยายจะมาเทศนาสอนให้ชั้นเป็นคนดี ให้อภัยมัน ให้อวยพรมัน แล้วยังมาว่าฉันเป็นอีเลวอีชั่วเพราะฉันเคียดแค้นมันงั้นเหรอ ไม่ยุติธรรมเลย บ้าไปแล้วมีแต่คนบ้าที่ทำแบบนั้น" ซีลีนหวีดร้อง น้ำตาไหลเป็นสาย

"ความยุติธรรม หรือที่จริง เป็นตั้งชื่อให้การแก้แค้นของตัวเองด้วยชื่อที่สวยหรูดูชอบธรรมกันล่ะ ใช่แล้วถ้าคำว่าบ้า หมายถึงไม่ปกติตามที่มนุษย์ทั่วไปทำกัน ฉันแนะนำวิธีที่ไม่ใช่คนทั่วไปทำกัน เพราะวิธีที่คนทั่วไปทำมันไม่ได้ผลไง จะว่าไปถ้ามนุษย์มีใจยุติธรรมกันจริงๆก็ดีสิ ก็ที่เรื่องที่มาถึงตอนนี้ ก็เพราะทุกคนล้วนแก้แค้นเอาคืนจนกว่าจะสาแก่ใจซึ่งมันไม่เคยจบสิ้นแม้จะทำร้ายอีกฝ่ายไปมากแค่ไหนก็ตาม เพราะความแค้นคืออารมณ์ไม่เคยมีใครหยุดชั่งตวงวัดก่อนให้ตาชั่งสองข้างที่หนักเท่ากันพอดีแบบเวลาชั่งสมุนไพรหรอกนะ แต่การแก้แค้นจะทำจนกว่าจะสะใจและพอใจ ความแค้นทำให้ไร้สติ จึงไม่ได้มีใครคิดก่อนว่าเอาคืนเท่ากับที่ตัวเองเสียไปจริงๆแต่ทุกคนเอาคืนจนกว่าอารมณ์แค้นจะหาย เรื่องมันเลยไม่เคยจบ เพราะทุกครั้งที่เธอคิดอีกเธอก็จะแค้น ต่อให้แก้แค้นไปแล้ว พอเธอคิดถึงมันอีกเมื่อไหร่เธอก็จะแค้นทุกครั้งที่คิด เมื่อทำโดยความแค้น อย่าพูดถึงคำว่ายุติธรรมเลย มันเกิดขึ้นไปพร้อมกันไม่ได้หรอก"

แม่หมอพูดถึงตรงนี้ ซีลีนก็นึกขึ้นได้ว่า มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ การที่เธอคิดถึงอดีตเรื่องนี้ทีไรใจเธอเจ็บปวดและเคียดแค้นขึ้นมาทุกครั้งราวกับมันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เธออยากจะกระทืบๆ ขยี้ๆ ทำลายๆ สับมันเป็นหมื่นชิ้น ฆ่ามันให้ตายซ้ำเป็นพันครั้ง

"เรื่องนั้นเกิดขึ้นและจบไปแล้ว มันเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิตเธอ แต่มันจะเกิดกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเธอคิดถึงมันซ้ำแล้วซ้ำอีก ความแค้นของเธอจะถูกหล่อเลี้ยงจะถูกทวีคูณไปเรื่อยๆ และคนที่ทรมานตัวเองบ่อยที่สุดก็จะคือตัวเธอเอง ฉันถึงบอกว่าให้เธอกำจัดศัตรูที่ใกล้ตัวซะก่อน จะไปกำจัดศัตรูที่อยู่ไกล ฉันไม่ได้พูดสักคำว่าเธอชั่วเธอเลว จะประชดประชันด้วยการด่าตัวเองไปทำไมล่ะ ความโกรธเกลียดมันเกิดได้กับมนุษย์ทุกคนมันคือเรื่องธรรมดา แต่อย่างที่บอก ฉันไม่ได้มาพูดเรื่องถูกผิดดีเลว ฉันแค่แนะนำวิธีชนะให้" นางพูดราวกับอ่านใจซีลีนได้

"ฉันขอโทษนะยาย ที่เสียงดังใส่ยาย แต่ยายเข้าใจฉันใช่ไหม ฉันเจ็บปวดจากการกระทำของมันจนฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ ถ้าไม่ใช่ความอยากแก้แค้นที่หล่อเลี้ยงฉันไว้ ฉันคงจบชีวิตตัวเองไปแล้ว"

แม่หมอลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง นั่นทำให้เห็นว่าเธอร่างสูงเหยียดตรงและไม่ได้หลังโก่งโค้งงออย่างคนแก่ ซึ่งที่จริงเธอแค่ก้มเลือกสมุนไพร

"เข้าใจสิ ฉันเข้าใจเธอดี เข้าใจเธอมากกว่าใคร" หญิงในชุดคลุมสีฟ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ดึงฮู้ดที่คลุมหัวออก แสงที่ย้อนกลับมาทำให้เห็นว่าผมของเธอดำขลับ ไม่ได้มีผมหงอกขาวอย่างที่คิด

"แล้วช่วยเลิกเรียกฉันว่ายายด้วยนะ ฉันอาจอยู่มานานกว่ายายเธอก็จริง แต่ห้ามเรียก ยาย เข้าใจนะ" เธอหันมายิ้ม

ซีลีนตกตะลึง จำได้ทันทีว่าเธอคือผู้หญิงคนนั้นที่ขับไล่ปีศาจกาไปแล้วเธอก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย "ท่าน ท่าน...."

"ท่าน ก็ไม่ต้องเรียก เรียกฉันว่า จัสติเทีย" เธอเดินมาจับมือซีลีน "ฉันมีข้อเสนอหนึ่งให้เธอ ทางที่ฉันเลือกเดินมา ทางที่ไม่เหมือนคนทั่วไป ทางที่เดินแล้วจะถอยกลับไม่ได้ แต่มันจะนำไปสู่การจบสิ้นความทุกข์ของเธอและการจบสิ้นของปีศาจกาตัวนี้ อีกทั้งนำทางรอดมาสู่คนมากมาย เธอจะว่าอย่างไร"

การสนทนาต่อมานั้นเนิ่นนานราวอนันตกาล ซีลีนได้ถูกเปิดตาให้เห็นอนาคตบางส่วน และเห็นเลียวนาร์ด เขาอยู่ในที่ๆดีกว่าโลกนี้มาก และยังส่งความรักและห่วงใยมายังเธอเสมอ เธอรู้สึกเหมือนถูกนำออกจากความมืดมิดของราตรีกาลอันยาวนานสู่ความสว่างของแสงรุ่งอรุณ


หลังจากซีลีนกลับไปร่ำลาแม่ของเธอ เธอสัญญาจะคอยดูแลแม่อยู่ห่างๆและกำชับว่าอย่าบอกใครถึงหนทางที่เธอเลือก ผู้คนร่ำลือว่า ซีลีนตรอมใจตายตามคนรักของเธอไปแล้ว และแม่ของเธอก็ทำใจได้รวดเร็วกับโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้น ไม่นานเรื่องราวของเธอเงียบหายไปจากเรื่องซุบซิบนินทาของผู้คน พวกเขาเปลี่ยนเรื่องซุบซิบนินทากันไปเรื่อยๆเมื่อมีเหตุการณ์ใหม่ๆ ปีแล้วปีเล่า เรื่องราวหนึ่งก็ถูกร่ำลือว่ามีหญิงสาวสองคนคอยขัดขวางการอาละวาดของปีศาจกา แล้วการออกอาละวาดของมันก็น้อยลงกว่าก่อนมาก เมื่อพวกเธอขับไล่มันไปได้ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นเช่นนี้เสมอ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1339
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Song of Soprana

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ พฤหัสฯ. ก.ค. 27, 2017 9:11 pm

Justizia, the Jury of Holy

"แม่ขา.. พ่อกลับมาแล้ว"

เด็กหญิง วิ่งพุ่งออกจากประตู กระโดดกอดทหารร่างใหญ่ ที่กำลังเดินตรงมาที่บ้าน

"มารายห์ คนดีของพ่อ พ่อคิดถึงหนูที่สุดเลย" เขาพูดพลางพรมจูบแก้มของลูกสาว

"แล้วไม่คิดถึงเมียบ้างเลยเหรอไง" หญิงในชุดแม่บ้านกล่าวพร้อมเดินเข้ามาสวมกอดทั้งสอง "แครี่ ผมต้องคิดถึงคุณด้วยอยู่แล้ว ที่รัก"

สำหรับรอย หัวหน้ากองประจัญบานของโซปราโน หลังจากภารกิจที่เเสี่ยงชีวิตเพื่อพิทักษ์ประเทศชาติและประชาชน ครอบครัวที่น่ารักของเขา คือทุกสิ่งที่ทำให้เขาพยายามเอาชีวิตรอดกลับมาให้ได้ในทุกภารกิจ มารายห์ ลูกสาวสุดที่รักตอนนี้อายุ12ปีแล้ว กำลังจะเปลี่ยนจากเด็กหญิงเป็นหญิงสาว เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขา


รูปภาพ

เด็กสาวผู้ร่าเริงและสดใส ในวัยแรกรุ่น การเป็นนักร้องประสานเสียงในโบสถ์ใกล้บ้านของเธอ โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเมลิสมาเทีย เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองหลวง ทำให้เธอมีความฝันที่จะเติบโตเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงของประเทศโซปราโน แต่ในช่วงเวลานี้การได้เห็นพ่อ ผู้เป็นดังฮีโร่ของเธอ กลับมาอย่างปลอดภัยคือความสุขที่สุดของเธอ

Without You

ในเย็นวันศุกร์ ทหารกองประจัญบานจำนวนหนึ่งยืนตั้งแถวอยู่ที่หน้าบ้านของมารายห์ ทุกคนใบหน้าเศร้าหมอง บางคนยังมีคราบเลือดและร่องรอยบาดเจ็บจากการต่อสู้ บนรถม้านั้น มีร่างที่คลุมด้วยผ้าสีขาว แม่ของเธออยู่หน้าบ้าน ยืนฟังการรายงานจากทหารคนหนึ่งก่อนจะทรุดตัวเป็นลมล้มพับลงไป มารายห์ ร้องไห้อย่างที่เธอไม่เคยร้องไห้มาก่อนในชีวิต โลกของเด็กสาวพังทลายลงในวันนั้น พ่อของเธอสละชีวิตในการต่อสู้กับปีศาจกา เขาได้รับการเลื่อนยศ และเกียรติในงานพิธีศพอันยิ่งใหญ่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ เธอต้องการเพียงพ่อที่ยังมีชีวิตเท่านั้น

แม้จะมีทรัพสมบัติมากพอที่ทั้งสองจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไม่ยากลำบากนัก แต่บ้านที่เคยมีเสียงเพลง ความสุขและเสียงหัวเราะ ก็เงียบงัน และหม่นหมอง มารายห์ไม่อยากไปร้องเพลงที่โบสถ์แล้ว เธอโกรธที่พระเจ้าปล่อยให้พ่อของเธอตายทั้งที่เธออธิษฐานทุกวันให้พ่อกลับบ้านมาโดยปลอดภัย เธอเกลียดชังปีศาจกา เธอเคียดแค้นมัน สงสัยว่าทำไมพระเจ้าไม่ลงโทษมันหรือทำลายมันซะ เธอหดหู่กับโลกและทุกสิ่ง เด็กสาวที่เคยสดใสน่ารักไม่มีรอยยิ้มอีก

2ปีผ่านไป ครอบครัวของมารายห์เริ่มทำใจหรืออาจจะบอกว่าเริ่มเคยชินกับการมีชีวิตกันสองคนแม่ลูกโดยปราศจากพ่อ ทุกอย่างคงจะดีขึ้นเรื่อยๆหลังจากนี้ จวบจนปลายฤดูร้อนเข้าสู่ต้นฤดูฝนที่เข้ามาถึงในปีนั้น นำพาโรคระบาดมายังตะวันออกของโซปราโน โรคระบาดครั้งนั้นคร่าชีวิตชาวเมืองไปถึง1ใน5 ไม่ว่าคนแก่ เด็กเล็ก หรือชายแข็งแรง เมื่อติดโรคแล้วก็ยากจะรักษาหาย จนมีแม่หมอ2คนเข้ามายังเมือง เธอช่วยแนะนำการจัดการแยกคนป่วยและคนหายดีออกจากกัน และนำยาสมุนไพรมาช่วยรักษาจนการควบคุมโรคได้ระดับนึงแล้ว เธอได้ร้องขอในสิ่งที่ชาวเมืองตื่นตระหนกอย่างยิ่ง

"เผาศพผู้เสียชีวิตทุกคน ห้ามฝัง หรือทิ้งลงแหล่งน้ำเป็นอันขาด"หญิงในชุดคลุมยาวประกาศกลางลานเมืองที่ชาวบ้านมาชุมนุม
"เพราะเชื้อโรคนี้ระบาดมาจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้ดิน อย่างพวกหนู การฝังจะทำให้เชื้อโรคยังคงอยู่ในดิน หากฝนตกน้ำก็จะพาเชื้อโรคลงแหล่งน้ำ และเมื่อมีหนูหรือแมลงมากัดกินศพมันก็จะพาเชื้อโรคแพร่สะพัดไปทั่วอีก" หญิงในชุดยาวอีกคนกล่าว

ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮาอื้ออึง เพราะนี่ผิดธรรมเนียมในการทำศพ พวกเขาวิตกกังวลว่าวิญญาณของญาติพี่น้องคงไม่ให้อภัยเขาแน่ถ้าทำแบบนั้น ผู้คนต่างถกเถียงกัน และเมื่อเวลาผ่านไปมีส่วนน้อยมากที่จะยอมเผาศพ จนเวลาไม่ช้านาน มีข่าวลือว่าโรคระบาดนี้มาจากอาถรรพ์ของปีศาจ และไฟจะทำลายอาถรรพ์นั้นได้ ปรากฎว่าชาวบ้านเริ่มยอมเผาศพกันมากขึ้น และเมื่อมีข่าวลือระลอกที่สามว่า ปีศาจกาได้ทำคำสาปให้ชาวบ้านเกิดโรคระบาด ต้องเผาศพถึงจะล้างคำสาปได้ ชาวบ้านไม่เพียงเผาศพแต่ถึงขนาดนำสิ่งของส่วนตัวของผู้ตายเผาด้วย

"เธอไม่น่าปล่อยข่าวลือขนาดนี้นะ" แม่หมอในชุดคลุมยาวที่ยืนดูชาวบ้านเข็นศพและข้าวของผู้เสียชีวิตบางคนออกไปเผานอกเมืองพูดเสียงเบา

"ฉันแค่ปล่อยข่าวลือครั้งแรกเท่านั้นนะว่าเป็นอาถรรพ์ปีศาจ จากนั้นก็ไปลือกันกลายเป็นปีศาจกาได้ยังไงไม่รู้" แม่หมออีกคนพูดน้ำเสียงเบื่อหน่าย "แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเธอทำผิดหรือทำถูกนะ ชาวบ้านให้ความร่วมมือกว่าการชี้แจงไปตามเรื่องจริงไม่รู้กี่เท่า" แม่หมอที่ร่างสูงกว่าพูดด้วยน้ำเสียงขันแกมประชด

"ยังไงชีวิตคนก็สำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ แม้จะเข้าใจเลยเถิดไป แต่คนอีกมากก็ไม่ต้องตายนะ" แม่หมอพูดพลางลดผ้าคลุมศีรษะเผยเส้นผมสีน้ำตาลแดงสวยของเธอ หันไปสบตาแม่หมออีกคน "เอาเถอะ รีบไปช่วยคนป่วยที่ยังเหลือเถอะ เราจะต้องช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด" แม่หมออีกคนลดผ้าคลุมศีรษะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนและผมสีดำขลับ

"แม่หมอช่วยด้วย" ทั้งสองหยุดชะงักเด็กสาวผมทองหน้าตาเคร่งเครียดวิ่งเข้ามาจับแขนพวกเธอทั้งสอง "ช่วยแม่หนูด้วย แม่หนูกำลังแย่"

ในห้องนอนของตัวบ้าน หญิงสองคนสาละวนกับหยูกยา และร่างของหญิงกลางคนที่นอนนิ่งไม่ไหวติง สองสามชั่วโมงผ่านไป พวกเธอก็เดินออกไปหาลูกสาวของผู้ป่วย "เสียใจด้วยนะสาวน้อย แม่ของหนูจากไปแล้ว" เด็กสาวกรีดร้องร้องไห้เสียงดัง ทั้งสองตรงเข้ากอดปลอบโยน สักพัก ทั้งสองกลับมองหน้ากันเหมือนสัมผัสถึงอะไรบางอย่าง สาวผมแดงกระซิบเสียงเบา "ฉันไม่แน่ใจ แต่เธออาจจะใช่" มือยังคงลูบผมสีทองนั้นอย่างอ่อนโยน "ใช่เลยทีเดียวล่ะ" สาวผมดำกล่าวเสียงเบาเช่นกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1339
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)

Re: Song of Soprana

โพสต์โดย เซนต์ แมกนัส เมื่อ ศุกร์ ส.ค. 25, 2017 11:33 pm

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เซนต์ แมกนัส
0
 
โพสต์: 1339
Cash on hand: 333.00
Medals: 1
Elder-Gold (1)


ย้อนกลับไปยัง Summoner Novel

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน